ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่งสั่งห้ามใช้แอปพลิเคชัน “ติ๊กต่อก” และ “วีแชต” ซุปเปอร์แอปของจีนในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน โดยอ้างเหตุผลความมั่นคง นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ แถลงว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้คุกคามความมั่นคงสหรัฐฯ นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ แอปติ๊กต่อกมีผู้ใช้งานในสหรัฐฯกว่า 100 ล้านคน แม้จะห้ามดาวน์โหลด แต่ยังให้ใช้ไปถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน เพื่อเปิดโอกาสให้ บริษัทอเมริกัน ซื้อหุ้น ไบท์แดนซ์ บริษัทแม่ของติ๊กต่อกในที่สุดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ออราเคิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ก็บรรลุข้อตกลงซื้อหุ้น “ไบท์แดนซ์” ในสัดส่วน 12.5% เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯต่อไป ขณะเดียวกับ วอลมาร์ท บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ก็ซื้อหุ้นไบท์แดนซ์ด้วย 7.5% งานนี้เป็นการบีบปล้นธุรกิจข้ามชาติกันเลยทีเดียว แต่ ไบท์แดนซ์ ก็ได้บริการในสหรัฐฯต่อไป แถมยังได้เงินก้อนโตจากตลาดหุ้นสหรัฐฯอีกด้วย ไม่รู้ทรัมป์โง่หรือฉลาดกันแน่ความสามารถในเทคโนโลยีใหม่ของจีนวันนี้ ไม่มีชาติไหนฉุดรั้งได้อีกแล้ว ไม่ว่าสหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรป พันธมิตรสหรัฐฯ แม้จะร่วมกันแบนสินค้าเทคโนโลยีจีน แต่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของจีนได้ก้าวสู่ระดับไร้ขีดจำกัดแล้ว ล่าสุดวันอาทิตย์ อาลีบาบา บริษัทอีคอมเมิร์ซ ยักษ์ใหญ่จีน ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ที่ไม่มีใครคาดถึงคือ “โรงงานการผลิตแบบใหม่” (New Manufacturing) ที่ โรงงานดิจิทัลซุนซี (Xunxi) เป็นโรงงานที่ใช้ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ช่วยวิเคราะห์การผลิต และบริหารจัดการซัพพลายเชน เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตรายย่อยสามารถปรับเปลี่ยนปริมาณการผลิตได้ทุกรูปแบบนายอลัน วู ประธานกรรมการบริหาร ซุนซี ดิจิทัล เทคโนโลยี ของอาลีบาบา เปิดเผยว่า “ดาต้า” หรือ “ข้อมูล” ถือเป็นหัวใจสำคัญของ โรงงานการผลิตแบบใหม่ (New Manufacturing) เนื่องจาก ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมากขึ้น มองหาสินค้าเฉพาะบุคคลมากกว่าสินค้าที่ผลิตครั้งละมากๆ อย่างในอดีต โมเดล New Manufacturing จะช่วยให้ ผู้ผลิตแบบดั้งเดิมสามารถใช้โมเดลการผลิตที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ซื้อแบบเรียลไทม์ โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลและซัพพลายเชน การเปิดตัว New Manufacturing ที่ เมืองหางโจว ของ อาลีบาบา ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกลยุทธ์ “Five New” หรือ “5 ใหม่” ของ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2559 ประกอบด้วยNew Retail (การค้าปลีกแบบใหม่)New Manufacturing (โรงงานการผลิตแบบใหม่) New Finance (การเงินแบบใหม่) New Technology (เทคโนโลยีแบบใหม่) New Energy (พลังงานแบบใหม่)โรงงานซุนซีรูปแบบใหม่ ของอาลีบาบาที่เมืองหางโจว จะเริ่มการผลิตเครื่องแต่งกายก่อน ซึ่งเป็นสายการผลิตที่มีการสต๊อกสินค้าสูง เป็นปัญหาต่อผู้ผลิตรายเล็ก และรายใหญ่มานานแล้ว ระบบปฏิบัติการของซุนซี จะนำเทคโนโลยีใหม่แบบเรียลไทม์มาใช้ตั้งแต่ การหาวัตถุดิบ การวางแผนกระบวนการผลิต การวางแผนค่าใช้จ่าย และโลจิสติกส์แบบอัตโนมัติอินเฮาส์ เพื่อช่วยให้โรงงานต่างๆ สามารถผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อไม่มากได้ ด้วยต้นทุนที่สมเหตุสมผล และส่งมอบสินค้าได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ตั้งแต่ 25% จนถึง 55% โดยเฉลี่ยโรงงานแบบใหม่ซุนซี ยังมีการใช้โมเดลวิเคราะห์ “เทรนด์” และ “ยอดขาย” ควบคู่ไปกับ “แพลตฟอร์มการออกแบบสินค้า” ที่ใช้ “ปัญญาประดิษฐ์” เข้ามาช่วย ทำให้ผู้ผลิตมีข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า สามารถผลิตตามใจลูกค้าได้เต็มรูปแบบ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านปริมาณ ช่วยให้ผู้ผลิตรายย่อยสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดีและเร็วขึ้นเขียนข่าวชิ้นนี้แล้วผมก็ได้แต่สงสาร “เอสเอ็มอีไทย” อีกไม่ช้าคงตายไม่เหลือ อย่าว่าแต่การเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆเลย แม้แต่ “เงินทุน” ก็ยังเข้าไม่ถึง รัฐบาลก็ช่วยไม่ได้ เพราะบริหารจัดการไม่เป็น เป็นเรื่องเศร้าของประเทศไทยยุคนี้จริงๆ.“ลม เปลี่ยนทิศ”