ศึกจัดซื้อชุดตรวจ ATK สปสช. จ่อบานปลาย “หมออารักษ์” ผอ.รพ.สิชลและที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท เข้าแจ้งความเอาผิด ผอ.องค์การเภสัชฯ ทั้งผิด พ.ร.บ.คอมพ์-หมิ่นประมาท หลังคลิปเสียงคุยโทรศัพท์ระหว่างกันโผล่สื่อเคเบิลช่องดัง ด้านรอง ผอ.อภ.ออกมาย้ำจัดซื้อตาม TOR แม้ปรับรายละเอียดบ้าง แต่ไม่เอื้อประโยชน์ใคร ขณะที่ ยอดติดเชื้อรายใหม่ไทยยังพุ่งลิ่วกว่า 2 หมื่นคน ตายเพิ่มอีกกว่า 200 ศพ ต่อเนื่องอีกวัน “หมอมนูญ” ชี้ล็อกดาวน์ไร้ผลทำคนเดือดร้อนมากกว่า แนะเลิกปิดสถานที่พบผู้ติดเชื้อ และให้สถานประกอบการ-หน่วยงานรับผิดชอบคนของตัวเอง ด้าน “ผู้ว่าฯปู” ถอดใจ อ้างมีปัญหาสุขภาพ-ขอย้ายไปที่อื่นไม่ได้ ยื่นใบลาออกจากราชการก่อนเกษียณสถานการณ์โควิด-19 ที่ไทยต้องเผชิญขณะนี้ไม่ใช่แค่จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันที่พุ่งกว่า 200 ศพ ต่อเนื่อง ยังมีการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา 1.5 ล้านโดส และการจัดซื้อชุดตรวจแบบ Antigen Test Kit (ATK) ขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ที่ถูกทักท้วงเรื่องคุณภาพ อภ.ยันซื้อ ATK ตาม TOR สปสช.เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นางศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงการจัดซื้อชุดตรวจเชื้อโควิด-19 แบบ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุด ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ถูกชมรมแพทย์ชนบทออกมาทักท้วงเรื่องคุณภาพของชุดตรวจว่าองค์การฯจัดซื้อตามเนื้อหาหลักของ TOR ที่ สปสช. กำหนดมา ล่าสุดไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นมาตรฐาน WHO ทั้งนี้ เป็นไปตามหนังสือของ รพ.ราชวิถีส่งมาให้องค์การฯ ลงวันที่ 2 ส.ค.64 พร้อมได้แนบ หนังสือของ สปสช.ลงวันที่ 1 ส.ค.64 แนบ TOR ที่ลงนามโดยประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาด้วยปรับ TOR ไม่เอื้อประโยชน์ใครรอง ผอ.อภ.กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นองค์การฯ ได้ประสานงานกับ สปสช.และ รพ.ราชวิถี เพื่อปรับในรายละเอียดบางส่วนของ TOR เช่น กำหนดเวลาส่งมอบที่กระชั้นชิด จากเดิมระบุวันที่ 10 ส.ค. ได้ปรับเป็นส่งมอบภายใน 14 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา รวมถึงประเด็นที่ได้รับการทักท้วงจากผู้ขายและได้ดำเนินการตามความเห็นของ สปสช. อาทิ จากเดิมให้ใช้ตัวอย่างตรวจเป็น “Nasal/Na-sopharyngeal swab” ได้ปรับเป็น “Nasal swab หรือตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV2 (เชื้อก่อโควิด-19) พ.ศ.2564 ข้อ 10 ปรับค่าจากเดิม “ความจำเพาะ (Specificity) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 97” ได้ปรับเป็น “ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 98” เพื่อให้ได้ ATK ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ของ อย. ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เปิดกว้างในการแข่งขันมากขึ้น และเป็นไปตามความต้องการตาม TOR ของ สปสช. และโรงพยาบาลราชวิถี พร้อมเปิดซองราคาวันที่ 10 ส.ค. ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดไม่ได้ระบุยี่ห้อต้องยึดข้อบังคับ อภ.นางศิรินุชกล่าวด้วยว่า การจัดซื้อ ATK ครั้งนี้ หาก สปสช. และ รพ.ราชวิถี เห็นว่ามีผู้ขายเพียงรายเดียวที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่ต้องการ ทั้ง 2 หน่วยงานสามารถระบุยี่ห้อและ/หรือบริษัท พร้อมเหตุผลความจำเป็นที่ชัดเจนในการต้องระบุยี่ห้อมาให้แก่องค์การฯเพื่อจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ แต่การจัดซื้อครั้งนี้ทั้ง 2 หน่วยงานไม่ได้มีการระบุมาให้จึงดำเนินการจัดซื้อตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ. 2561 โดยวิธีคัดเลือกเนื่องจากมีผู้ขายหลายราย ซึ่งสามารถดำเนินการภายในระยะเวลาเร่งด่วนได้เช่นกันยันชุดตรวจ LEPU ได้มาตรฐานด้าน รศ.นพ.มงคล คุณากร หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ห้องแล็บไวรัสของรามาธิบดี ร่วมมือกับ อย.ในการทดสอบรับรองคุณภาพ ประสิทธิภาพของชุดทดสอบ ATK ที่จะนำมาจำหน่ายในประ-เทศไทย เนื่องจากทางรามาฯเก็บตัวอย่างเชื้อทางจมูก หรือเนโซฟาริง Nasopharynx ที่ทำการสวอบจำนวนมาก ส่วนใหญ่ถูกส่งมาเพื่อตรวจวิเคราะห์แบบ RT-PCR โดยนำเชื้อที่ได้นี้มาหยดในชุดทดสอบ ATK เพื่อตรวจดูประสิทธิภาพ และดูค่าที่แสดงในฉลากว่าตรงตามที่อ้างอิงหรือไม่ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ อย.กำหนดหรือไม่ ทั้งความไว ความจำเพาะตรงตามที่อ้างไว้หรือไม่ ยืนยันว่าการทดสอบนี้ มีทั้งยี่ห้อที่ผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ชุดทดสอบATK ของ LEPU เป็นไปตามมาตรฐานผ่านหลักเกณฑ์ที่ทาง อย.กำหนด ยี่ห้อไหนที่ผ่านเกณฑ์จะไปด้อยค่าว่า ไม่ดีไม่ถูกต้อง ก็ไม่ได้ เพราะมีเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ยี่ห้อที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบของ อย. ร่วมกับรามาฯ ทุกยี่ห้อมีค่าความไวไม่แตกต่างกัน ใกล้เคียงกันหมด ต่างกันนิดเดียว แต่ราคาที่ต่างกันมากต่างหากที่ไม่สมควรย้ำขอ ปชช.เชื่อมั่นในระบบรศ.นพ.มงคล กล่าวด้วยว่า ความไวไม่แตกต่างกันในทุกยี่ห้อ สิ่งที่ควรยึดถือคือหลักเกณฑ์การ ตรวจสอบและพิจารณาว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่ อย.กำหนดไว้หรือไม่ ส่วนเรื่องราคาที่เกิดขึ้น มีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องบริการ การตลาด การใช้งาน การดูแล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกคนเกิดความสับสนการใช้ ATK ขอให้มั่นใจเรื่องระบบหลักเกณฑ์ที่ อย.กำหนด ชุดทดสอบ ATK ที่ใช้ในคนทั่วไป แตกต่างจากการใช้ในบุคลากรทางการแพทย์ ตรงไม้ที่ใช้แยงจมูกเท่านั้น ชุดถาดตรวจน้ำยาเหมือนกันหมด ชุดทดสอบที่ใช้ในบุคลากรทางการแพทย์จะมีความยาวกว่าเพราะต้องแยงถึงหลังโพรงจมูก ส่วนการใช้ในคนทั่วไปต้องมีฉลาก หรือวิดีโอ อธิบายให้ประชาชนเข้าใจ กรณีมีกลุ่มหมอบางคนระบุ ATK ที่ผ่านการประมูลขององค์การเภสัชกรรม ไม่มีประสิทธิภาพนั้น ทุกประเทศมีระบบกลั่นกรองชุดทดสอบ และมีแล็บทางวิชาการร่วมตรวจสอบ ประเทศไทยก็มี อย.และมีแล็บทางวิชาการหลายสถาบันทางการแพทย์เข้าร่วม ขอให้ประชาชนมั่นใจระบบ “หมออารักษ์” แจ้งความเอาผิด ผอ.อภ.ผู้สื่อข่าวรายงาน การจัดซื้อชุด ATK ส่อบานปลาย เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.ท.เกียรติก้อง หนูจันทร์ สว. (สอบสวน) สภ.สิชล เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากนั้น พ.ต.ท.เกียรติก้อง ได้สอบปากคำประมาณ 10 นาที ลงบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้นก่อน และวันที่ 16 ส.ค. นพ.อารักษ์ พร้อมทนายความส่วนตัวจะนำเอกสารมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นพ.วิฑูรย์อย่างเป็นทางการต่อไปอ้างถูกแอบอัดเสียงคุยโทรศัพท์จากนั้น นพ.อารักษ์แถลงว่า จากการที่สื่อโทรทัศน์เคเบิลรายหนึ่งเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมกับตน มีประเด็นสำคัญที่ต้องขอชี้แจงต่อสาธารณะดังนี้ 1.ข้อเท็จจริงสำคัญคือ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ซึ่งเป็นวันเตรียมการและปฐมนิเทศทีมแพทย์ชนบทและโรงพยาบาลต่างๆกว่า 40 ทีมที่มาร่วมบุกกรุง ที่ประชุมมีความกังวลถึงความเพียงพอของชุดตรวจ ATK ที่จะใช้ในการปฏิบัติการ ดังนั้น ตนในฐานะแกนหลักในปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง และเป็นคณะกรรมการต่อรองราคาของ สปสช.ที่มีหน้าที่ต่อรองราคาเพื่อให้ได้ ATK คุณภาพสูงราคาเหมาะสมมาใช้ จึงโทรศัพท์ไปหา นพ.วิฑูรย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม แต่ นพ.วิฑูรย์ไม่ได้รับสาย และได้โทร.กลับมา การโทร.คุยในครั้งนี้เพื่อทวงถามความคืบหน้าที่มีการดำเนินการจัดซื้อที่ล่าช้า และแจ้งให้ทราบถึงข้อห่วงกังวลของผู้ใช้ ATK ที่ต้องการ ATK มาตรฐานสูงในระดับองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่มีอยู่ 2 บริษัท และไม่อยากให้มีการลดสเปกเพื่อเปิดทางให้ ATK คุณภาพต่ำเข้ามาขาย นี่คือวัตถุประสงค์ของการพูดคุยทางโทรศัพท์ในฐานะวิชาชีพแพทย์ด้วยกัน แต่ นพ.วิฑูรย์ได้แอบอัดคลิปเสียงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และส่งต่อให้กับสื่อรายดังกล่าว เพื่อเผยแพร่ในลักษณะบิดเบือนสร้างความเสียหายต่อตนเองและชมรมแพทย์ชนบทผิด พ.ร.บ.คอมพ์-หมิ่นประมาทนพ.อารักษ์ระบุอีกว่า 2.การนำคลิปเสียงที่เกิดจากการสนทนาเพียง 2 คนมาปล่อยให้กับสื่อดังกล่าวโดยที่อีกฝ่ายคือตน ไม่ได้อนุญาต เท่ากับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายฉบับ อันได้แก่ ประกาศ คมช. ฉบับที่ 21 ที่ระบุว่า หากผู้ใดดักฟัง ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผย ข้อความที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์ โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และกฎหมายหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งจะมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไปสื่อบิดเบือนปั่นข่าวโดนด้วยผอ.รพ.สิชลระบุต่ออีกว่า 3.การกระทำดังกล่าวของผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมที่แอบอัดเสียงการสนทนา เป็นการกระทำที่สะท้อนความต่ำเตี้ยทางจริยธรรมและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในฐานะผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ต่อไปใครจะติดต่อใดๆกับผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมคนนี้ขอให้ระวังตัวจะถูกอัดเสียงมาใช้ข่มขู่ แบล็กเมล์ได้ และ 4.สำหรับสื่อเคเบิลดังกล่าว ซึ่งบิดเบือนและปั่นข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้เผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว ย่อมต้องรับผลของการกระทำในฐานะสื่อมวลชนที่ขาดจรรยาบรรณ และจะถูกแจ้งความดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ตนจึงมาแจ้งความเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติยศของตนที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอให้ ประชาชนติดตามการจัดซื้อชุดตรวจ ATK นี้ต่อไป ติดเชื้อทะลุ 2 หมื่นต่อเนื่องสำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่ 15 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,882 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 21,631 คน มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 18,499 คน จากการค้นหาเชิงรุก 3,132 คน จากเรือนจำ 245 คน และมาจากต่างประเทศ 6 คนคือ ไต้หวัน และมาเลเซีย ประเทศละ 2 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมียนมา ประเทศละ 1 คน มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 907,157 คน หายป่วยเพิ่ม 21,106 คน อยู่ระหว่างรักษา 210,943 คน อาการหนัก 5,615 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,172 คน มีรายงานผู้เสียชีวิต 209 คน เป็นชาย 117 คน หญิง 92 คน อยู่ใน กทม. 83 คน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 7,552 คน ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนรวม 23,476,869 โดส10 คลัสเตอร์ใหม่กระจายผู้ติดเชื้อโควิด 10 อันดับแรก คือ กทม. 4,215 คน สมุทรสาคร 1,851 คน สมุทรปราการ 1,523 คน ชลบุรี 1,457 คน นนทบุรี 642 คน สระบุรี 555 คน พระนครศรีอยุธยา 535 คน นครปฐม 479 คน นครราชสีมา 443 คน และฉะเชิงเทรา 433 คน และพบคลัสเตอร์ใหม่อีกหลายแห่ง โดยใน อ.เมืองสมุทรสาคร พบคลัสเตอร์จากโรงงานเหล็ก 20 คน บริษัทอาหารสัตว์ 15 คน บริษัทอาหารทะเล 17 คน บริษัทระบบไฟฟ้า 19 คน และโรงงานผลิตภัณฑ์อาหาร อ.กระทุ่มแบน 32 คน แคมป์ก่อสร้าง อ.เมืองนนทบุรี 26 คน ใน อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พบ 2 คลัสเตอร์ คือที่บริษัทแม่พิมพ์โลหะ 19 คน บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 22 คน นอกจากนี้ พบคลัสเตอร์โรงงานไก่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 17 คน และโรงงานเหล็ก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 16 คน สำหรับสถานการณ์โลกล่าสุด มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 207,524,104 คน เสียชีวิตสะสม 4,367,074 คน ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 35“หมอมนูญ” เสนอเลิกปิดสถานที่วันเดียวกัน นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ รพ.วิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาทำได้ยากมากๆ ไม่มีใครมาสั่งปิด รพ. เมื่อพบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รพ.ปฏิบัติกับคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับคนติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ อัตราตายของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ร้อยละ 0.1 พอๆกับไข้หวัดใหญ่ปี 2009ไทยไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ปี 2009 ถึงเวลาแล้วเราควรเอาบทเรียนจากมาตรการที่ใช้กับ รพ.นำไปใช้กับทุกสถานประกอบการ หน่วยงานต้องรับผิดชอบกับคนงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นแคมป์ก่อสร้าง โรงงาน ระบบขนส่งสินค้าพัสดุ ห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม ตลาด ร้านค้า สนามกอล์ฟ สนามกีฬา สวนสาธารณะ เมื่อพบคนติดเชื้อ ให้คนติดเชื้อและคนใกล้ชิดหยุดทำงาน กักตัวจนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ เพื่อลดการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ไม่ควรสั่งปิดสถานที่ใดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด ทุกคนที่แข็งแรง ไม่มีอาการสามารถทำงานตามปกติต่อไปได้ ล็อกดาวน์ไร้ผลทำคนเดือดร้อนนพ.มนูญระบุด้วยว่า การล็อกดาวน์ปิดเมือง ปิดการเดินทาง ผลออกมายอดผู้ติดเชื้อของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกนี้ นอกจากจะไม่ลดลงยังเพิ่มขึ้น เป็นการยืนยันว่าไม่ได้ผล ควรผ่อนคลายบ้างแล้ว เพราะการระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นในบ้านมากที่สุด โรคโควิด-19 ทำให้คนไทยเดือดร้อนมากพอแล้ว การล็อกดาวน์ยิ่งทำให้คนไทยเดือดร้อนมากขึ้นอีก ถึงเวลาควรเปิดเมือง ใครมีงานทำก็ไปทำ ค้าขายไป ยกเว้นไปสถานที่คนรวมตัวกัน รวมกลุ่มกันมากๆ ไม่เว้นระยะห่าง สถานที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ติดแอร์ เช่น ผับ บาร์ สนามมวย บ่อนการพนัน โรงหนังกิจกรรมสันทนาการ สังสรรค์ ทานอาหารร่วมกัน (เพราะต้องถอดแมสก์) ทุกคนต้องระวังตัวเต็มที่ ดูแลตัวเองทั้งนอกบ้านและในบ้าน ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ และรีบฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้เร็วที่สุดจ่อถกคลายล็อก 4 ธุรกิจในห้างนอกจากนี้ มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลด้วยว่า การประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 16 ส.ค. มีวาระสำคัญคือ การพิจารณาขยายมาตรการยกระดับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด เดิมระบุว่าจะดูถึงช่วงวันที่ 18 ส.ค. อาจต้องขยายไปถึงวันที่ 31 ส.ค. เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระดับที่สูงมาก รวมถึงยังมีการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการในห้างสรรพสินค้า ตามที่สมาคมศูนย์การค้าไทย เสนอขอผ่อนปรน 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารและสถาบันการเงิน ธุรกิจสื่อสารและไอที ร้านเบ็ดเตล็ด และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานจะเสนอขอให้พิจารณาผ่อนปรนการล็อกดาวน์ธุรกิจส่งออกขนาดใหญ่ 4 ประเภท ได้แก่ อาหาร ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ส่งออกได้ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจมากไปกว่านี้ ขณะที่อีโอซีของกระทรวงสาธารณสุขจะเสนอให้ ศบค.พิจารณาขยายเวลาการใช้มาตรการควบคุมโรคใน จ.ภูเก็ตออกไปอีก เนื่องจากคำสั่งเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 16 ส.ค. รวมถึงกรณีสมาคมฟุตบอลฯเสนอแนวทางการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกภายใต้สถานการณ์โควิด ที่มีกำหนดการเปิดสนามนัดแรกในช่วงวันที่ 3-5 ก.ย. ว่าจะสามารถแข่งขันได้ตามกำหนดหรือไม่เปิดทางหน่วยงานรัฐจัดซื้อวัคซีนขณะที่นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้มีมติให้หน่วยงานของรัฐสามารถจัดซื้อวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่มีเงื่อนไขต้องจัดสรรวัคซีนบางส่วนหรือมีการแบ่งสัดส่วนเพื่อบริจาควัคซีน ตามที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กำหนด หรือจากผู้ขายรายอื่นที่กำหนดเงื่อนไขในลักษณะเดียวกันได้ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา29 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 อนุมัติยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 203 ข้อ 204 ข้อ 205 และข้อ 215 วรรคหนึ่ง(3) สำหรับการจัดซื้อวัคซีนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์หรือผู้ขายรายอื่นที่กำหนดเงื่อนไขในลักษณะดังกล่าวเข้าพบเจ้ากรมแพทย์ ทอ.สำหรับกรณีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ภูมิพลฯ กรมการแพทย์ทหารอากาศ ร้องเรียนนพ.ทศพร เสรีรักษ์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมาว่ารายชื่อผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นบูสเตอร์โดสของ รพ.มีรายชื่อคนทำงานด่านหน้าตัวจริงตกหล่นและชื่อซ้ำจำนวนมาก ขณะที่ พล.อ.ท.ฐานัตถ์ จันทร์-อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงแล้วว่า อาจเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนลงทะเบียน ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน และแก้ไขรายชื่อที่ตกหล่นแล้วเพื่อขอวัคซีนเพิ่มเติมอีก 400 โดส ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 15 ส.ค.กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ภูมิพลฯ เดินทางเข้าพบ พล.อ.ท.ธนวิตต สกุลแสงประภา เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ โดยตัวแทนกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์กล่าวว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไปว่าทางกลุ่มบุคลากร ออกมาร้องเรียนเรื่องการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ โดย รพ.ภูมิพลฯได้รับการจัดสรรจำนวน 1,680 โดส จากที่เคยขอไปยังกระทรวงสาธารณสุข 3,000 โดส จากการตรวจสอบบัญชีรายชื่อพบว่ามีทั้งหมด 1,611 รายชื่อ ฉีดให้วันที่ 13-14 ส.ค.แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่อกลับพบว่ามีความผิดปกติรายชื่อซ้ำ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ และใช้สัญลักษณ์ตัวเลขเป็นชื่อบุคคล 172 รายชื่อ แทนที่จะเรียงลำดับความสำคัญ ไปเรียงลำดับตามตัวอักษร ทำให้บุคลากรด่านหน้าไม่ได้รับการพิจารณา จึงมีการเรียกกลุ่มบุคลากรที่ออกสื่อเข้าพบ ระบุว่าเพื่อมาหาทางออกร่วมกันในแนวทางที่ดี ไม่ได้เรียกเพื่อภาคทัณฑ์ หรือข่มขู่แต่อย่างใด “วันนี้ขอพูดคุยกับทางบุคลากรของเราแบบครอบครัวก่อน ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าฟัง และจะให้โฆษกฯเป็นผู้แถลงชี้แจงรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ต่อไป” ตะลุยฉีดวัคซีน-หาเชื้อเชิงรุกส่วนตลอดวัน ผู้สื่อข่าวรายงานหลายจังหวัดยังเดินหน้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต่อเนื่อง ที่มีทั้งวัคซีนซิโนแวค แอสตราเซเนกา และซิโนฟาร์ม อาทิ ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อ.เมือง จ.ขอนแก่น รวมถึงไฟเซอร์ที่เริ่มมีการจัดฉีดให้เฉพาะกับกลุ่มเสี่ยงได้แก่ผู้มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป กลุ่มป่วย 7 โรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และคนมีน้ำหนักเกิน 100 กก. ที่ รพ.สมุทรปราการ ทำให้คนแห่ฉีดวัคซีนกันอย่างคึกคักและหนาแน่น ขณะเดียวกันหลายจังหวัดยังต้องจัดหาตรวจเชื้อเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงต่อเนื่อง หลังพบผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากอยู่ อาทิ ในตลาดเทศบาลหนองบัว เทศบาลนครอุบลราชธานี เป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจำนวนกว่า 400 คนคลัสเตอร์ รง.อ.แกลงติดเชื้อเพิ่มด้าน จ.ระยอง ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 390 คน ตายเพิ่ม 4 ศพ รวมตายสะสม 49 ศพ ส่วนกรณีคลัสเตอร์พนักงานโรงงานอาหารทะเลแช่แข็ง CPF ใน อ.แกลง จากการตรวจเชิงรุกแบบ ATK พนักงานทั้งหมด 1,890 คน พบติดเชื้อแล้ว 270 คน อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจแบบ RT-PCR ยืนยันชัดเจนต่อไป เบื้องต้นมีการตั้ง รพ.สนามในโรงงานกักตัว ส่วนพนักงานกลุ่มเสี่ยงต่ำทั้งหมดได้กักตัวในโรงแรม 5 แห่ง ในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าพบคลัสเตอร์โรงงานอีก 1 แห่ง ใน อ.แกลง มีพนักงานติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจ ATK เพื่อควบคุมและไม่ให้มีการแพร่ระบาดในวงกว้างต่อไปจับตาคลัสเตอร์งานศพที่ร้อยเอ็ดส่วนอีกคลัสเตอร์ที่ต้องจับตาใกล้ชิดคือคลัสเตอร์แม่ครัวงานศพ 2 แห่งแรก ม.6 ต.โนนชัยศรี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ที่นายอำเภอโพนทองระบุว่าได้รับรายงานเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 จาก รพ.โพนทองว่าตรวจพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา จำนวน 11 คน จากหมู่บ้านหว่าน หมู่ 6 ต.โนนชัยศรี นายอำเภอโพนทองจึงสั่งปิดพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าว ปิดตลาดชุมชนและห้ามเข้าออกเป็นการชั่วคราว 14 วัน ต้นเหตุการแพร่เชื้อน่าจะมาจากแม่ครัวสาวโรงงานที่เป็นแม่ครัวทำอาหารในงานศพเมื่อวันที่ 31.ก.ค-3.ส.ค.2564 ที่หมู่บ้าน เพราะกลุ่มแม่ครัวประกอบอาหารเลี้ยงแขกที่งานศพ ผลตรวจติดเชื้อกันทุกคน อีกคลัสเตอร์ ที่ตำบลหนองไผ่ อ.ธวัชบุรี ตรวจพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนใน 2 หมู่ บ้าน คือบ้านหนองโสน 15 คน และบ้านดอนพยอม 15 คน ติดเชื้อจากญาติที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วมาร่วมงานศพ จนเกิดการแพร่ระบาดจนเป็นวงกว้าง เบื้องต้นได้นำผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกักตัว 14 วัน ส่วนภาพรวมของจังหวัด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 269 คน แยกเป็นผู้เดินทางมาจากต่างจังหวัด 241 คน ติดเชื้อภายในจังหวัดร้อยเอ็ด 28 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 ศพ รวมเสียชีวิตสะสม 69 ศพสลดแม่ต้องดูลูกหมดลมต่อหน้าสำหรับกรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีน้ำหนักตัวถึง 200 กก.เสียชีวิตในบ้านพักย่าน ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยมารดาถ่ายคลิปขณะขอความช่วยเหลือจากนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้ง ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากทนายโป้งว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 14 ส.ค. มารดาผู้ตายโทร.มาขอความช่วยเหลือลูกชาย วัย 32 ปี มีน้ำหนัก 200 กก. ที่ติดโควิด ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. โดยบิดาเพิ่งเสียชีวิตจากโควิดไปเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมาตนก็คอยดูแลผู้ตายมาตลอด กระทั่งค่ำวันที่ 14 ส.ค.ได้รับแจ้งว่าหนุ่มรายนี้อาการไม่ค่อยดี หายใจติดขัด ต้องการเพียงเครื่องออกซิเจนมาช่วยหายใจที่บ้าน จึงให้แม่เขาโทร.หา 1669 ต่อมาแม่ของชายคนดังกล่าวโทร.มาบอกว่าเจ้าหน้าที่กำลังส่งรถมารับ แต่ระหว่างคุยกันอยู่ได้ยินเสียงแม่ของชายคนดังกล่าวร้องเรียกลูก จึงถามไปว่าอาการเป็นอย่างไร แต่สักพักแม่ของผู้ป่วยตอบกลับมาว่าลูกตายแล้ว ยอมรับว่าตกใจมากจึงประสานกู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปตรวจสอบรวมถึงประสานวัดอ่วมอ่องเพื่อส่งศพไปฌาปนกิจ ขณะที่ มารดาผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ตั้งแต่ลูกชายป่วยแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจ ก็มาตรวจเบื้องต้นแล้วกลับไป บอกแต่เพียงว่าต้องรอเข้าระบบ ตนรอมาจนลูกเสียชีวิตก็ยังไม่ได้เข้าระบบ ไม่รู้ว่าระบบมันจะเยอะไปถึงไหน ลูกชายตนหายใจไม่ออก สุดท้ายตนต้องมาเห็นสภาพลูกชายตนขาดใจตายไปต่อหน้า โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ผู้ว่าฯปูรับมีปัญหาสุขภาพต่อมาเมื่อเวลา 19.30 น. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีประเด็นสำคัญคือการตอบคำถามถึงคำสั่งโยกย้ายผู้ว่าราชการในระยะนี้ที่ไม่ปรากฏชื่อว่าอยากย้ายเช่นกันครับ เหตุผลของผมคือ สุขภาพผมไม่แข็งแรง ออกพื้นที่ได้ไม่มาก ไปมาไม่สะดวก หลายคนเป็นห่วง ออกจากศิริราชแล้วร่างกายไม่เหมือนเดิมเลย โควิดทิ้งร่องรอยไว้เยอะมาก เหนื่อย ไอ จาม มีน้ำมูก หอบง่าย ล่าสุดมีอาการเกร็งด้านขวาค่อนข้างมาก คุณหมอบอกว่าผมเครียดหนัก พักผ่อนน้อย ต้องถนอมชีวิตมากกว่านี้ ขณะที่งานในสมุทรสาครไม่เครียดคงไม่ได้ กระทรวงบอกว่าผมทำงานมากเกินไป จะย้ายให้ไปอยู่จังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น ผมเป็นห่วงชาวบ้าน ก่อนถึงฤดูโยกย้ายขอผมเป็นพนักพิงให้ชาวบ้านอุ่นใจก่อนว่า เรายังไม่หนีไปไหน พร้อมเผชิญเรื่องร้ายๆไปด้วยกัน ผมเกษียณปีหน้าครับขอลาออกจากราชการแทนนอกจากนี้ ผวจ.สมุทรสาคร ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 เมื่อช่วงปลาย ธ.ค.ปีกลาย และต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ. ศิริราชนานร่วมสามเดือนถึงได้กลับมาเป็นปกติ ยังระบุเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งอีกว่า บอกคนใหญ่ในกระทรวงถึงเหตุผลการย้าย มาจากสุขภาพร่างกายล้วนๆ คำตอบที่ได้ตอนคำสั่งล่าสุดคือถึงผมอยากไปสุพรรณบุรี แต่นักการเมืองเขาไม่ยอมรับ จึงไปไม่ได้แน่ ส่วนอ่างทองเป็นจังหวัดเล็กเกินไป ย้ายจากสมุทรสาครไปจังหวัดเล็กกว่าคงไม่เหมาะ ...ไปจังหวัดอื่นก็ลำบาก อยู่สมุทรสาครต่อก็คงไม่ดี คนอยู่ที่นี่ควรจะแข็งแรงกว่าผม ทำงานได้คล่องแคล่วกว่าผม ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพเหมือนผม พร้อมระบุอีกว่า เคยฝันว่าจะอยู่รับราชการได้จนถึงเกษียณอายุ เพราะคือจุดหมายปลายทางที่ข้าราชการทุกคนปรารถนา แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าเป็นได้แค่ในฝัน สาเหตุหลักมาจากการทุ่มเทให้กับงานมากไป นึกถึงคำของผู้ใหญ่ที่บอกว่าจะหาจังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หาให้ พร้อมระบุด้วยว่าเมื่อนึกถึงคำของคุณหมอที่บอกหลังเห็นคำสั่งว่า ผมควรใช้ชีวิตก่อนเกษียณที่สงบกว่านี้ ลาออกเถอะ บ้านเมืองย่อมมีคนมาทำงานได้ อย่าไปห่วงจนเกินตัว และนึกถึงคำของลูกสาวที่ปลอบพ่อว่า พ่อต้องดูสุขภาพและความรู้สึกพ่อเป็นหลัก พ่ออยู่ในราชการอีกแค่ปีเดียว แต่อยู่ในชีวิตหลังเกษียณอีกหลายปี พ่อทำงานหนักมาตลอดชีวิต ปีสุดท้ายของพ่อน่าจะเลือกให้เหมาะกับสุขภาพพ่อเป็นสำคัญ ทั้งนี้ นายวีระศักดิ์ได้ระบุในเวลาต่อมาอีกว่าจะยื่นใบลาออกต่อผู้บังคับบัญชาในวันที่ 16 ส.ค.นี้