ร้อนตับแตก อุณหภูมิทะลักจุดเดือดตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สัญญาณบ่งบอกแนวโน้มฤดูร้อนปีนี้จะรุนแรง ต่อเนื่องกับสถานการณ์ภัยแล้งที่หนักหน่วง ที่แน่ๆอากาศร้อนอบอ้าว มันเร้าไปบรรยากาศการเมืองที่ระอุแดด ไต่ระดับองศาเดือดตามสารพัดปัจจัย เงื่อนไขสถานการณ์นำไปสู่ความขัดแย้งส่อเข้าโหมดปะทะรุนแรงแตกหักอารมณ์แบบที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.คนดัง วิเคราะห์กึ่งทำนายดวงเมือง ห้วงดาวพฤหัสย้าย ทำการเมืองร้อน ถ้าญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่านด่านสภา มีคลื่นลูกใหญ่ซัดรัฐบาลแน่อาจเกิดเหตุ ปรับ ครม.ใหญ่ โละพรรคร่วมรัฐบาล หรือนายกฯลาออก เปลี่ยนผู้นำใหม่“ศิษย์เอกเจ้าคุณธงชัย” ฟันธง แบบไม่กลัวหน้าแตกนั่นก็เพราะตามปรากฏการณ์ที่เห็นกันตรงหน้า มันก็มีเค้าลางให้เห็นภาพนิมิตปมป่วนเชื้อชนวนติดไฟลามทุ่ง ไล่ตั้งแต่เกมปรับคณะรัฐมนตรีตามไฟต์บังคับ จากกรณีทีมรัฐมนตรี สายกปปส.นำโดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลฯ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม มีอันหลุดจากตำแหน่งเพราะกรรมเก่า ผลพวงจากคดีชุมนุมทางการเมืองฟ้าผ่าเปรี้ยง เขย่าเก้าอี้ว่างรวดเดียว 3 ตำแหน่งและก็ทันควันอาการแย่งชามข้าว ฟัดกันน้ำกระจาย ตั้งแต่นาทีที่นายณัฏฐพล นายพุทธิพงษ์ นายถาวรเดินคอตกเข้าเรือนจำ จังหวะไหลตามน้ำจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจตามกระแสเคลื่อนไหวของก๊วน 3 ช. แก๊ง 2-3 มิตร สายตรง เสธ.ตึกไทยฯ“หวงก้าง” กันชัดๆแบบที่ ส.ส.พปชร.ล่าชื่อเกือบร้อย ให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถือสิทธิ์ขาดในการ “จิ้ม” ผู้โชคดีในพรรค“กั๊ก” ตั๋วสายตึกไทยฯลากคนนอกมาแย่งชิ้นปลามันแสดงตัว สำแดงพลัง รุมทึ้งโควตาภายในพรรคพลังประชารัฐและตามฟอร์มอัตโนมัติ การขยับของพรรคร่วมรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รีบมุดถ้ำพบ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนัย “ผูกเสี่ยว” ยื้อพลังต่อรองแท็กทีมตีกัน ไม่ให้โดนเวนคืนโควตาตามเหลี่ยมปล่อยข่าวจองเก้าอี้ เจาะยางคู่ต่อสู้ แทงข้างหลังแม้แต่แนวร่วมฝ่ายเดียวกัน ป่วนมหกรรมแย่งชามข้าว อ้างจำนวน ส.ส.แลกเก้าอี้รัฐมนตรี ไร้มิติเรื่องประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินโดยสิ้นเชิงสะท้อนภาพการเมืองเน่า ยิ่งกว่าหมาตายโชยหึ่งเกมทึ้งเก้าอี้เปิด ยากจะปิดกล่องกลบกลิ่น “สะอิด สะเอียน”อารมณ์แบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ต้องออกงิ้วรายวันโชว์เด็ดขาด ตอนแรกบอกจะดำเนินการปรับ ครม.ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนหนักเข้าก็ตีวงแคบจะปรับเฉพาะคนใน ไม่มีคนนอก และปรับเร็วภายในเดือนมีนาคม อาการเดียวกับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องย้ำอำนาจทุบโต๊ะ ตัดบทส่งชื่อรัฐมนตรีให้นายกฯไปแล้วแต่ยังออกแนวกลับไปกลับมา เดี๋ยวส่งแล้ว เดี๋ยวยังไม่ส่ง เดี๋ยว 2 คน เดี๋ยว 3 คน“มนต์ทหารเฒ่า 3 ป.” สะกดไอ้ห้อย ไอ้โหน ไม่นิ่งจับทาง “ประยุทธ์-ประวิตร” ต้องสยบโพย ครม.แบบราย วัน นั่นสะท้อนแรงกระเพื่อมที่เอาไม่อยู่ดูแล้วยัง “ปิดกล่อง” ไม่ได้ง่ายๆแน่ที่น่าห่วงก็พวก “เต็งจ๋า” อย่าง “เสี่ยโอ๋” นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หัวหอกทีมประท้วงยี่ห้อพลังประชารัฐ ที่ตามข่าวว่า ถือสิทธิ์นอมินี รั้งโควตา กปปส. พ่วงสถานะ “ม้าใช้” สายนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แถมถือตั๋วช้าง ตั๋วไก่ นอนมา หรือ “หนูเหน่ง” น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว ได้ตั๋วพิเศษ พ่อแม่ซี้ปึ้กกับ “ลุงป้อม” ตั้งแต่สมัยเป็นพันเอกคุมกองกำลังภาคตะวันออกตั๋วหลายใบ เส้นใหญ่ แต่ดูยังไงก็ผิดธรรมชาติ ว่าที่รัฐมนตรีถูกเชิดหน้า “ล่อบาทา” ตั้งแต่หัววัน กว่าจะปิดกล่องปรับ ครม.อีกเกือบเดือน มีหวังโดนขึงพืดรุมสกรัม “มอมแมม” งอมพระรามตามฟอร์ม “เป้าล่อ” ส่อหลุดขั้ว เสร็จเสือซุ่มตัวจริงเอาเป็นว่า โพย ครม.ใหม่ที่ “ปล่อยของ” กันออกมา ในสายตาเซียนการเมือง ถ้าขาใหญ่อย่าง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯผู้มากบารมี เจ้าของสวนกล้วยใหญ่สุด ไม่ได้อัปเกรดขึ้นชั้นฟันธงได้ว่า “พี่ตู่-พี่ป้อม” ปิดกล่องยากก็แล้วกันนั่นยังไม่นับโหมดป่วนในพรรคร่วมรัฐบาล ที่ “เสี่ยหนู” ประกาศออกสื่อ หลังการหารือกับนายกรัฐมนตรี มัดคอการปรับ ครม.สลับโควตาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเป็น “ออปชัน”ตามสมการตัวเลข ประชาธิปัตย์ที่เสียงหายต้องยอมเฉือนชิ้นปลามันให้ภูมิใจไทยที่ต้อนงูเห่าสีส้มเพิ่มแต้ม แถมคิวเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ “บิ๊กป้อม” นำทีม พปชร.เล่นกันแบบไม่ไว้ไมตรีเดิมพันศักดิ์ศรียี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” ต้องสู้แบบจนตรอกนั่นไม่สำคัญเท่าเงื่อนไขไฟต์บังคับที่นักเลือกตั้งอาชีพจมูกไวต่างรับรู้โดยสัญชาตญาณ ปรับ ครม.รอบนี้ มันคือโอกาสกระโดดโหนรถไฟขบวนสุดท้ายต้องแย่งขึ้นตู้สินค้า ตุน โกยเสบียง ก่อนยุบสภาตามสภาพร้าวลึกไปทุกจุด เกมปรับ ครม.ยิ่งตอกลิ่มสนิมเนื้อในรัฐบาล กระตุ้นภาวะทางใจในหมู่แนวร่วมเฉพาะกิจที่เกาะเกี่ยวกันด้วยอำนาจและผลประโยชน์“เพื่อนกิน” ที่แตะมือกันอย่างหลวมๆถึงจุดพลิกเป็นศัตรูดูยังไงรัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป. ก็หนีไม่พ้นตกอยู่ในภาวะ “แกว่งหนัก”อาการ “ภูมิคุ้มกัน” ตกวูบวาบ สภาพขุมอำนาจ “กลวงใน” ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ไหลเข้าโซนแตกหัก ทีม “บิ๊กตู่” ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานภายนอกที่ยกระดับแรงกระแทกจับสัญญาณโลกสากลที่เริ่มเดินโหมดกดดันรัฐบาลไทยล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ต้องสั่งให้กระทรวงกลาโหมรีบเคลียร์ ภายหลังเฟซบุ๊กดำเนินการปิดบัญชีเพจอวตารในประเทศไทยที่เชื่อมโยงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ของทีมแห่อำนาจรัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป.ล้อตามสถานการณ์ต้านท็อปบูตในพม่าที่กำลัง “มิคสัญญี”ปรากฏการณ์ม็อบ 3 นิ้วต้านอำนาจทหาร โยงพม่าพ่วงไทย เกมโดมิโนการเมืองในภูมิภาคอินโดจีนถูก สปอตไลต์ฉายส่องจากมหาอำนาจฝ่ายโลกเสรีประชาธิปไตยท็อปบูตพม่าใช้กระสุนจริงปราบม็อบล้มตายเป็นเบือ ขณะที่รัฐบาลไทยสั่งใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตา กระบอง มือ ตีน ลุยกำราบมวลชนรุ่นใหม่“เกมแลกเลือด” ไต่ระดับ ประกอบกับอาการห้าวเป้งอย่างที่นักร้องดัง “หัวโจก” ม็อบราษฎร ก่อเหตุเย้ยฟ้าท้านรกหน้าเรือนจำคลองเปรมโดนล็อก “จำนนด้วยหลักฐาน” สารภาพเป็นความ “โง่เขลา”ด้านหนึ่งเป็นความสะใจของฝ่ายต้านมวลชนราษฎรที่มองเด็กพลาดเอง พฤติการณ์โง่ๆทำให้ม็อบอ่อนพลัง เข้าทางฝ่ายคุมเกมอำนาจไล่ทุบ แต่อีกมุมมันก็มีเสียงทักอย่าประเมินเด็กรุ่นใหม่ต่ำเกินไประแวงมุก “ฆ่าตัวตาย” ใช้ตัวเองสังเวยอารมณ์แนวร่วมสู้ทะลุ “เขตหวงห้าม”ตามยุทธศาสตร์แนวร่วมมวลชนราษฎร ม็อบโค่นกระดานอำนาจทหารเฒ่า 3 ป. กระจายกองกำลัง ผุดแนวรบพร้อมๆกันหลายจุด กระจายกำลังป่วนทหารเฒ่า 3 ป.แค่รอ “คบเพลิง” จุดชนวนไฟล้อตาม “สัญญาณธง” ล้มเกม “รื้อรัฐธรรมนูญ”ตามฟอร์มของค่ายพลังประชารัฐที่แท็กทีม “ส.ว.ลากตั้ง” เดินหน้ายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหน้าที่และอำนาจของ “รัฐสภา” ต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ด้วยกระบวนการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ด้วยกลไกของ “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” หรือ ส.ส.ร.ทำได้หรือไม่“ล้มกระดาน” 200 ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญนัดฟันธงวันที่ 11 มีนาคมนี้แน่นอนถ้าผลออกมาเป็นลบต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฟาวล์ไปหรือแค่สะดุด นั่นเท่ากับเป็นบวกต่อยุทธศาสตร์การลากยาวอำนาจไปต่อของทีมทหารเฒ่า 3 ป.ข้อเรียกร้องของมวลชนรุ่นใหม่ แนวร่วมม็อบราษฎรเป็นหมันนั่นยังสั่นสะเทือนไปถึงนักเลือกตั้งอาชีพในสภา ทั้งฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล หรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ต้องแหงนคอรอจนกว่า “บิ๊กตู่” จะเบื่อไปเองโดยวิสัยนักการเมืองคงไม่ยอมปล่อยให้ทหารเสวยสุขจนเหี่ยวตายแรงส่งม็อบเด็กรุ่นใหม่ ต้องลุยแตกหักแน่.“ทีมการเมือง”