ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการที่ตนเฝ้าติดตามการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มนักเรียนรวมทั้งการชุมนุมของนักเรียนเพื่อยื่นข้อเสนอแนะด้านการปฏิรูปการศึกษาต่อกระทรวงศึกษาธิการนั้น พบว่า การชุมนุมของนักเรียนในม็อบต่างๆ ถือเป็นม็อบแห่งการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ร่วมชุมนุมจำนวน 1 ใน 3 เป็นนักเรียน โดยเดินทางมาเป็นกลุ่มกลุ่มละ 7-10 คน มีตั้งแต่ ม.1-6 ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่เด็กได้เข้ามามีส่วนร่วมเรียนรู้และฝึกฝนการสร้างพลเมืองประชาธิปไตยซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องยอมรับว่า สาเหตุที่เด็กเข้าร่วมม็อบการเมืองจำนวนมาก เพราะเด็กไม่มีเวทีแสดงออกที่โรงเรียน จึงไปแสดงออกที่อื่น ดังนั้นโรงเรียนจึงควรเปิดเวทีให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริง ซึ่งช่วงแรกๆต้องเปิดใจรับฟัง และต้องยอมรับว่า การแสดงออกของเด็กจะต้องรุนแรง ก้าวร้าว ทั้งคำพูดและท่าที ครู ผู้อำนวยการ และผู้ใหญ่ต้องใจเย็น รับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาให้เด็กอย่างจริงจังและจริงใจ หากผ่านช่วงนี้ได้ เด็กจะลดความก้าวร้าวลง“ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีจิตใจที่ใฝ่ดี ความก้าวร้าวในช่วงแรกเป็นเพราะเด็กอัดอั้นตันใจก็ต้องระเบิดออกมา กระทรวงศึกษาธิการต้องไม่กลัวที่จะรับฟัง หากปิดกั้นไม่มีเวทีให้แสดงออก เด็กก็จะหันไปหาสื่อโซเชียลมีเดียและเชื่อข้อมูลเหล่านั้น เมื่อเราเปิดพื้นที่ให้เด็ก และค่อยๆพูดคุยกัน ผมเชื่อว่าความก้าวร้าวจะลดลง ขอเพียงให้เด็กได้มีโอกาสแสดงความเห็น นำเสนอปัญหาและทางออก ส่วนผู้ใหญ่ก็เปิดใจรับฟังและแก้ไข จะทำให้เด็ก ครู ผู้บริหารในโรงเรียน รวมทั้งผู้ใหญ่ในสังคม ปรับทัศนคติความเห็นและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และหาทางออกที่เป็นที่ยอมรับกันทุกฝ่ายได้” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว.