ภาคีนักกฎหมายฯ นำโดย “อังคณา ลีนะไพจิตร” ยื่นศาลปกครอง ฟ้องตำรวจฉีดน้ำผสมสารเคมี สลายการชุมนุมหน้าสภา 17 พ.ย.63 โวยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เป็นไปตามหลักสากล ขอศาลปกครองสั่ง ตร.หยุดใช้กำลังเกินกว่าเหตุ โฆษก ยธ.แจงผลสอบกรณี “อานนท์ นำภา” ร่อน จ.ม.หวั่นตายในคุก ตรวจสอบไทม์ไลน์เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตรงกันทุกฝ่าย ยันพยายามตรวจเชื้อโควิด แต่ตีเจตนาเจ้าหน้าที่ไปคนละทาง ส่วนกรณี “น้องรุ้ง” จะประกาศอดอาหารเป็นเพื่อน “เพนกวิน” ตอนนี้ยังกินปกติ ตำรวจเร่งถอดเทปคำปราศรัย 11 แกนนำม็อบราชประสงค์ พบความผิดข้อหาใดออกหมายเรียกมาดำเนินคดีทันที ส่วนแฟน “แอมมี่” ยังหาตัวไม่เจอ เชื่อยังอยู่ในไทย แต่มีผู้ต้องหา ม.112 หน้าสถานทูตเยอรมนี หนีไปมาเลเซียแล้ว 1 คน “ศรีสุวรรณ” ขึ้นเชียงใหม่ แจ้งเอาผิดผู้นำธงชาติไทยที่ไม่มีแถบสีน้ำเงินมากระทำไม่สมควร “บิ๊กตู่” สั่งสอบความผิดทั้งวินัยและอาญา “ร้อยโท” โพสต์หนุน “แอมมี่”กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีและจับกุม กลุ่มม็อบที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นข้อหาตามมาตรา 112 มาตรา 116 และความผิดอื่น แกนนำส่วนใหญ่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ แต่ยังมีแนวร่วมหลายกลุ่มสลับสับเปลี่ยนกันออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยแกนนำตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากสำนักงานศาลปกครอง เมื่อเวลา 10.30 น. เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน นำโดยนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แนวร่วมกลุ่มราษฎร พร้อมตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.63 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยุติการใช้กำลังเกินสมควรแก่เหตุกับผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดเสรีภาพการชุมนุมนายอัมรินทร์ สายจันทร์ ทนายความ เผยว่า การยื่นฟ้องคดีเพื่อต้องการให้เป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบการใช้อำนาจของตำรวจเกี่ยวกับการควบคุม ดูแลการชุมนุมสาธารณะ ให้เป็นบรรทัดฐานกำกับดูแลการทำหน้าที่ของตำรวจในการคุ้มครองเสรีภาพการชุมนุม การดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและประชาชน ท้ายคำร้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดียุติการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ อันเป็นการละเมิดเสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการใช้กำลังโดยไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ไม่เป็นไปตาม แผนดูแลการชุมนุมสาธารณะ โดยเฉพาะการใช้กำลังและเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล เช่น ห้ามฉีดน้ำแรงดันสูงผสมแก๊สน้ำตาหรือสารเคมี หรือห้ามใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ห้ามวางสิ่งกีดขวางขัดขวางการใช้เสรีภาพเกินกว่าเหตุนางอังคณา นีละไพจิตร กล่าวว่า วันดังกล่าวตนเดินทางไปร่วมประชุมฐานะกรรมาธิการที่รัฐสภา ติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางได้รับคำยืนยันว่า เข้าอาคารได้ การจราจรปกติ เมื่อเดินทางไปถึงก่อนเริ่มพบว่าปิดเส้นทางแล้ว เจรจาขอเปิดช่องทางเล็กๆ เพื่อผ่านแต่เจ้าหน้าที่ไม่รับฟัง ขู่ว่าหากเข้าใกล้แนวกั้นจะฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง จากประสบการณ์ส่วนตัวเห็นว่าบริเวณรัฐสภาเป็นพื้นที่สาธารณะ ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงความเห็นแสดงออกได้ เหตุที่เพิ่งมาฟ้องเพราะหลายคนกังวลหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยว่า จะถูกแก้แค้นหรือไม่ ควรมีกลไกตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หลังวันที่ 17 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่ใช้กำลังมาตลอด หวังว่าศาลปกครองจะเป็นที่พึ่งของประชาชน ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายการชุมนุม แต่ใช้กฎหมายมาดำเนินคดีกับพวกเรา ทั้งกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมฯและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เจ้าหน้าที่พยายามขัดขวางการชุมนุมด้วยการใช้แท่งแบริเออร์และลวดหนามมาสกัด โดยไม่มี เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจรจาซึ่งขัดกับมาตรฐานสากล สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นวันนั้นคือ เจตจำนงของประชาชนต้องการให้สภารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ตนมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองฐานะผู้เสียหายจากการร่วมชุมนุมวันดังกล่าว โดนแรงดันน้ำและสารเคมีฉีดใส่ หลังเกิดเหตุไปพบแพทย์เนื่องจากผิวหนังแพ้สารเคมีและไอเป็นเลือด มีหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์ หลายรายมีแผลพุพองอย่างน้อย 4 คนต้องเข้าแอดมิตใน รพ. 2-3 วัน ที่สำคัญมีแนวโน้มว่า ตำรวจยังใช้กำลังกับผู้อยู่ฝ่ายตรงข้ามที่กระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รอง ปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และโฆษก ยธ. พร้อม ด้วยนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ แถลงความคืบหน้าการดำเนิน งานคณะกรรมการประมวลข้อเท็จจริงการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ นายวัลลภเผยว่า คณะกรรมการฯตรวจสอบประเด็นจดหมายของนายอานนท์ นำภา เมื่อวันที่ 16 มี.ค. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ภายในเรือนจำ พิเศษกรุงเทพมหานคร นายอานนท์เกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต พบว่าช่วงเวลาสอดคล้องกัน แต่อธิบายความแตกต่างกัน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอน การตรวจเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ แต่ผู้ต้องขัง ปฏิเสธการตรวจ ทำให้ต้องแยกขังตามมาตรการ นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีข้อ เท็จจริงที่สอดคล้องกันเรื่องเวลาและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบวิธีการปฏิบัติ พบว่าเข้าไปตรวจสอบรวม 4 ครั้ง มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งแต่การเข้าไปขอตรวจครั้งที่สอง พกกระบองหรือนกหวีดตามขั้นตอน การควบคุมดูแล และย้ายผู้ต้องขัง“จากการสืบเสาะของคณะกรรมการพบว่า จดหมายของนายอานนท์คือ ด้านหลังเอกสารคำร้องขอไต่สวน หรือที่เรียกกันว่า ใบคำฟ้อง ผู้ต้องขังมีติดตัวอยู่หรืออาจได้รับจากทนายที่ศาล ไม่ได้เป็นหนังสือหรือกระดาษของเรือนจำ อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นทนายความ อาจพกพาเอกสารดังกล่าวเข้ามาตรวจสอบการต่อสู้คดีได้ ส่วนบุคคลใดนำข้อมูลไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กอยู่ระหว่างตรวจสอบ เนื่องจากทำให้เสียหาย กรมราชทัณฑ์จะไปแจ้งความกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หาผู้กระทำความผิดวันที่ 29 มี.ค. ส่วนที่ศาลนัดไต่สวนคดีดังกล่าวทราบว่า ไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว จะมีคำสั่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน” นายวัลลภกล่าวโฆษก ยธ. กล่าวด้วยว่า ส่วนเพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์กรณี น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล เตรียมอดอาหารเป็นเพื่อนนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ปนัสยา ยังทานอาหารปกติ ไม่ได้อดอาหารที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวถึงการเตรียมดำเนินคดีกลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์วันที่ 24 มี.ค.ว่า ขณะนี้ทีมงานสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดำเนินการถอดเทปแกนนำที่ปราศรัยทั้ง 11 คน ถ้าบุคคลหนึ่งบุคคลใดมีข้อความที่ผิดกฎหมาย มีข้อความผิดตาม ม.112 จะถูกดำเนินคดีเป็นรายๆไป นอกจากนี้ ทีมงานสืบสวนสอบสวนจะดำเนินการประสาน บก.ปอท.เพื่อเอาผิดคนที่โพสต์ข้อความชักชวนให้ร่วมชุมนุมทุกครั้ง นอกจากนี้ ยังเตรียมดำเนินคดีบุคคลที่ถือป้ายข้อความที่เป็นความผิดตาม ม.112 อีก 10 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ถ้าได้จะออกหมายเรียกมาดำเนินคดี การดำเนินคดีกับแกนนำที่ขึ้นปราศรัยทั้ง 11 คนในคดี ม.112 เพื่อความรอบคอบ เรามีทีมงานประกอบด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง ระดับรองผู้บัญชาการถอดเทปครั้งนี้ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทำอย่างตรงไปตรงมา ส่วนการติดตามตัวแฟนสาว นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ อยู่ระหว่างติดตามตัวเชื่อว่ายังอยู่ในไทย แต่มีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี ม.112 ร่วมชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีหลบหนีไปประเทศมาเลเซียแล้ว 1 คนที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิดผู้นำธงชาติไทยที่ไม่มีแถบสีน้ำเงินมากระทำไม่สมควร เหตุจากกรณีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ตรวจสอบและยึดธงชาติไทยที่เอาสีน้ำเงินออก พร้อมข้อความด่าทอในลักษณะต่างๆที่มีกลุ่มบุคคลนำไปวางไว้หลังหอศิลป์ มช.จากการตรวจสอบพบเป็นธงที่เคยใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบการชุมนุมต่อต้าน ม.112 เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่สนามกีฬา มช. มีนักแสดงหญิงชื่อดังเข้าร่วม ขอให้ตำรวจดำเนินคดีผู้ทำธงไร้สีน้ำเงินในความผิดตาม พ.ร.บ.ธง 2522 และ ม.118 และขอให้ดำเนินคดีผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมฐานเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ม.116 ม.215 และม.112 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายทหารยศร้อยโท สังกัดสำนักงานพระธรรมนูญทหารบกเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กสนับสนุนการกระทำของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ ที่ทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ว่ากำลังตรวจสอบอยู่ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมเขาตอนนี้กระทรวงกลาโหมสั่งการไปแล้วขอให้ตรวจสอบว่าทำไมถึงโพสต์ ถ้าบอกว่าไม่ได้โพสต์ แล้วใครเอาไปโพสต์มันสามารถหาหลักฐานได้ทั้งหมด ตอนนี้เทคโนโลยีสามารถตามได้ทั้งหมดจะเป็นทหารหรือไม่ใช่จะทหารก็ใช้หลักการเดียวกัน ในส่วนของทหารมีวินัยอยู่ถ้าร้ายแรงก็ไปคดีอาญาเหมือนทุกคนใช้กฎหมายเดียวกันเพียงแค่ทหารมีวินัย วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.4 บก.สส.บช.น.จับกุมนายแซม สา มารท ชาวกัมพูชา อายุประมาณ 25 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 580/64 ลงวันที่ 26 มี.ค.64 ข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และทำร้ายร่างกายฯ เป็นบุคคลที่ปีนขึ้นไปบนตู้คอนเทนเนอร์ ปัสสาวะรดตำรวจควบคุมฝูงชนที่ยืนอยู่ด้านล่าง ในเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 รอ.ช่วงค่ำวันที่ 28 ก.พ. มีคลิปแชร์ตามโลกออนไลน์ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้สืบสวนติดตามจับกุมมาลงโทษให้ได้ ชุดสืบสวนนครบาลจับกุมได้หน้าอาคารไม่มีชื่อ เลขที่ 87 ซอยสรงประภา 10 แยก 3 (ชุมชนสวนฝรั่ง) แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ผู้ต้องหารับแค่ว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง อ้างเป็นคนไร้สัญชาติ เคยถูกจับส่งประเทศกัมพูชาแต่ประเทศกัมพูชาไม่รับตัว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดี