“เสก โลโซ” รอดคุก หลังศาลมีนบุรีอ่านคำสั่งไม่รับฎีกาความผิดเกี่ยวกับคดีอาวุธปืนและต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ แต่ให้ส่งคำขอฎีกาคดียาเสพติดให้ศาลฎีกาพิจารณาจะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ตามข้อกฎหมาย โทษจำคุกรวมทุกคดี2ปี 18 เดือนไม่รอลงอาญา ระหว่างนี้ให้ปล่อยตัวชั่วคราวร็อกเกอร์ชื่อดังวงเงิน 6 แสนบาท “กานต์” เปิดแถลงข่าวที่บ้าน ยันเสก โลโซ เปลี่ยนไปแล้ว รับผิดชอบทุกอย่าง แจงไม่ร่วมแถลงข่าวเพราะต้องรีบเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่เสก โลโซ ลุ้นระทึกฟังคำสั่งศาลอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ เปิดเผยขึ้นที่ห้องพิจารณา 305 ศาลอาญามีนบุรี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มี.ค. ศาลนัดฟังคำสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกา คดีพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 (มีนบุรี) เป็นโจทก์ฟ้อง นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ร็อกเกอร์ชื่อดัง อายุ 47 ปี เป็นจำเลยความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีนี้นายเสกสรรค์รับสารภาพเฉพาะคดีอาวุธปืน นอกนั้นปฏิเสธ นัดนี้นายเสกสรรค์มาศาลโดยรถตู้ฮุนได สีดำ ทะเบียน 999 มุกดาหาร กับนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย ภรรยา นายเสกสวมแจ็กเกตหนังสีดำ เสื้อคอกลมสีขาว กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ มีทนายความกับผู้ติดตามเป็นชายอีก 2 คนคดีนี้อัยการฟ้องว่า วันที่ 31 ธ.ค.2560 จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติก 9 มม. เครื่องกระสุน 6 นัด เสพเมทเอมเฟตามีน และเมทิลลีนไดออกซีเมทเอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวนเท่าใดไม่ปรากฏชัด นอกจากนี้จำเลยยังต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ยิงปืนในงาน 250 ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.นครศรีธรรมราช เกี่ยวพันกันมาจากวันที่ 29-30 ธ.ค.60 จนศาลออกหมายจับ มาเกิดเหตุต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน กับตำรวจ สน.คันนายาว เหตุเกิดที่บ้านศุขพิมาย แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน ท้ายฟ้องอัยการขอให้นับโทษต่อกับคดีอาญาอีก 2 สำนวน นายเสกสรรค์รับเพียงว่าเป็นบุคคลๆเดียวกับที่ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ต.ค.61 ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดทั้ง 3 ข้อหา ให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 6 เดือน ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้าย โดยมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี 6 เดือน และฐานเสพยาเสพติดประเภท 1 จำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น 1 ปี 18 เดือน และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกาย (สาวคนสนิทภรรยา) อีก 1 ปี 3 เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือนไม่รอการลงโทษ แม้ว่าจำเลยอ้างว่าป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ เนื่องจากศาลเห็นว่าพฤติการณ์สื่อสารกับเจ้าหน้าที่จำเลยรู้ผิดชอบดี ไม่อาจอ้างภาวะป่วยได้ และการกระทำของจำเลยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีรอลงอาญาคดีอื่นแล้ว แต่ยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงรอลงอาญาอีก ไม่สมควรให้รอลงอาญา และให้นับโทษต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯของศาล จ.นครศรีธรรมราช จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุก 1 ปี 15 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือนที่รอการลงโทษคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3705/2559 ของศาลอาญาเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ เป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือน ยกคำขอโจทก์ที่ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยคดีอาญาหมายเลขแดง ที่ 971/2561 ของศาล จ.นครศรีธรรมราช นอกจากนี้ แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นภายหลังจำเลยยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลล่าง และยื่นคำร้องขอให้อนุญาตฎีกา (ต้องทำไปคู่กัน) ตามกฎหมาย ป.วิอาญามาตรา 218 วรรคแรกประกอบ 221 เพื่อขอให้ศาลส่งคำร้องให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่นั่งพิจารณาและทำคำพิพากษา อนุญาตให้ยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ระหว่างนี้จำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ศาลฎีกาตีราคาประกัน 600,000 บาทต่อมาศาลอ่านคำสั่งว่า คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาและยื่นขอให้อนุญาตฎีกาต่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่นั่งพิจารณาและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อที่จำเลยยกขึ้นอ้างเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย เป็นการโต้เถียงดุลพินิจเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตามมาตรา 218 วรรคแรก เฉพาะข้อหามีอาวุธปืนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตและข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้อาวุธปืน จึงถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ส่วนข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษมาตรา 18 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นที่สุด แต่คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไปพร้อมกับฎีกาต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณา และมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ฎีกาต่อไปได้ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 19 ศาลอาญามีนบุรีจึงดำเนินการส่งคำร้องพร้อมฎีกาของจำเลยให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาต่อไป จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาตามหลักทรัพย์เดิม 6 แสนบาทต่อมาเวลา 15.00 น. ทนายความเสก โลโซ ทำคำร้องยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงิน 6 แสนบาท หลังศาลอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว กรมราชทัณฑ์ปล่อยตัวนายเสกสรรค์จากห้องควบคุมด้านหลังศาล มีภรรยาและลูกน้องมารอรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ตอบคำถามใดๆ เพียงทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่าไอเลิฟยู ก่อนขึ้นรถออกไปที่หมู่บ้านเศรษฐสิริ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเสก โลโซ เนื่องจากนัดหมายว่าเสกจะแถลงข่าว แต่พบเพียงนางวิภากร ภรรยา เผยว่า ทำตามกระบวนการของศาล ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ฎีกาแต่ทีมทนายยื่นอุทธรณ์คำสั่ง และเสกได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างสู้คดี คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 61 ตอนนี้ปี 64 คนจะมาด่ามาว่าอะไรตอนนี้ เพราะทุกวันนี้เสกเปลี่ยนแปลงตัวเองไปแล้ว ไม่ได้เละเทะเหมือนเมื่อก่อน งานการรับผิดชอบทุกอย่าง ไม่มีเบี้ยว ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าต้องทำยังไง ขอบคุณศาลที่เมตตาให้ประกันตัว ตนมองว่าท่านคงเห็นว่าเสกไม่ใช่อาชญากรหรือมิจฉาชีพ จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเพื่อสู้คดีต่อไป“หลังได้รับการปล่อยตัวพูดคุยกัน พี่เสกบอกว่า ตัวเขาเตรียมใจแล้วว่าคงต้องติดคุกประมาณ 2 ปีกว่า ต้องคอยปลอบว่ากานต์จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้พี่เสกจากไปไหนอีก ตอนนี้พี่เสกเดินทางไป จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ ทันทีเพื่อเล่นคอนเสิร์ต ทางเจ้าภาพก็เครียดว่าจะเอายังไง เพราะจองตัวเล่นคอนเสิร์ตไปแล้ว เราต้องขอให้รอก่อนให้ใจเย็นๆเพื่อให้กระบวนการมันเสร็จสิ้น อยากขอโทษแทนพี่เสกด้วย ตอนนี้เขากลับตัวใหม่แล้ว ขอให้ทุกคนแฟนคลับพี่เสก ให้โอกาสเขาอีกครั้ง ลูกค้าไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวล สามารถจ้างเล่นคอนเสิร์ตต่อไปได้” นางวิภากรกล่าว