“ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือนกันยายน 2563 เรื่องขึ้นปก “เศียรใหญ่” “ไม่ใช่” พระศรีสรรเพชฌ เขียนโดยคุณพิชญา สุ่มจินดา แตกหน่อขยายกอสติปัญญาคนรักของเก่าๆเรื่องเก่าได้ดีนัก ผมชอบมาก อีกเรื่อง กำลังอยู่ในความสนใจ เหรียญสองด้าน ไทยหลังศึกญี่ปุ่น นโยบายใหม่ จอมพล ป.เปลี่ยนสถานะ เป็นผู้แพ้ ไกรฤกษ์ นานา เจ้าเก่า เขียน ไม่อ่านก็โง่อีกเหมือนกันมีเรื่องกระตุ้นให้คิดถึงท่านผู้นำ...ผมหาหนังสือ วันก่อนคืนเก่า (ส.พลายน้อย สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ พ.ศ.2543) อ่านเรื่อง คนไทยสมัยรัฐนิยมสมัยจอมพล ป.เจอศึกนอก ศึกฝรั่งเศส ศึกญี่ปุ่น เป็นคู่สงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ก็เป็นภาระหนักหนา แต่ถ้าถามถึงความรักความชังจากชาวบ้าน นี่คือศึกในที่ท่านผู้นำรับไปเต็มๆเมื่อเริ่มรณรงค์นโยบายรัฐนิยม...รัฐนิยมมีอะไรบ้าง อาจารย์ ส.พลายน้อย ตอนนั้นเรียนชั้นมัธยม เล่าว่า รู้จากนิยายเรื่องสามเกลอ รัฐนิยม ของ ป.อินทรปาลิตรัฐบาลประกาศรัฐนิยมฉบับที่ 5 ต้นปี 2482 คนไทยยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่มารู้เอาเมื่ออ่านสามเกลอรัฐนิยม อีกสามเดือนต่อมานี่คือคุณประโยชน์จากหนังสือนิยาย...ที่วันนี้เด็กไทยไม่อ่าน เพราะหันไปหาจอสมาร์ทโฟน จนเป็นห่วงกันว่า เรื่องที่รูดปรื๊ดๆออกมาได้ดังใจ เด็กไทยในวันนี้ จะโตขึ้นมาเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนลูกคนรวยได้ทุกอย่างจากพ่อแม่จนสื่อสารกับมนุษย์ด้วยกันไม่เป็นส.พลายน้อยทบทวนรัฐนิยม 12 ข้อ ย่อๆให้พอรู้ ดังต่อไปนี้เปลี่ยนชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติ จากสยามเป็นไทย ป้องกันคนไทย ใช้ชื่อแทนต่างชาติในการซื้อที่ดิน เรียกชื่อชาวไทยเหมือนกันทุกภาค การเคารพเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีการกินการใช้แต่ของไทย การเปลี่ยนเนื้อร้องทำนองเพลงชาติไทยให้คนไทยประกอบอาชีพเป็นหลักฐาน แก้บางคำในเนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมี ภาษาและหนังสือไทย กับหน้าที่พลเมือง การแต่งกายของประชาชน กิจวัตรประจำวันของประชาชน การช่วยเหลือคุ้มครอง เด็ก คนชรา คนพิการรัฐนิยมหลายข้อ คนไทยยุ่งยากใจ เพราะไม่เคยชิน เช่น เรื่องออกจากบ้าน ต้องสวมหมวก สวมรองเท้า แต่อาจารย์ ส.พลายน้อยชอบจอมพล ป.ด้วยข้อที่ 2 ปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์รัฐนิยมบางข้อ เหมือนชีวิตวิถีใหม่คนไทยวันนี้ ที่ออกจากบ้าน ต้องสวมหน้ากากป้องกันโควิด-19ช่วงชีวิตการเป็นผู้นำของจอมพล ป.ยาวนาน หากมีคำถาม มีอะไรที่สำเร็จเป็นรูปธรรมถาวรในใจคนไทย อาจารย์ ส.พลายน้อย บอกว่า คือการปลุกระดมให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวคนไทยกินก๋วยเตี๋ยวกันมากๆ ก็ทำให้เกิดอาชีพเกื้อกูล ต้องเลี้ยงหมู ปลูกถั่วเขียวไว้เพาะถั่วงอก ทำวุ้นเส้นและความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้นำคือคนไทยรู้จักค้าขายเป็น ขายก๋วยเตี๋ยวเป็น ไม่ใช่กินก๋วยเตี๋ยวเป็นอย่างเดียวท่านผู้นำเอาจริงมาก มีหนังสือเวียน สั่งให้ข้าหลวง นายอำเภอ ครูใหญ่ขายก๋วยเตี๋ยวคนละหนึ่งหาบ กรมประชาสงเคราะห์พิมพ์ตำราปรุงก๋วยเตี๋ยวแจกจ่ายไปทั่วประเทศผมเชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวไม่ว่าสูตรไหนที่เรากินวันนี้ เป็นอนุสารีย์สำคัญ ที่ทำให้นึกถึงคุณูปการของท่านผู้นำคนหนึ่ง...นี่คือข้อยืนยัน ไม่มีผู้นำคนไหน ไม่มีอะไรดีเอาเสียเลยเพียงแต่ผู้นำไม่ควรมีเรื่องดีเรื่องเดียว ผู้นำบางคนจำเป็นต้องยึดอำนาจมาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมือง แล้วก็ทำอะไรไม่ถูกใจเด็กๆมากมายจนเป็นเหตุให้ต้องชุมนุมไล่ในวันสองวันนี้.กิเลน ประลองเชิง