นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงวันลอยกระทงในแต่ละพื้นที่จะมีการจัดกิจกรรมตามประเพณีมักมีการลอยกระทงตามแหล่งน้ำ เพื่อขอขมาพระแม่คงคา อาจมีโอกาสเสี่ยงที่จะพลัดตกลื่นจมน้ำทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ซึ่งพบเห็นบ่อยๆคือ การลงไปเก็บเศษเงินในกระทง จากข้อมูลกองป้องกันการบาดเจ็บกรมควบคุมโรคพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พ.ศ.2553-2562 พบว่า วันลอยกระทงมีคนจมน้ำเสียชีวิตถึง 121 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 33รายร้อยละ 27.3 ซึ่งมากกว่าในช่วงวันปกติ 2 เท่าโดยพบมากในกลุ่มอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปี และพบในเด็กชายมากกว่าหญิงเกือบ2เท่านพ.โอภาสกล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการป้องกันการจมน้ำ กรมควบคุมโรคจึงขอให้ยึดหลัก 3 อย่า คือ 1.อย่ายืนใกล้ขอบบ่อ 2.อย่าลงน้ำไปเก็บกระทงหรือเงินในกระทง 3.อย่าก้มลงไปลอยกระทงโดยเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ต้องอยู่ในระยะที่เอื้อมถึงตัวเด็ก ส่วนเด็กอายุ 3-5 ปี ต้องอยู่ในระยะที่มองเห็นและเข้าถึงตัวได้โดยเร็ว ไม่ปล่อยให้เด็กไปลอยกระทงกันเองตามลำพัง ไม่ควรให้เด็กลงเก็บกระทงหรือเก็บเงินในกระทงเด็ดขาด เพราะเด็กอาจเสี่ยงจมน้ำและเสียชีวิตได้ ส่วนในกลุ่มผู้ใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มสุราและลงน้ำ หากมีการโดยสารเรือให้สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งทั้งผู้ใหญ่และเด็ก หน่วยงานที่จัดงานต้องกำหนดพื้นที่สำหรับลอยกระทงให้ชัดเจน มีแสงสว่างอย่างเพียงพอ ทำรั้วหรือสิ่งกั้นขวางเพื่อป้องกันเด็กตกลงไปในน้ำและควรมีผู้ดูแล เตรียมอุปกรณ์สำหรับช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำ เป็นต้น.