ครูปรานี ครูประจำชั้น ป.4 รุ่น พ.ศ.2500 ในความรู้สึกผมเป็นครูดุ ทำโทษเด็กนักเรียนสถานหนัก ใช้ไม้บรรทัดตีก้น จำนวนที่ตีมากน้อยตามความผิด...สถานเบาครูก็ให้ยืนคาบไม้บรรทัดวันหนึ่ง มีเรื่องให้พวกเราอึ้งกันไปทั้งห้อง เพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ทำความผิดในความรู้สึกพวกเรา หนักมาก แต่เหตุไฉน ครูไม่ทำโทษ ไม่ตีสักแปะเดียว ทั้งยังไม่สั่งสอนเลยสักคำนักเรียนคนหนึ่งฟ้องว่า หมึกชั้นดียี่ห้อควิ้ง (กระปุกละ 2 สลึง) หาย ครูสั่งให้ค้นทุกโต๊ะ โกลาหลกันพักใหญ่ก็ไม่พบที่โต๊ะใคร ครูนิ่งครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่ภาชนะใส่อาหารกลางวัน ที่วางเรียงชิดฝาหน้าห้องปิ่นโตหลายเถา ถูกรื้อออกดู หลายเถา ไม่มี ไปถึงหม้ออวยใบเดียว เมื่อเปิดฝา ก็เจอของกลาง“ของใคร” ครูถาม “ของหนูเอง” สิ้นคำตอบจากนักเรียนหญิง เพื่อนทุกคนหันไปมองครูเรียกเจ้าของหมึกกระปุกนั้นมารับเอาไป แล้วไม่พูดอะไรต่อ พอดีได้เวลาเลิกเรียน หัวหน้าชั้น ได้สัญญาณบอก “นักเรียนตรง” เคารพครู แล้วต่างก็แยกย้ายกันไปเติบโตมา เจอหน้าเพื่อนนักเรียนหญิงคนนั้น ฐานะดีเป็นเถ้าแก่เนี้ย เราก็คุยกันฉันญาติฉันเพื่อน ผมเดาเอาเธอคงลืมเรื่องนั้นไปแล้วผมพยายามหาคำอธิบาย ทำไม ครูไม่ตีเธอเลย...แต่ยังหาคำอธิบายไม่ได้จนเมื่อได้อ่าน หนังสือ “หอมกลิ่นความดี 32 เรื่องราวคัดสรร สร้างแรงบันดาลใจ ของคุณประสาร มฤคพิทักษ์ เรื่องที่ 19” ครูก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ผมจึงเข้าใจในงานแต่งงาน ชายหนุ่มภูมิฐานเป็นแขกคนหนึ่ง เจ้าบ่าวเป็นเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นประถมเขาเห็นชายชราคนหนึ่ง หัวใจเขาเต้นแรง เหงื่อออกที่ฝ่ามือ เขารวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหาเขาแน่ใจ ชายชรา คือครูของเขา เมื่อ 30 ปีก่อนเขายกมือไหว้ “ครูครับ จำผมได้ไหม” “ขอโทษพ่อหนุ่ม ฉันจำไม่ได้” ชายชราว่าชายหนุ่มฟื้นความหลัง ตอนที่เรียนกับครู วันหนึ่งนาฬิกาข้อมือเพื่อนนักเรียนหาย ไปฟ้องครู ครูให้นักเรียนทุกคนไปยืนหน้าห้อง หันหน้าเข้าหากำแพง แล้วสั่งให้ทุกคนหลับตาครูล้วงกระเป๋านักเรียนทีละคนๆๆ จนกระทั่งครู “เจอนาฬิกาในกระเป๋าผม”ชายหนุ่มเล่าต่อ ครูเอานาฬิกาคืนให้เจ้าของ โดยไม่ได้บอกว่าใครขโมย ครูไม่เรียกเขาไปด่าว่า ไม่เคยเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังต่อ“ส่วนผมเอง ก็กระวนกระวาย คิดอยู่ตลอดเวลา จะมองหน้าเพื่อนในห้องได้อย่างไร ผมคงอับอายไม่สามารถอยู่ในโรงเรียนต่อไปได้”ชายหนุ่มสารภาพ “นับแต่วันนั้น ผมไม่กล้าไปขโมยของใครไม่ว่าจะเป็นของเล็กน้อยแค่ไหน”“อ้อ พ่อหนุ่ม ทำไมฉันจะจำเรื่องนี้ไม่ได้ล่ะ” คำตอบแรกจากชายชรา“ตอนนั้นฉันคิดว่า ฉันไม่จำเป็นที่จะทำให้เธออับอายเสียหาย ไม่เห็นประโยชน์ที่จะไปป่าวร้องให้ใครรู้ เธอก็ยังเป็นเด็กไร้เดียงสา สิ่งที่เธอทำไป เธอจะได้รับบทเรียนเอง”“ขอบใจ ที่กล้ามาบอกให้ฉันรู้ ถ้าเธอไม่บอกฉันก็ไม่รู้ ตอนที่เธอหลับตาให้ค้นกระเป๋า ฉันก็หลับตาค้น เพราะฉันเองก็ไม่อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร จะได้ไม่เผลอไปเกลียดเธอ ที่เป็นศิษย์คนหนึ่งของครูเหมือนกัน”จบเรื่องเล่านี้ มี...ปล...เรียบเรียงจากคำแปลของครูคนหนึ่ง ที่ออกทีวีรายการหนึ่งของอาหรับ เพื่อให้รู้ว่า เด็กคนนั้น ไม่ใช่ ประสาร มฤคพิทักษ์ผมเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วครับ การไม่ลงโทษของครู เมื่อจับได้ว่าเด็กนักเรียนคนไหนเป็นขโมย มีพลานุภาพยิ่งใหญ่ สอนคนให้สำนึกดีชั่ว สร้างเด็กให้เติบใหญ่เป็นคนดีได้ อย่างไม่น่าเชื่อสถานการณ์บ้านเมืองตรงหน้า ผมจำไม่ได้ แนะนำใครไป ถ้าถูกศัตรูจู่โจมตรงหน้า หากรักษาขันติ เมตตา และอภัย ไว้ได้มั่นคง ลงท้ายก็อาจเปลี่ยนใจให้ศัตรูมาเป็นมิตร.กิเลน ประลองเชิง