หัวหน้ากลุ่มนิติกร สช.หอบหลักฐานเข้าแจ้งความตำรวจ สน.ดุสิต เอาผิดข้าราชการขี้ฉ้อทุจริตเงินอุดหนุนรายหัวโรงเรียนเอกชน 7 แห่ง ในพื้นที่ กทม.ความเสียหาย 2,611,634.53 บาท พร้อมขอให้ขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่โรงเรียน ส่วนที่ จ.นราธิวาส ที่พบความเสียหายกว่า 13 ล้านบาท ให้ ผอ.สช.นราธิวาสเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษด้าน เลขาธิการ กช. สั่งตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ มีที่ใดที่ผิดปกติอีกหรือไม่จากกรณีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ร่วมกันแถลงข่าว พบการทุจริตเงินอุดหนุนรายหัวโรงเรียนเอกชน ใน จ.นราธิวาส และกรุงเทพฯ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทำผิดในลักษณะวิธีการคล้ายคลึงกันคือแก้ไขจำนวนนักเรียน เพื่อให้โอนเงินอุดหนุนรายหัวให้แก่โรงเรียนเกินกว่าที่ควรจะได้รับ แล้วให้โรงเรียนโอนเงินคืนหรือถอนเงินสดคืนให้เจ้าหน้าที่เป็นการส่วนตัว ความเสียหายทั้ง 2 จังหวัดรวมกันเฉียด 16 ล้านบาท พร้อมสั่งให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดทั้งวินัยและอาญา หลังพบข้าราชการขี้ฉ้อ 2 นาย เบื้องต้นสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ สน.ดุสิต นายปาพจน์ วิณิชยกุล นิติกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มนิติการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พร้อมคณะทำงาน นำหลักฐานเอกสารทางราชการ เข้าแจ้ง ความกับ ร.ต.ท.ธนายุต ไชยสมบัติ รอง สว. (สอบสวน) สน.ดุสิต เพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการในสังกัดกระทำการทุจริตเงินอุดหนุนรายหัวโรงเรียนเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร มีโรงเรียนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง 7 โรงเรียน ใน 3 เขต ได้แก่ เขตสาทร 2 แห่ง เขตยานนาวา 3 แห่ง และเขตคลองเตย 2 แห่ง ความเสียหายรวม 2,611,634.53 บาท พบหลักฐานการโอนคืนเงินเข้าบัญชีข้าราชการ สช.ผู้หนึ่งหลายครั้งนายปาพจน์เปิดเผยว่า ได้รับมอบอำนาจจากนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับข้าราชการ 1 คน ขอสงวนนามที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ โกงเงินอุดหนุนรายหัวโรงเรียนเอกชนสังกัด สช.ในพื้นที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังขอให้พนักงานสอบสวนขยายผลถึงตัวผู้ร่วมกระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของข้าราชการ โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งนี้ ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เช่นเดียวกับการดำเนินคดีที่ จ.นราธิวาส นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช.ได้ประสานงานให้ ผอ.สช.นราธิวาส เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ที่กระทำทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบด้วยเช่นกัน ส่วนการกระทำความผิดเรื่องการยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง ปลอมแปลงเอกสาร ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนจะสอบสวนขยายผลดำเนินคดีต่อไปวันเดียวกัน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่นิติกรได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับข้าราชการที่กระทำการทุจริตในพื้นที่กรุงเทพฯ 1 ราย ที่ สน.ดุสิตแล้ว เรื่องนี้เป็นคดีอาญาที่เกี่ยวกับการทุจริตของข้าราชการ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นผู้เข้ามาสอบสวนเรื่องต่อ เมื่อ ป. ป.ท.พิจารณาแล้วเสร็จ จะแจ้งผลมายังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ดำเนินการต่อ จะใช้เวลามากน้อยขนาดไหน มีระยะเวลากำหนดไว้อยู่แล้ว แต่คิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน เพราะพฤติการณ์และหลักฐานในการกระทำความผิดค่อนข้างชัดเจน และเบื้องต้น สช.ก็ได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วด้วยเลขาธิการ กช.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ สช.เร่งตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศว่ามีที่ใดที่ผิดปกติอีกหรือไม่ โดยในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วไม่พบการทุจริตเพิ่มจากที่ตรวจสอบพบก่อนหน้า ส่วนในต่างจังหวัด ได้เร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด คงใช้เวลาอีกไม่นาน เพราะเจ้าหน้าที่สามารถแบ่งและช่วยกันตรวจสอบทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ ทั้งนี้ หากพบสิ่งผิดปกติหรือส่อว่ามีการกระทำการทุจริตเกิดขึ้น สช.จะส่งทีมงานเข้าไปสืบสวนสอบสวนทันที ใครมีเอี่ยวบ้างต้องจัดการขั้นเด็ดขาดต่อไป