นอกจาก COVID-19 จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด และ อวัยวะอื่นๆของร่างกายแล้ว ล่าสุด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ ด้านจิตเวช Lancet Psychiatry ระบุว่า ผู้ติดเชื้อ COVID-19 มากกว่า 34% มีอาการทางประสาท หรืออาการทางจิต ในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากที่ติดเชื้อโดยอาการที่ตรวจพบมากที่สุด คือ วิตกกังวล (anxiety) คิดเป็น 17% รองลงมาคือ อารมณ์เปลี่ยนแปลง คิดเป็น 14% โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้อง รักษาตัวในโรงพยาบาล จะมีอาการทางประสาทค่อนข้างรุนแรงมากกว่าแม็กซีม ทาเควต นักวิจัยด้านจิตเวช มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิจัยที่ร่วมเขียนรายงานฉบับนี้ บอกว่า ผู้ป่วย COVID-19 มีโอกาสเกิดโรคทางสมอง 14 ชนิด รวมถึงอาการสำคัญๆ ตามเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคต่างๆกัน คือ เลือดออกในสมอง 0.59-0.75%โรคหลอดเลือดในสมองตีบ 2-10%โรคพาร์กินสัน 0.082-0.14%โรคอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน (GBS)โรคสมองเสื่อม 0.59-0.75%โรคจิต 1-40%อาการวิตกกังวล 17-39%โรคซึมเศร้า และอารมณ์แปรปรวน “อัตราอาการทางจิตจะยิ่งรุนแรง ถ้าอาการป่วยโควิดเลวร้ายลง ผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล จะพบอาการป่วยทางสมองเพิ่มขึ้นถึง 39%” นักวิจัยที่ร่วมเขียนรายงานฉบับดังกล่าว ยืนยันงานวิจัยดังกล่าว ทำให้เกิดการเรียกร้องต่อรัฐบาลในการดูแลอาการที่เกิดขึ้นทางสมองและทางจิตของผู้ป่วย COVID-19 หลังการรักษาอาการโควิดหายแล้ว“งานวิจัยครั้งนี้ ยืนยันว่า โรคทางสมองและความผิดปกติทางจิต จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโควิด-19 มากกว่าผู้ป่วยไข้หวัดธรรมดา หรือการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจทั่วไป สิ่งที่เราต้องดูต่อไปคือ อะไรจะเกิดขึ้นอีกกับผู้ป่วยหลังผ่านไป 6 เดือนแล้ว” ทาเควต บอก งานวิจัยครั้งนี้ ถือเป็นการศึกษาในขอบเขตที่ใหญ่มากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยใช้วิธีตรวจสอบประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วยโควิดมากกว่า 236,000 คน ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกาโดยทีมวิจัยพบว่า ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ถึง 44% มีโอกาสที่จะเกิดอาการป่วยทางประสาทและทางจิต เมื่อเทียบกับคนเป็นไข้หวัด และยังมีโอกาสเพิ่ม 16% เมื่อเทียบกับโรคทางระบบทางเดิน หายใจอื่นๆและยังพบว่าผู้ป่วยโควิด 50 คน ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดสมอง จนกระทบต่อการทำงานของสมองด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้ไม่ยืนยันชัดว่า COVID-19 มีส่วนในการเพิ่มโอกาสป่วยเป็นโรคทางประสาทในภาพรวมทาเควต บอกว่า โรคทางสมองบางโรค อย่างเช่น พาร์กินสัน และโรคอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน (Guillain-Barré syndrome) ซึ่งโดยปกติเป็นอาการทางประสาท ที่เชื่อมโยงกับการติดเชื้อไวรัส แต่การศึกษาครั้งนี้ ไม่พบว่า สองโรคนี้มีโอกาสเกิดเพิ่มขึ้นในผู้ป่วย COVID-19 ด้าน นพ.มุสะ ซามิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด้านจิตเวช มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม บอกว่า การศึกษาครั้งนี้ เป็นหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนมาก เชื่อมโยงโควิด-19 กับอาการทางจิตเวชและทางประสาท นี่เป็นหัวข้อที่สำคัญ ที่นิยามได้ว่า โควิด-19 เป็นโรคทางสมองด้วยคุณหมอซามิ ให้คำแนะนำว่า จากการศึกษาครั้งนี้ ควรมีการวิจัยต่อถึงผลกระทบต่อสมองและระบบประสาทที่เชื่อมโยงกับการต้องอาศัยในโรงพยาบาลอย่างยาวนาน ซึ่งคุณลักษณะการป่วยของ COVID-19 อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง“เคยมีผลการศึกษาที่คล้ายกันมาแล้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโควิด 381 คน ที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงโรมของอิตาลี มีโอกาส 30% ที่จะป่วยเป็นภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรงหรือ PTSD หลังรักษาหายแล้ว” นพ.ซามิ บอก พร้อมกับให้ข้อมูลว่า มีผลการวิจัยก่อนหน้าในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่พบว่า COVID-19 ก่อให้เกิดอาการประเภทลมชัก และการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดปกติด้วย.