โฆษณาชิ้นหนึ่งบน “หน้า 1” ของไทยรัฐออนไลน์ ในช่วงนี้พาดหัว ไว้อย่างเตะตาว่า “ไม่มีวิกฤติไหนที่คนไทยเอาชนะไม่ได้...สานพลังใจ We Fight Together” พร้อมกับตัวอักษร PTT หรือ ปตท.สื่อความหมายอย่างชัดเจนว่า โฆษณาชิ้นนี้สปอนเซอร์โดย ปตท. หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นั่นเองผมลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดแทนที่จะเจอถ้อยคำบรรยายเป็นพืดๆ และมีรูปภาพประกอบบ้างเหมือนโฆษณาชิ้นอื่นๆกลับกลายเป็น คลิปวิดีโอ ของ ยูทูบ แบบ เอ็มวี เพลงทั้งหลายที่เราคุ้นชินคลิปของ ปตท.ก็มีเพลงบรรเลงคลอกรุ๋งกริ๋งอยู่หน่อยหนึ่ง จากนั้นก็เป็นภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคนไทยที่พยายามคิดค้นหาวิธีสู้โควิด-19 ในแบบต่างๆพร้อมกับมีเสียงบรรยายว่า...ไม่มีวิกฤติไหนที่คนไทยเอาชนะไม่ได้เพราะคนไทยสร้างสรรค์คนไทยคิดค้นคนไทยช่วยเหลือกันไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นคนไทยก็ยังยิ้มสู้เพราะความใจสู้ของคนไทยเป็นกำลังใจให้กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่น... คิด...เพื่ออนาคตและทำสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อคนไทยแล้วคลิปโฆษณาชิ้นนี้ก็จบลงด้วยการแสดงให้เห็นถึงภาพการทดลองโน่นนี่ตามโครงการต่างๆของ ปตท. ที่เหลือเชื่อก็คือ คลิปวิดีโอโฆษณา ของ ปตท.ชิ้นนี้มีคนเข้าดูแล้วถึง 5,707,598 วิว (อ่านว่าห้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดพันห้าร้อยเก้าสิบแปดวิว) เลยทีเดียวขณะที่ผมบันทึกถ้าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่มีคนเข้าดูจริงๆ ไม่ใช่ตัวเลขปั่น อย่างที่เราเคยได้ยินข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนยุคหนึ่ง โดนจับเพราะแอบมาใช้โทรศัพท์มือถือหลายร้อยเครื่อง กดปั่นตัวเลขให้ยอดวิวสินค้าโน่นนี่พุ่งกระฉูดขึ้นเพื่อสร้างเรตติ้ง...ละก็ต้องถือว่าคลิปนี้เป็นคลิปยอดฮิตพอๆกับเพลงฮิตเพลงใดเพลงหนึ่ง อย่างไรอย่างนั้น เพราะเพิ่งจะนำลงยูทูบเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี่เอง มีคนเข้าดูเกือบ 6 ล้านวิวเข้าไปแล้วผมนั่งดูคลิปอยู่หลายรอบอดมิได้ที่จะต้องขออนุญาต ปตท.นำมาเขียนเผยแพร่ต่อในวันนี้ เพราะในทรรศนะของผมยกให้เป็นโฆษณาที่สร้างสรรค์และให้กำลังใจคนไทยอย่างดีมากชิ้นหนึ่งว่างั้นเถอะประโยคเริ่มต้นที่ว่า “ไม่มีวิกฤติไหนที่คนไทยเอาชนะไม่ได้” ฟังแล้วก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันทีลองนึกย้อนหลังกลับไปจนถึงอดีต ตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก็จะพบว่าประเทศสยามหรือประเทศไทยของเราได้เผชิญกับวิกฤติมานับไม่ถ้วนทั้งวิกฤติจากมหาอำนาจล่าเมืองขึ้น, วิกฤติเศรษฐกิจโลก, วิกฤติสงครามโลก, วิกฤติโรคระบาด, วิกฤติจากการทะเลาะกันเอง ฯลฯ เราก็สามารถเอาชนะได้ทั้งสิ้นบางวิกฤติอาจต้องสูญเสียโน่นนี่ไปบ้าง แต่ก็เป็นการสูญเสีย ส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ หรือตอนวิกฤติสงครามโลกครั้งที่ 2 เราควรแพ้ แต่ทำไปทำมามีกลุ่มเสรีไทยมาช่วย ทำให้เราจบเกมแบบเสมอพูดอย่างภาษาข่าวฟุตบอลยุคนี้ก็คือ เราไม่แพ้ใครเลย แม้จะมีเสมอบ้าง เขาก็นับสถิติให้ว่ายังไม่แพ้แต่สำหรับวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติที่รุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะมีทั้งวิกฤติต้านโรคภัยไข้เจ็บที่จะทำให้คนไทยเสียชีวิต ควบคู่ไปกับวิกฤติทางเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากการล็อกดาวน์ธุรกิจการค้าการบันเทิงการกีฬาและอีกหลายๆอย่าง จนสั่นสะเทือนไปทั่วโลกในขณะนี้ รวมทั้งในประเทศไทยของเราเองถ้าจะว่าไปมองเฉพาะวิกฤติเรื่อง “โรค” ก็นับว่าเราทำได้ดีพอสมควร แม้ยังไม่ชนะน็อก แต่ก็ถือว่าชนะคะแนนแล้วละเพราะควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างน่าพอใจ และต่อไปก็จะมีวัคซีนมาเป็นตัวช่วยอีกแรงหนึ่ง อาจชนะได้อย่างเด็ดขาดเหลือเพียงวิกฤติเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสมาก ที่เรายังจะต้องต่อสู้และฟื้นฟูกันต่อไปนักเศรษฐศาสตร์แก่ๆหมดเขี้ยวเล็บแล้วอย่างผม คงไม่สามารถเสนอแนวความคิดอะไรได้มากนัก เพราะสนามรบวันนี้มันคนละเรื่องกับสมัยที่ผมเคยรบก็ขอทำหน้าที่เป็นกองเชียร์...ขอให้คนไทยและประเทศไทย เอาชนะวิกฤติครั้งนี้ได้อีกครั้ง ดังโฆษณาของ ปตท.ด้วยเทอญ.“ซูม”