การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น “ทางออก” ที่สำคัญทางหนึ่ง ที่อาจนำประเทศออกจากความขัดแย้งทางการเมือง และเป็นทางออกที่เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายสามารถทำได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ส.ส.หรือ ส.ว. แม้แต่ประชาชนทั่วไปก็มีส่วนร่วมได้ ดังที่กลุ่มไอลอว์รวบรวมรายชื่อประชาชน ได้กว่าแสนชื่อ เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายเดือนที่ผ่านมา กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนหลายกลุ่ม ออกมาชุมนุมเรียกร้องหลายครั้ง แม้จะมีการเปลี่ยนชื่อกลุ่มหลายครั้ง รวมทั้งเปลี่ยนข้อเรียกร้องด้วย แต่ข้อเรียกร้องหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือการแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็นประชาธิปไตย และประชาชนมีส่วนร่วม เช่น ส.ส.ร.การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงดังขึ้น ทั้งในสภาและนอกสภา ทั้งองค์กรการเมืองภาคประชาชน พรรคการเมือง พรรคฝ่าย ค้าน แม้แต่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ก็ยังเป็นตัวตั้งตัวตี ชักชวนพรรคร่วมรัฐบาลเสนอญัตติแก้ไข ทั้งๆที่สมาชิกพรรคส่วนใหญ่น่าจะเป็นด้วย กับคำกล่าวที่ว่ารัฐธรรมนูญนี้ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา”นักวิเคราะห์การเมืองส่วนใหญ่ เห็นสอดคล้องกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่ง ในการผ่าทางตันให้ประเทศ และสามารถทำได้ทันที โดยไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหายหรือเสียหน้า ต่างจากข้อเรียกร้องให้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็น “ทางเปิด” เว้นแต่จะมีบางฝ่ายทำให้เป็น “ทางตัน”มีเหตุผลมากมายที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2560 เช่น การเลือกตั้ง ส.ส.แบบพิสดาร ใช้บัตรใบเดียวเลือกทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และมั่ววิธีคำนวณ ส.ส.พึงมี เป็นรัฐธรรมนูญที่ขัดหลักประชาธิปไตยโจ๋งครึ่ม มีกติกาเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่เป็นธรรม ให้หัวหน้า คสช.แต่งตั้ง 250 ส.ว. เลือกเป็นนายกฯแม้แต่ ส.ส.พรรค พปชร.ส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้คัดค้านการแก้ไขแบบหัวชนฝา ยังร่วมลงชื่อในญัตติชงแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเลือกตั้ง ส.ส.ร.ให้มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ทราบว่าจริงใจและจริงจังแค่ไหน เพราะมีการเตะถ่วงเวลาเป็นระยะๆ ตั้งคณะกรรมาธิการไม่รู้กี่คณะ ล่าสุด กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขก่อนรับหลักการ ขอขยายเวลาศึกษาจึงขอวิงวอนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน หรือ ส.ว. ได้ร่วมใจกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ให้เป็นทางออกโดยสันติวิธีทางหนึ่งของประเทศขออย่าให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นแค่วาทกรรม เป็นปาหี่การเมือง ซํ้าเติมปัญหาของชาติ ประชาชนเสื่อมศรัทธาสภา.