สยองรับวันสงกรานต์ ไฟไหม้รถทัวร์ 2 ชั้นย่างสดผู้โดยสาร 5 ศพคาซากรถ ไฟคลอกบาดเจ็บระนาว 12 คน หนีรอด 16 คน ชนวนเหตุสลดเกิดจากยางล้อหลังระเบิดเกิดประกายไฟกระเด็นไปติดห้องเครื่องไฟไหม้ลุกลามรวดเร็วแถมมีแก๊สรั่วฟุ้งกระจายเต็มรถ โชเฟอร์รีบจอดข้างทางเปิดประตูให้ผู้โดยสารหนีตายโกลาหล เหยื่อเคราะห์ร้ายเป็นผู้ใหญ่ 3 คนกับเด็ก 2 คนติดอยู่ชั้นบนหนีออกมาไม่ทันถูกคลอกสยองตายหมู่ ตำรวจประสานผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัด พร้อมคุมตัวคนขับไปสอบสวนดำเนินคดี ยันรถทัวร์เพิ่งตรวจสภาพเมื่อปลายเดือน มี.ค. และเปลี่ยนยางก่อนสงกรานต์ ศปถ.เผยยอดอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย ผ่านไป 3 วันสังเวยแล้ว 110 ศพ บาดเจ็บกว่าพันคนอุบัติเหตุใหญ่เซ่นวันสงกรานต์ รถทัวร์ไฟไหม้ย่างสดผู้โดยสารดับสยอง 5 ศพ เปิดเผยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 13 เม.ย. พ.ต.ท.ชูเกียรติ ไชยวิเศษ สว. (สอบสวน) สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้รถทัวร์โดยสาร มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บนถนนมิตรภาพ บ้านหนองขาม ต.โนนสมบูรณ์ อ.บ้านแฮด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ นำกำลังตำรวจประสานรถดับเพลิง และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย รพ.สิรินธร และ ปภ.เขต 6 ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 สายบึงกาฬ-กรุงเทพฯ เป็นรถทัวร์ 2 ชั้นของบริษัท 407 พัฒนาทัวร์ จำกัด หมายเลขข้างรถ 22-34 ทะเบียน 10-7387 อุดรธานี จอดอยู่ริมถนน มีเพลิงลุกไหม้ อย่างรุนแรง ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของผู้โดยสาร ที่พากันวิ่งหนีตายออกมาจากรถเป็นที่โกลาหล เจ้าหน้าที่ ระดมฉีดน้ำสกัดนานกว่า 1 ชม. จนควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังเพลิงสงบเข้าไปตรวจสอบในซากรถพบภาพสลด หดหู่ใจ มีผู้โดยสารเสียชีวิต 5 ศพ ถูกไฟคลอกร่างดำ เป็นตอตะโกอยู่บนชั้น 2 ของรถ เป็นชาย 2 ศพ หญิง 1 ศพ เด็กชาย 1 ศพ และเด็กหญิง 1 ศพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยทยอยนำตัวส่ง รพ.สิรินธร และ รพ.ขอนแก่น ส่วนผู้โดยสารอีก 16 คนปลอดภัยสอบถามผู้โดยสารที่รอดชีวิตทราบว่า รถทัวร์ รับผู้โดยสารออกจากสถานีขนส่งบึงกาฬมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แวะรับผู้โดยสารที่อุดรธานีและขอนแก่นก่อนเดินทางต่อ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางแตกเสียงดังสนั่น เกิดประกายไฟไหม้ติดห้องเครื่องลุกลามขึ้นมา ยังห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว มีแก๊สรั่วฟุ้งกระจายเต็มคันรถ พนักงานขับรถรีบจอดเข้าข้างทางเปิดประตูให้ผู้โดยสาร ทั้งหมดวิ่งหนีตายออกจากรถกัน จ้าละหวั่น ผู้ตายทั้ง 5 ราย อยู่บนชั้นสองหนีออกมา ไม่ทันถูกย่างสดเสียชีวิตสยองช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น เดินทางไป สภ.บ้านแฮด สอบปากคำ นายพัศดี คำคอน อายุ 48 ปี พนักงานขับรถทัวร์คัน ที่เกิดเหตุไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อกล่าวหา กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนรถทัวร์คันที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายมาเก็บไว้ที่ สภ.บ้านแฮด อยู่ระหว่างรอ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยวิศวกรขนส่งและ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาร่วมตรวจสอบ หาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงพล.ต.ต.พุฒิพงศ์เผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำพนักงานขับรถทราบว่า ขับรถพาผู้โดยสารมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ขณะรถวิ่งมาถึงช่วงก่อนเข้าเขต อ.บ้านแฮด เพียง 200 เมตร ยางล้อรถด้านหลังฝั่งขวาเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นก่อนจะมีไฟลุกไหม้ขึ้น อย่างรวดเร็ว พยายามประคองรถเข้าจอดข้างทางและ เปิดประตูให้ผู้โดยสารหนีออกจากรถ แต่ไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วและมีกลุ่มควันฟุ้งกระจายเต็มรถ ทำให้ผู้โดยสารบางส่วนหนีออกมาไม่ทันทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ ได้รับบาดเจ็บ 12 คน ส่วนใหญ่สำลักควันและถูกไฟคลอกตามร่างกาย หลังเกิดเหตุ ตรวจร่างกายพนักงานขับรถไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติด อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะตรวจสอบหา สาเหตุต่างๆให้แน่ชัด หากพบเข้าข่ายความผิดใดจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายหลัง เท่าที่สอบถามพนักงานขับรถยืนยันว่า รถทัวร์คันดังกล่าวเพิ่งตรวจสอบ สภาพรถเมื่อปลายเดือน มี.ค. และเปลี่ยนยางช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ในส่วนนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อมาในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. พร้อมเจ้าหน้าที่ประกันภัย เดินทางมา สภ.บ้านแฮด เตรียมทำเรื่องชดเชยสินไหม ให้กับผู้ประสบเหตุ จากการตรวจสอบพบว่ารถทัวร์ทำประกันภัยกับบริษัทวิริยะประกันภัยวงเงิน 1.5 ล้านบาท พ.ร.บ.รถยนต์ 5 แสนบาท ประกันภัยชั้นหนึ่ง 5 แสนบาท และประกันภัยผู้โดยสารที่นั่งละ 1 แสนบาท ส่วนสาเหตุจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ขนส่ง คาดว่ามาจากกรณีที่รถทัวร์ใช้แก๊สเอ็นจีวี เมื่อเกิดความร้อนแก๊สจะหาช่องทางออกอัตโนมัติ ลอยขึ้นสู่อากาศด้านบนทำให้แก๊สฟุ้งกระจายในรถ ต่างจากแก๊สแอลพีจีถ้าโดนความร้อนจะระเบิด นอกจากนี้ ในรถทัวร์ยังพบว่ามีรถ จยย.อยู่ในรถบริเวณด้านหลังด้วย ทำให้น้ำมันเบนซินในรถ จยย.เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจนเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว อย่างไร ก็ตาม ผลสรุปสาเหตุที่แท้จริงจะต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพ ถูกนำร่างที่ถูกไฟคลอกจนระบุตัวตนไม่ได้ไปพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่ รพ.ศรีนครินทร์ รอให้ญาติมายืนยันตัวตน ทราบชื่อแล้ว 1 คน คือ น.ส.สุกัญญา เกตุหอม อายุ 20 ปี ชาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ส่วนอีก 4 คน ยังไม่ทราบชื่อ เป็นชายอายุ 36 ปี ชายอายุ 39 ปี เด็กชาย อายุ 14 ปี และเด็กหญิงอายุ 5 ขวบที่ รพ.สิรินธร นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมคณะ นำกระเช้าจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่รักษาตัว อยู่ 3 ราย ถูกไฟไหม้ที่แขนและใบหน้าอาการโดยรวม ปลอดภัย นายสมศักดิ์กล่าวว่า นายกฯกำชับให้ช่วยเหลือ เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกราย ทาง คปภ. บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมร่วมกันสรุปค่าเยียวยาให้ผู้บาดเจ็บสาหัสและ เสียชีวิตรายละ 1.1 ล้านบาท ทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ส่วนอีก 4 ราย ยังไม่ทราบ ส่วนผู้บาดเจ็บ 12 ราย พักรักษาตัวอยู่ รพ.สิรินธร และ รพ.ขอนแก่น ตอนนี้รู้รายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างคัดแยก ว่าผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ทราบชื่ออีก 4 รายเป็นใครผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางมัชฌิมา พรหมโคตร อายุ 47 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตที่หนีออกมาทางประตูคนขับ ยังอยู่ในอาการช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเผยว่า ขึ้นรถที่ บขส.อุดรธานี จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ นั่งอยู่ ชั้นล่างเบาะหลังคนขับ หลับๆตื่นๆมาตลอดทาง ได้ยิน เสียงระเบิดดังตูม รถสั่นและส่ายไปมา เห็นมีประกายไฟ ในโซนหลังรถ พยายามออกทางประตูปกติ แต่พอเปิด ประตูมีกลิ่นแก๊สพุ่งเข้ามาจึงรีบปิด ในใจคิดว่ายังไง ต้องตายแน่ๆ จังหวะนั้นมีชายคนหนึ่งที่ขึ้นรถมาพร้อมกันยังพอมีสติ มองรอบๆพบทางออกไปห้องคนขับจึงพากันเข้าไปแล้วออกจากประตูคนขับรอดมา ได้หวุดหวิด ส่วนคนอื่นไม่ทราบว่าชุลมุนกันขนาดไหน รู้แค่ว่าพอออกมาได้แล้วก็เกิดไฟไหม้รถทั้งคันนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า สั่งการให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องคือ ทีมวิเคราะห์วิศวกรอุบัติเหตุ ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบรถทัวร์คันดังกล่าวในเชิงลึกว่าการเผาไหม้มีสาเหตุจากอะไร เบื้องต้นพบว่าไฟไหม้จากช่วงล้อ ต้องดูว่ามาจากยางหรือเบรก จากการตรวจสอบประวัติรถพบว่าไม่มีความผิดปกติของสภาพรถ เนื่องจากเพิ่งเข้ามาตรวจสภาพรถเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้รับทราบเหตุไฟไหม้รถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น บนถนนมิตรภาพ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น จนมีผู้โดยสารเสียชีวิต 5 ราย นายกฯแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำชับให้หน่วยงานเร่งดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้นายกฯยังแสดง ความห่วงใยประชาชนในการเดินทางช่วงวันหยุด ขอให้ตรวจสอบสภาพยานพาหนะให้พร้อมในการเดินทางไกล รวมทั้งเมาไม่ขับ ยึดกฎจราจร อีกทั้ง บางจังหวัดมีพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางด้วย ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และขอให้หน่วยงาน เช่น คมนาคม ตำรวจ ทหาร ดูแลเส้นทางคมนาคมให้เดินทางสะดวกปลอดภัย และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่ควรหลีกเลี่ยงนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี (ศปถ.) เผยว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนวันที่ 12 เม.ย. เป็นวันที่สามของการรณรงค์ “สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” เกิดอุบัติเหตุ 388 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 54 ราย ผู้บาดเจ็บ 373 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นขับรถเร็ว ร้อยละ 30.15 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.35 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 22 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สกลนคร สุพรรณบุรี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 21 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วงวันที่ 10-12 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 1,090 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 110 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,099 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 49 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 52 คน ฝากเตือนประชาชนใช้รถ ใช้ถนนด้วยความปลอดภัย อีกทั้งร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ด้วยการรด ริน พรมน้ำ และไม่สาดน้ำใส่กัน โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด