ตรงกับวัน เฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ปวงชนชาวไทยรวมใจถวายพระพร ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานสำนักข่าวบีบีซี นำเสนอข่าว สาธารณสุข อ้าง พ.ร.ก.นิรโทษกรรมบุคลากรทางการแพทย์ มีความจำเป็นและไม่ได้เป็นการปกป้องคนบริหารจัดการวัคซีนโควิดโดยที่สาธารณสุขอ้างว่า เป็นการสร้างความมั่นใจและปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการโควิด-19 ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดและทรัพยากรมีจำกัด ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกฟ้องร้องแต่สังคมกลับมองว่า เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อ นิรโทษกรรม ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการหรือบริหาร วัคซีนโควิด–19 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่พอเพียงและล่าช้า ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเป็นการนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งผู้ที่ออกกฎหมายดังกล่าว คือ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยมีผลใช้บังคับย้อนหลัง เป็นที่เรียบร้อยเป็นเงื่อนไขที่จะคุ้มครองบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีน ซึ่งถ้าดูจาก เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ได้คุ้มครองการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุข เท่านั้น แต่คุ้มครองบุคคล หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับโควิด–19 ทั้งหมด รวมไปถึงยารักษาโรคและวัคซีนโควิดที่ได้รับมาทุกช่องทางทั้งภาครัฐและเอกชนการจะพิสูจน์ว่าโดยสุจริตหรือไม่ ประมาทเลินเล่อร้ายแรงหรือไม่ก็เป็นเกราะที่จะอ้างในการคุ้มครองตัวเองเด้งที่สอง ในเมื่ออำนาจตามกฎหมายอยู่ในมือภาครัฐ การจะฟ้องร้องภาครัฐ เพื่อให้รับผิดชอบต่อกรณีทุจริตคอร์รัปชัน หรือความรับผิดชอบใดๆที่รัฐเป็นคนทำคงเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเนื่องจากทุกอย่างเป็นกระบวนการและมีความเกี่ยวโยงระดับประเทศขนาดการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ยังไม่ได้ตามโควตา ที่ขอเอาไว้ จัดสรรวัคซีนจากสาธารณสุขทะแม่งชอบกล หรือ งบแก้ปัญหาโควิด ที่อยู่ในการดูแลของ สสจ. ล่องหนไปจากบัญชี ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าจะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้ อ้างว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตก็แย่เต็มทีการกู้เงินมารับมือกับโควิด-19 จำนวนนับล้านล้านบาท ก็เป็นภาระของชาวบ้านไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแล้ว ถ้าชีวิตของชาวบ้านจะถูกโกงอีกระลอก จะเป็นบาปกรรมไปทั้งชีวิต ที่ผ่านมาการบริหารจัดการวัคซีน หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ทางการแพทย์ มีปัญหาเยอะมากและมีเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องบานตะไท แต่รัฐไม่เคยยอมรับความจริงแม้แต่เรื่องเดียว ขนาดมีหลักฐานมัดอย่างแน่นหนา การที่มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองคราวนี้ก็ไม่ต่างจากการนิรโทษกรรมการปฏิวัติรัฐประหารเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงจะต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมล่วงหน้าทำไม.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th