ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจับกุมยาเสพติดได้ของกลางยาบ้าจำนวนหลายล้านเม็ด ยาไอซ์ กัญชา หลายร้อยหลายพันกิโลกรัม มีให้เห็น ที่เป็นข่าวบ่อยมากในช่วงนี้โดยเฉพาะการตรวจยึดยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน แนวลุ่มแม่น้ำโขง ที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเอามาเตรียมการเพื่อลำเลียงขนส่งสู่ภาคกลาง หลายครั้งที่ตรวจยึดยาบ้าได้ของกลางเป็นหลักสิบล้านเม็ดขึ้นไปเป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมแก๊งยาเสพติดถึงนำยาเสพติดเข้าไทยจำนวนมากในช่วงนี้ยังไม่นับที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตามตรวจยึดไม่ได้ เล็ดลอดเข้าในภายประเทศอีกเท่าไหร่หนึ่งในสาเหตุอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ไม่มี “ด่านของตำรวจ” คนร้ายที่ขนลำเลียงยาเสพติดได้สะดวกขึ้น มีเพียงแค่ด่านยาเสพติดของ บช.ปส.ที่เป็นด่านถาวรเหลือเพียงไม่กี่ด่านเท่านั้นอาจจะเป็นช่วงโปรโมชันของบรรดานักค้ายาเสพติดที่ต้องอาศัยช่วงนี้ที่ปลอดด่านตรวจของตำรวจตามเส้นทางลำเลียงยาเสพติด เพื่อเร่งนำยาเสพติดออกมาปล่อยให้เร็วที่สุด ก่อนที่ตำรวจจะกลับมาตั้งด่านอีกเพราะช่วงนี้ถือเป็นช่วงโอกาสทอง เส้นทางโล่ง เดินทางสะดวก โอกาสถูกจับมีน้อยกว่าช่วงที่มีการตั้งด่านตรวจของตำรวจที่มีอยู่ทุกเส้นทางยังมีอีกเรื่อง ถ้าพูดถึงเรื่อง “ด่านตรวจตำรวจ” แล้ว เห็นข่าวชายคลุ้มคลั่งที่เมืองอุดรธานี ตระเวนขี่รถ จยย.ก่อเหตุไล่แทงชาวบ้าน จนทำให้นักศึกษาตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต 2 รายทั้งคู่เป็นเด็กนักเรียนที่มีประวัติการเรียนดี มีอนาคตไกลในวันข้างหน้า น่าเสียดายต้องมาเสียชีวิตกับคนไม่ได้เรื่องที่ยังมีอยู่ในสังคมไทยสาเหตุเกิดจากเสพยาเสพติดจนบ้าคลั่ง ก่อเหตุทำร้ายคนอื่น ถ้าคิดสมมติว่า เหตุการณ์นี้เป็นแต่ก่อน คนร้ายคนนี้อาจจะเจอ “ด่านตำรวจ” ถูกตรวจปัสสาวะ ตรวจยึดอาวุธมีดที่พกพามาก่อเหตุความสูญเสียอาจจะไม่เกิดก็เป็นไปได้พอไม่มีด่าน จะเป็นแบบนี้ สภาพสังคมจะน่ากลัว และอันตรายมากขึ้นตำรวจเป็นหน่วยงานที่ต้องแสดงตน แสดงเครื่องแบบ ให้คนร้ายไม่กล้าพกพาสิ่งผิดกฎหมายบนท้องถนนแต่พอไม่มีการตั้งด่านตรวจ คนร้ายพร้อมมากันทุกรูปแบบ ทั้งขนลำเลียงยาเสพติด ปล้นจี้ร้านค้าทอง ร้านสะดวกซื้อ คนเมายาคลุ้มคลั่งทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาน่าจะถึงเวลาแล้วที่ตำรวจจะทบทวนเรื่องการตั้งด่านตรวจ แต่ต้องเป็นด่านตรวจไม่ใช่ด่านรีดไถคนดีๆยังต้องการด่านตำรวจดูแลความปลอดภัย.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th