วันอังคารที่ 15 มิถุนายน ที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ถือเป็นวันสำคัญที่จะต้องบันทึกไว้สำหรับการทำสงครามสู้กับโรคระบาดไวรัสร้ายโควิด-19 ของประเทศไทยเพราะเป็นวันที่สถิติยอดติดเชื้อสะสมของเราทะลุหลัก 200,000 (2 แสน) รายพอดิบพอดีในวันนี้ก่อนหน้า 1 วันคือจันทร์ที่ 14 มิถุนายน...ยอดสะสมของเราเข้ามาจ่อแล้วที่ 199,264 รายครั้น 15 มิถุนายน เวลาเที่ยงเศษๆ หลังทาง ศบค.แถลงตัวเลขอย่างเป็นทางการว่าเราติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 3,000 ราย...มหาวิทยาลัย จอห์น ฮอปกินส์ ก็ปรับตัวเลขของเราออกเผยแพร่ทั่วโลกทันทีเป็น 202,264 ราย ทะลุ 200,000 ไปถึง 2,264 รายเป็นอันดับที่ 79 ของโลก ขึ้นไปจ่อหายใจรดต้นคอประเทศ บอสเนียฯ ซึ่งมียอดรวมอยู่ที่ 204,668 ราย...ห่างกันเพียง 2,404 รายเท่านั้นเอง...โอกาสที่เราจะแซงได้อีกค่อนข้างสูงมากเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2564 วันที่เราทะลุหลักหมื่นคือขึ้นมาอยู่ที่ตัวเลข 10,053 รายนั้น ดูเหมือนผมจะบันทึกไว้เช่นกันผมยังเขียนไว้ด้วยว่าเราใช้เวลาถึง 11 เดือนเศษ นับตั้งแต่เราเจอผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกๆในประเทศไทยประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2563 กว่าจะมาทะลุหลักหมื่นในต้นเดือนมกราคม 2564ก็ได้แต่หวังว่าการระบาดระลอก 2 ในบ้านเรานั้น เราจะควบคุมได้อยู่อย่างรวดเร็ว เหมือนที่เราจัดการได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับคำชมจากทั่วโลก รวมทั้ง WHO ในระลอกแรกที่ไหนได้ จากวันที่เราทะลุหลักหมื่น 9 มกราคม 2564 นั้นเอง...มาถึง 16 พฤษภาคมปีเดียวกัน แค่ 4 เดือนเศษเท่านั้น เราทะลุหลักแสนเสียแล้ว คือพุ่งขึ้นเป็น 101,447 ราย อย่างเหลือเชื่อจากนั้นก็ยังวิ่งไม่หยุด...แค่เดือนเดียวเอง คือจาก 16 พ.ค. ถึง 15 มิ.ย. เราทะลุ 200,000 มาอยู่ที่ 202,264 เรียบร้อยยอมรับว่าใจหายจริงๆครับ ที่เห็นตัวเลขพุ่งปรู๊ดปร๊าดเช่นนี้เพราะมันจะส่งผลไปถึงผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ต้องเข้าห้องไอซียู หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ...ซึ่งจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วยรวมทั้งยอดผู้เสียชีวิตซึ่งจะต้องสูงขึ้นด้วย ดังเช่นยอดล่าสุดของเราที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 1,485 ราย ทั้งที่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 ยอดเสียชีวิตสะสมของเราตั้งแต่ระบาดมาเกือบๆปีอยู่ที่ 64 รายเท่านั้นเองกลายเป็นว่าอีกเพียง 6 เดือนให้หลังเราต้องเสียชีวิตถึง 1,400 กว่าราย นับเป็นการสูญเสียที่น่าเสียดายอย่างยิ่งผมก็ขอทำหน้าที่บันทึกไว้เพื่อให้ทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาได้ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้ต่อไป เพื่อชะลอยอดติดเชื้อใหม่รายวันลงให้ได้และชะลอผู้เสียชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เป็นที่ยอมรับกันแล้วละว่าหนทางเอาชนะสงครามโควิด-19 ได้ก็คือ “วัคซีน” ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตนตามกรอบของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในช่วงแรกๆหลังฉีดวัคซีนเห็นได้จากภาพรวมของโลกที่ปรากฏชัดว่าประเทศที่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางและปฏิบัติตามกรอบกติกาในระดับหนึ่งสามารถลดอัตราการติดเชื้อและการเสียชีวิตลงได้อย่างมีนัยสำคัญดังนั้น การเร่งฉีดวัคซีนควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎกติกาด้านสาธารณสุข จึงเป็นทางออกของชัยชนะในศึกครั้งนี้เราเริ่มฉีดกันมาพอสมควรแล้ว มีปัญหามีอุปสรรคมากมายดังที่เป็นข่าวและได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาขออนุญาตไม่ซํ้าเติมละครับ นอกจากจะขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องน้อมรับคำติติงมาพิจารณา...พร้อมกับหาทางแก้ปัญหาอย่างจริงจังจริงใจต่อไป จนกว่าเราจะได้ชัยชนะหรือเริ่มมองเห็นแสงสว่างของชัยชนะปัญหาอยู่ตรงไหนก็ขอให้บอกกันตรงๆ สื่อสารให้เป็นเรื่องเดียวกัน อย่ามั่ว อย่าว่ากันคนละเรื่องแบบทุกวันนี้สรุปก็คืออย่าให้ผมต้องมานั่งบันทึกถึงวันทะลุหลัก 300,000 ในเร็วๆนี้ได้จะขอบคุณเป็นที่สุด หรือไม่ถึงหลัก 300,000 เลยจะดีมากๆครับขอขอบคุณทุกๆฝ่ายล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้นะครับ.“ซูม” ปฏิบัติการไทยรัฐ ฝ่าวิกฤติโควิด-19