ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยังกล่าวเนื่องในโอกาสครบ 100 ปี ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนต่อไปว่า ถือประวัติศาสตร์เป็นจุดอ้างอิง บุกเบิกพัฒนาอนาคต จำเป็นต้องยึดมั่นและพัฒนาสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีน การเดินบนหนทางของประเทศตนเป็นที่ตั้ง ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จีนยึดมั่นและพัฒนาสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีน ผลักดันให้อารยธรรมทางวัตถุ การเมือง จิตใจ สังคม และระบบนิเวศพัฒนาอย่างสอดประสานระหว่างการเดินทางครั้งใหม่ เราจำเป็นต้องยึดมั่นในทฤษฎี แนวทาง และยุทธศาสตร์พื้นฐาน ผลักดันการจัดวางทางยุทธศาสตร์ “4 รอบด้าน” ได้แก่ สร้างประเทศทันสมัยแห่งสังคมนิยมอย่างรอบด้าน ดำเนินการปฏิรูปให้ลงลึกอย่างรอบด้าน บริหารบ้านเมืองตามกฎหมายอย่างรอบด้าน และบริหารพรรคให้เข้มงวดอย่างรอบด้านเราเรียนรู้และเอาอย่างผลสำเร็จทุกอย่างของอารยธรรมมวลมนุษย์ เปิดรับข้อเสนอที่เป็นคุณและข้อวิจารณ์ที่มีเจตนาดีทุกข้อ ทว่าเราไม่รับการสอนสั่งที่หยิ่งผยองถือตัวเป็น “ปรมาจารย์” เป็นอันขาด พรรคคอมมิวนิสต์จีนและประชาชนจีนจะเดินไปข้างหน้าบนเส้นทางที่เลือกเองด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า กุมหนทางการพัฒนาและความก้าวหน้าของจีนอย่างมั่นคงไว้ในมือของตนเองเราต้องชูธงสันติภาพ การพัฒนา ความร่วมมือ และการได้ประโยชน์ร่วมกัน ดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่สันติ เป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ยืนหยัดหนทางการพัฒนาที่สันติ เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรุ่นใหม่ เดินหน้าสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ เดินหน้าโครงการ “1 แถบ 1 เส้นทาง” ให้พัฒนาอย่างมีคุณภาพ สร้างโอกาสใหม่แก่โลกด้วยการพัฒนาใหม่ของจีน ยืนหยัดการเปิดเสรี ไม่ทำการปิดล้อม ยืนหยัดการอำนวยประโยชน์แก่กัน ไม่ใช้เกมที่ต้องมีผู้แพ้ชนะ คัดค้านความเป็นมหาอำนาจใหญ่และการเมืองที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ ผลักดันวงล้อแห่งประวัติศาสตร์ให้มุ่งไปสู่เป้าหมายที่สว่างไสวแต่ไหนแต่ไรมาประชาชนจีนไม่เคยรังแก กดขี่ หรือใช้ประชาชนประเทศอื่นเป็นทาส ไม่เคยทั้งในอดีต ไม่มีในปัจจุบัน และจะไม่มีในวันข้างหน้า พร้อมกันนี้ประชาชนจีนก็จะไม่อนุญาตให้กลุ่มอิทธิพลภายนอกใดๆ เข้ามารังแกกดขี่ และใช้เราเป็นทาส...ผู้ใดคิดเพ้อฝันจะทำเช่นนี้ย่อมจะพุ่งชนกำแพงเหล็กกล้าที่ทำจากเลือดเนื้อของประชาชนจีนกว่า 1,400 ล้านคน.“ตุ๊ ปากเกร็ด”