ทะลุฟ้ามาตามนัด ในแคมเปญ ศุกร์ 13 ไล่ล่าทรราช นัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ชัยสมร ภูมิ มุ่งหน้าบ้านนายกรัฐมนตรีที่ ร.1 ทม.รอ. ตำรวจวางกำแพงคอนเทนเนอร์ลวดหนามขวางพร้อมตั้งรับนิ่งอยู่หลังแนว แต่ถูกยั่วยุด้วยระเบิดปิงปอง และมีความพยายามจะเปิดช่องด้วยการเคลื่อนตู้คอนเทนเนอร์ออก เลยเจอโต้กลับฉับพลันด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง เจ็บระนาว แฉ ไฮโซลูกนัท 1 ในแกนนำถึงกับร่วงหลัง เจอของแข็งเข้าที่หัวคิ้วขวา หามส่ง รพ.วุ่น ขณะที่ตำรวจฉวยโอกาสฝนถล่มอย่างหนัก เข้ายึดพื้นที่คืนพร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วกดดันแว้นตามตรอกซอกซอย ส่วนป้าเป้าและผู้ชุมนุมที่ถูกจับถูกนำตัวฝากขังตำรวจค้านประกัน ด้าน “เต้น” แถลง “คาร์ปาร์ก” 3 เส้นทาง จบใน 6 โมงเย็น พร้อมใจบีบแตรยาวเท่าเพลงชาติเป็นสัญลักษณ์จากเหตุปะทะเดือดระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอารักขาและควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 10 และ 11 ส.ค.ที่ผ่านมาบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงต่อเนื่องอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้บาดเจ็บทั้งตำรวจ อคฝ.และมวลชน ทรัพย์สินราชการเสียหาย โดยเฉพาะป้อมยามตำรวจ ตู้สัญญาณไฟจราจรถูกทำลายสิบกว่าแห่ง ขณะเดียวกันตำรวจจับกุมผู้ชุมนุมหลายราย ยึด จยย.นับร้อยคัน ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายกันอีกครั้งผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า- thalufah ประกาศนัดรวมพล! ศุกร์ 13 ไล่ล่าทรราช#ม็อบ 13 สิงหา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท 15.00 น.เป็นต้นไป น.1 เตรียม อคฝ.รับมือทะลุฟ้าการเตรียมการของตำรวจในการรับมือผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า ที่นัดหมายไปบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 13 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าประกาศทำกิจกรรมชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเวลา 15.00 น. และเคลื่อนที่ไปถนนวิภาวดีรังสิต ได้เตรียมความพร้อมจัดกำลัง เน้นเรื่องการปฏิบัติรักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้กรอบกฎหมายที่กระทำได้มีเหตุออกไประงับเสร็จกลับที่ตั้งเมื่อถามว่า กรณีที่ตำรวจเจอกลุ่มผู้ชุมนุมต้องปะทะกันทุกครั้งนั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า หลักเกณฑ์การปฏิบัติหน้าที่ตำรวจชัดเจนว่า ถ้าผู้ชุมนุมไม่ใช้ความรุนแรง ตำรวจจะรักษาความสงบเรียบร้อย กรณีที่มีการดำเนินการระหว่างการชุมนุม บางครั้งสืบทราบว่ามีการสะสมอาวุธก่อเหตุความรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าระงับเหตุเพื่อให้คลี่คลาย การชุมนุมครั้งสุดท้ายบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระทั่งวางเพลิงเผาทรัพย์ สร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มบุคคล เมื่อระงับเหตุเสร็จสั่งกำลังกลับเข้าสู่ที่ตั้ง หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนที่ไปที่สามเหลี่ยมดินแดง เผาทำลายทรัพย์สินรถยนต์ เผาป้อมจราจรของ บช.น.จึงเข้าระงับเหตุ หลักการทำงานเป็นรูปแบบนี้ อยู่ในกรอบของกฎหมาย ดำเนินการตามสถานการณ์ ส่วนที่ผ่านมาการใช้กำลังโดยไม่มีการแจ้งเตือนนั้น ขณะนี้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีการประกาศโดยต่อเนื่อง ตั้งตู้คอนเทนเนอร์วางลวดหนามส่วนมาตรการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มทะลุฟ้า มีรายงานว่า ในช่วงเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ดินแดง ได้ปิดการจราจรถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกเฉพาะช่องทางคู่ขนานตั้งแต่หน้า รพ.ทหารผ่านศึก จนถึงหน้าปั๊ม ปตท. ร.1 ทม. รอ. และนำรั้วลวดหนาม แผงเหล็กมาปิดกั้นจุดกลับ และทางเข้าถนนวิภาวดี รังสิต ขาออก บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง นอกจากนี้ยังตั้งกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ตรงเชิงทางลงทางด่วนดินแดง มีรถฉีดน้ำควบคุมฝูงชน จีโน่ เตรียมพร้อมสนับสนุน หากเกิดเหตุปะทะกับฝั่งผู้ชุมนุมอีก ส่วนถนนอโศก-ดินแดง เปิดการสัญจรตามปกติ เป็นที่น่าสังเกตว่าในการปิดการจราจรครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรักษาการณ์ หรือคอยอำนวยความสะดวกการจราจรในพื้นที่สักคนเดียวม็อบเคลื่อนพลมุ่ง ร.1 ทม.รอ.ต่อมาเวลา 14.30 น. กลุ่มวัยรุ่นนักศึกษาอาชีวะจำนวนหนึ่งเป็นทีมเคลื่อนที่เร็วแนวร่วมกลุ่มทะลุฟ้าได้ขี่จักรยานยนต์เข้ารื้อถอนรั้วลวดหนามบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงออกไปบางส่วน เตรียมรับขบวนกลุ่มทะลุฟ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีทีท่าขัดขวาง กระทั่งเวลา 16.25 น. ขบวนมวลชนที่ตั้งแถวบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิฝั่งหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ให้สัญญาณเคลื่อนขบวน ด้วยการเผากองผลไม้มีชายฉกรรจ์วัยรุ่นหนุ่มสาวคล้องแขนเดินนำถือป้ายข้อความว่า “ประยุทธ์ต้องออกไปในทันที” ตามด้วยขบวนรถจักรยานยนต์ รถเครื่องขยายเสียง ทั้งนี้ในขบวน มีวัยรุ่นเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมุ่งหน้าไปยัง ร.1ทม.รอ. เส้นทางถนนราชวิถีปาระเบิดปิงปองเขย่า อคฝ.ขณะเดียวกัน กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นแนวร่วมกลุ่มทะลุฟ้าจำนวนหนึ่งได้ขี่จักรยานยนต์ บีบแตรและเบิ้ลเครื่องยนต์เสียงดัง เข้าไปในถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณหน้าแนวกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ ตะโกนไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีบางคนในกลุ่มได้ปาระเบิดปิงปองใส่แนวกำลังกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประกาศเตือนให้กลุ่มวัยรุ่นยุติการกระทำดังกล่าวห้าวจัดใช้เชือกคล้องขยับตู้ยักษ์กระทั่งเวลา 16.50 น. หัวขบวนม็อบทะลุฟ้าเคลื่อนมาถึงบริเวณแนวรับของเจ้าหน้าที่บริเวณถนนวิภาวดี -รังสิตฝั่งขาออก ช่องทางคู่ขนานที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางขวางไว้ กลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวเริ่มจุดพลุ ขว้างปาสิ่งของ และนำรถจักรยานยนต์มาเร่งเครื่องเสียงดังใกล้แนวตู้คอนเทนเนอร์ แต่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่มาสกัดกั้นขวาง หรือตอบโต้เหมือนครั้งที่ผ่านมา ทำให้มวลชนต้องหยุดขบวนและรอดูท่าที ก่อนที่แนวหน้ากลุ่มทะลุฟ้า เริ่มรื้อรั้วลวดหนามที่ขึงไว้บนตู้คอนเทนเนอร์ นำเชือกขนาดใหญ่มาคล้องตู้คอนเทนเนอร์ฝั่งในสุด แล้วระดมกำลังมาต่อแถวเตรียมดึงเชือกเพื่อขยับตู้คอนเทนเนอร์ออกเป็นการเปิดทางเข้าเจอโต้ด้วยกระสุนยางแก๊สน้ำตาขณะเดียวกัน กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ตั้งแนวสกัดหลังตู้คอนเทนเนอร์ เริ่มประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่ากำลังกระทำผิดกฎหมาย และเคลื่อนกำลังเข้าประชิดแนวรับตู้คอนเทนเนอร์ และที่ทางขึ้นทางด่วนดินแดง เป็นจุดที่มีชัยภูมิสูงกว่ากลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนระดมยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาเข้าใส่ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมตอบโต้ด้วยการขว้างปาดอกไม้ไฟ ระเบิดควัน และยิงหนังสติ๊กสวน แต่ตำรวจได้ระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมจากหลายทิศทาง ทำให้แถวมวลชนหลักของทะลุฟ้าต้องถอยร่นกลับไปตั้งหลักห่างจากแนวปะทะเนื่องจากอยู่ในระยะทำงานของควันจากแก๊สน้ำตาไฮโซลูกนัทร่วงโดนเข้าที่หัวคิ้วสถานการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมทะลุฟ้าเริ่มเข้มข้น ขยายวงออกไปถึงบริเวณแยกดินแดง มีมวลชนได้รับบาดเจ็บแสบร้อนจากแก๊สน้ำตาจำนวนมาก โดยเฉพาะนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท หลาน ดร.อำนวย วีรวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำกลุ่มสลิ่มกลับใจ ที่เข้าร่วมในการชุมนุมหลายครั้ง ถูกวัตถุของแข็งเข้าที่คิ้วขวาเหนือตาแตกเป็นแผลฉกรรจ์เลือดท่วม ถูกหามขึ้นรถ จยย.ออกนอกพื้นที่เพื่อนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ฝนถล่ม–แกนนำประกาศยุติชุมนุมกระทั่งเวลา 17.25 น. แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้ยุติการชุมนุม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้อาวุธในการสลายการชุมนุม แต่มวลชนที่ยังอารมณ์ค้างไม่ยอมกลับ ขว้างปาวัตถุเสียงดังคล้ายระเบิดไปทางฝั่งเจ้าหน้าที่ บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง มวลชนนำวัตถุต่างๆ เช่น ไม้และขยะบริเวณใกล้เคียงมาจุดไฟเผาระบายอารมณ์ บริเวณตอม่อทางด่วน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยุติลงชั่วคราวเหมือนพักยก เพราะเกิดฝนตกอย่างหนักจนทำให้ผู้ชุมนุมต้องเข้ามาหลบฝนอยู่ใต้ทางด่วนตำรวจได้ทียึดสามเหลี่ยมดินแดงคืนขณะที่ฝนกำลังถล่มพื้นที่ปะทะระหว่างผู้รักษากฎหมายและผู้ต่อต้านรัฐบาล ในเวลา 18.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงจีโน่ 2 คัน เคลื่อนขบวนออกจากแนวตั้งรับหลังกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ เข้ากระชับพื้นที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง พร้อมยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางกดดัน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่วัยรุ่นที่ปักหลักชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถอยร่น ส่วนใหญ่ถอยไปยังบริเวณแยกราชปรารภ ขณะที่บางส่วนถอยร่นไปยังแยกประชาสงเคราะห์ ถนนอโศก-ดินแดง ท่ามกลางสายฝนตกอย่างหนักรองโฆษก ตร.เผยทำตามหลักสากลต่อมาเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า หลังมีประกาศชักชวนร่วมชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าเวลา 15.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามใช้อาวุธทั้งขวดแก้ว กระสุนหัวลูกแก้วลูกน็อต ระเบิดเพลิง และประทัดยักษ์สร้างความวุ่นวายต่อเนื่อง ทำให้การชุมนุมไม่อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย เจ้าหน้าที่พยายามจะเจรจาผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพื่อไม่ให้สถานการณ์วุ่นวาย และไม่ให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหายมากไปกว่านี้ เจ้าหน้าที่ต้องออกมาควบคุมสถานการณ์ ยืนยันว่าการออกมากระชับพื้นที่เป็นไปตามกฎหมายตามหลักสากล มีการจัดการแจ้งเตือนเป็นระยะ มีการใช้ความละมุนละม่อม ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ก็เป็นไปตามหลักสากล และได้รับอนุญาตให้ใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ยืนยันการกระชับพื้นที่จะไม่ละเมิดกฎหมาย ดังนั้น ขอให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมยุติการก่อความวุ่นวาย และให้เดินทางกลับบ้านทันทีจัดชุดเคลื่อนที่เร็วกันแว้นป่วนต่อมาเวลา 18.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดชุดควบคุมฝูงชนเพื่อเคลื่อนที่เร็วออกปฏิบัติการ กดดันและจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้จักรยานยนต์สร้าง ความวุ่นวายตามตรอกซอกซอยต่างๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนชุดใหญ่ พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงจีโน่ ได้ออกมาประจำการแยกสามเหลี่ยมดินแดง และเตรียมออกเข้าเคลียร์พื้นที่จากแยกสามเหลี่ยมดินแดง มุ่งหน้าแยกประชาสงเคราะห์ ถนนอโศก-ดินแดง เคลียร์พื้นที่ยึด จยย.ผู้ชุมนุม 14 คันเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าเคลียร์พื้นที่ถนนอโศก-ดินแดงจากแยกประชาสงเคราะห์ มุ่งหน้าแยกดินแดง ส่งผลให้ผู้ชุมนุมต้องแยกย้ายออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลุ่มวัยรุ่นที่มาร่วมชุมนุมที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงได้ทั้งหมด 14 คัน มีทั้งมีแผ่นป้ายทะเบียน และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน“บิ๊กปั๊ด” เข้า บช.น.เป็น ผบ.สั่งการมีรายงานว่า เมื่อเวลา 16.45 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อร่วมประชุมและวางแผนดูแลรักษาความปลอดภัยม็อบ โดย ผบ.ตร.เป็นผู้บัญชาการและสั่งการด้วยตัวเอง ที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 ร่วมกับ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. และชุดทำงานที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง 2 ทุ่มครึ่งทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติสถานการณ์ความวุ่นวายบริเวณหน้าแฟลตดินแดง กลุ่มผู้ชุมนุมวัยรุ่น ที่ยังไม่ยอมเดินทางกลับยังคงยั่วยุเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่องด้วยการขว้างปาวัตถุเสียงดังคล้ายระเบิดเข้ามาทางฝั่งเจ้าหน้าที่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ผู้บัญชาการเหตุการณ์สั่งให้นำรถกระบะ 3 คัน พร้อมกำลัง ติดปืนยิงกระสุนยางเข้าเคลียร์พื้นที่ถนนดินแดงมาถึงแยกประชาสงเคราะห์เพื่อกดดันผู้ชุมนุมให้ออกจากบริเวณ แต่ผู้ชุมนุมวัยรุ่นขี่รถจักยานยนต์หลบหนีเข้าแฟลตดินแดง และถนนประชาสงเคราะห์ ไปได้อีก เหมือนเล่นแมวจับหนู นอกจากนี้ ยังมีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนอีกชุด เข้ากระชับพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยฯ กดดันมวลชนที่เหลือจนต้องขี่ จยย. หลบหนีออกไปทางถนนราชวิถี พญาไท และพหลโยธิน กระทั่งเวลา 20.30 น. การจราจรที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มกลับสู่สภาพปกติ ไม่พบมวลชนตกค้างในพื้นที่ฝากขัง “ป้าเป้า” พร้อมพวก 13 คนส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกจับในเหตุประท้วงรัฐบาลระหว่างวันที่ 10-11 ส.ค. ก่อนนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 ส.ค. ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ยื่นคำร้องขอฝากขังกลุ่มม็อบ 11 ส.ค. ต่อศาลอาญาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ รวม 3 สำนวน 13 คน ประกอบด้วยนางวรวรรณหรือ ป้าเป้า แซ่อั้ง อายุ 67 ปี นายนพดล สินบุญเชิญ อายุ 51 ปี นายธนา กำพูล อายุ 35 ปี นายเอกณัฎฐ์ สมบัติยิ่งวัฒนา อายุ 28 ปี นายวีรวัฒน์ คัมภีร์ทูล อายุ 19 ปี นายกฤษณะ มีนา อายุ 29 ปี นายปภังกร โพธิ์เจริญ อายุ 36 ปี น.ส.เมษา เถื่อนมา อายุ23ปี น.ส.อภิชาต ศิริมา อายุ 22 ปี นายณัฐพล อภิรักษ์ลี้พล อายุ 19 ปี นายชัยพัทธ์ ศักดิ์ศรีเจริญยิ่ง อายุ 22 ปี นายอาทิตย์ สากลวารี อายุ 20 ปี นายน้ำเชี่ยว เนียมจันทร์ อายุ 19 ปี ชั้นจับกุมทั้งหมดให้การปฏิเสธก่อหวอดอนุสาวรีย์ชัยฯไล่นายกฯคำร้องบรรยายสรุปว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 เวลา 15.35 น. ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา มีกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่อกลุ่ม “ทะลุฟ้า” นัดทำกิจกรรมใช้ชื่อ “ไล่ล่าทรราช” ผ่านสื่อโซเชียล ให้ผู้ชุมนุมมารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. กีดขวางการจราจรเป็นเหตุให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเดือดร้อน ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนชุดจับกุมนำกำลัง 1 กองร้อย ไปดูแลความสงบ เมื่อไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขว้างปาขวดแก้ว ถุงบรรจุสีใส่เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนอย่างต่อเนื่อง ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประกาศแจ้งให้ยุติการชุมนุมและแยกย้ายกันกลับ แต่ผู้ชุมนุมไม่ยุติการชุมนุมยังคงขว้างปาขวดแก้วใส่อย่างต่อเนื่องแจ้ง มั่วสุม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน–โรคติดต่อเมื่อตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้กระชับพื้นที่จนควบคุมสถานการณ์ได้ พบนางวรวรรณ หรือป้าเป้า ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกอยู่ในบริเวณที่ชุมนุม จับกุมดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันทำกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า 5 คน ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมให้เลิกไปแต่ไม่เลิก" เป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,215 วรรคแรก, 216,296, พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และพ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ฉบับที่ 15 และประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องการปิดสถานที่ชั่วคราว ฉบับที่ 36 ลงวันที่ 10 ก.ค.2564 เหตุเกิดบริเวณถนนราชวิถี วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงพญาไท กทม.ฝากขังถึง 24 ส.ค.–ค้านประกันท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้สอบสวนผู้ต้องหามาโดยตลอดจะครบกำหนด 48 ชั่วโมง หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นจะต้องสอบพยาน 20 ปาก, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 ส.ค.64 หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากได้กระทำการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง มีการวางเพลิงเผาทรัพย์สินราชการ ทุบทำลายทรัพย์สินจนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังร่วมกันทำร้ายเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินคดีที่มีโทษร้ายแรงต่อไป หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นแห่ขอ จยย.คืนเหตุชุมนุม 10 ส.ค.ส่วนที่ สน.ดินแดง เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง เปิดศูนย์รับรถ จยย. 124 คัน ที่ยึดจากการสลายการชุมนุม วันที่ 10 ส.ค. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงต่อเนื่องไปยังอนุสาวรีชัยสมรภูมิ จัดสถานที่บริเวณลานกีฬาฝั่งตรงข้าม สน. เป็นจุดยื่นเอกสารยืนยันการเป็นเจ้าของรถ มีผู้ติดต่อเข้ามายื่นแล้ว 60 คน มี ร.ต.อ.ศรัทธาธรรม สูตรสุวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สน.ดินแดง พร้อมคณะพนักงานสอบสวน ร่วมตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน เอกสารการครอบครองรถ เอกสารผู้รับมอบอำนาจ หากเป็นเด็กและเยาวชน ต้องมีผู้ปกครองมาด้วยแขวะเหนื่อยมั้ย ทีหลังอย่ายึดเยอะจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าวันนี้นัดมาสอบปากคำเบื้องต้น หากพบบุคคลใด เข้าข่ายร่วมการชุมนุมจะบันทึกประวัติไว้ ส่วนรถที่ตรวจยึดจะไม่ได้รับคืนภายในวันนี้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ โดยจะนัดหมายรับรถอีกครั้ง รถถูกเก็บไว้ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ขอความร่วมมือให้ทยอยเข้ามารับรถในวันหลัง เนื่องจากกระบวนการสอบปากคำใช้เวลาค่อนข้างนาน หากมารวมตัวกันจำนวนมาก เกรงจะเกิดการแพร่เชื้อโควิด-19 จากการสอบถามผู้ที่ติดต่อรับรถ ยืนยันไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุม บางรายระบุว่า ขับรถส่งของ ส่งอาหาร หรือบางรายแค่ผ่านมาเฉยๆ แต่บางรายยังคงต่อปากต่อคำกับเจ้าหน้าที่ทำนองว่า “เหนื่อยไหมพี่ ทีหลังไม่ต้องยึดไปเยอะสิ”“เต้น” แถลงคาร์ปาร์ก 15 ส.ค.ก่อนหน้านี้ เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์ข่าวยูดีดีนิวส์ แยกแคราย จ.นนทบุรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.แถลงรายละเอียดกิจกรรม car park วันที่ 15 ส.ค.ว่า นัดหมายรวมตัวกัน 3 จุด เวลา 15.00 น.จากนั้นจะเคลื่อนขบวน ประกอบด้วย 1.ตนและคณะจะไปรวมตัวแยกราชประสงค์ เส้นทาง-พระราม4 -สวนลุม-บ่อนไก่ -คลองตัน-กลับแยกราชประสงค์ 2.กลุ่มคนหนุ่มสาว จะรวมตัวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เส้นทาง- ปิ่นเกล้า-บรมราชชนนี- ยูเทิร์นใต้สะพานสายใต้ใหม่-สิรินธร-ซ้ายแยกบางพลัด-กลับรถพระราม 7-จรัญสนิทวงศ์-ปิ่นเกล้า -อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 3. นายสมบัติ บุญงาม–อนงค์ นัดรวมตัว อยุธยาพาร์ค เส้นทาง-วิภาวดี- ห้าแยกลาดพร้าว6 โมงเย็นบีบแตรยาวเท่าเพลงชาตินายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า คาดว่าเวลา 18.00 น.ขบวน car park น่าจะวนครบรอบกลับไปยังจุดเริ่มต้น จากนั้นจะพร้อมกันจอดรถบีบแตรความยาวเท่าเพลงชาติ เป็นการเปล่งเสียงไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วแยกย้ายกลับบ้าน ทั้งนี้จะมีการประกวดการออกแบบตกแต่งรถ และข้อความบนป้ายสะท้อนความทุกข์ยากและปัญหาที่ประสบ ขอให้แชร์ลงบนโซเชียลมีเดีย จะมีทีมงานคอยเก็บข้อมูลและมอบรางวัลให้กับผู้ชนะ สำหรับผู้ที่ไม่มีรถแนะนำให้เช่ารถแท็กซี่ในเขต กทม.และปริมณฑล เท่ากับเป็นการช่วยเหลือกันไปในตัว ส่วนใครไม่สะดวกเข้าร่วมสามารถออกมายืนชูป้าย ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ตลอดเส้นทาง นอกจากการเคลื่อนขบวนมวลชนด้วยรถยนต์ยังจะมีการปราศรัยที่ยกระดับแบบไม่เคย มีมาก่อนในประเทศไทย และการแสดงดนตรีจากศิลปินประชาธิปไตยด้วยแสดงพลังทางการเมืองอย่างสันติ“ขอสื่อสารไปยังผู้มีอำนาจและตำรวจว่าหลายวันนี้อาจมีเหตุเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจจนเป็นภาพชินตา แต่ car park 15 ส.ค.ต้องพูดกันให้ชัดว่าตนชักธงสันติ ไม่ได้ธงสงคราม ไม่ว่าจะเกิดอะไรก่อนหน้านี้ car park จะเป็นสันปันน้ำให้ทุกฝ่ายตั้งหลักหยุดคิดการที่จะยุติบรรยากาศความรุนแรง จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือทั้งสองฝ่าย 15 ส.ค.เราจะเดิมพันสันติกันโดยให้สังคมเป็นกรรมการ เส้นทางที่กำหนดชัดเจนว่าเราหลีกเลี่ยงการผ่านพื้นที่เฝ้าระวังทั้งทำเนียบ ร 1.ทม.รอ. หรือพื้นที่อะไรที่จะถูกนำมาเป็นเงื่อนไขที่จะเกิดการเผชิญหน้า เราสื่อสารกับประชาชนว่าวันที่ 15 ส.ค. จะเป็นการแสดงพลังทางการเมืองแบบสงบสันติ ไม่มีลุย ไม่มีบวกหรือปะทะ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นและจบลงตามกำหนดเวลาทุกคนจะกลับบ้านหลังแสดงพลังโดยสวัสดิภาพ