ทหารพรานประสานฝ่ายปกครองและตำรวจระดมกำลังล่าจับระทึกรถแวนต้องสงสัยขับแหกด่าน จนหนีติดหล่มชายป่าข้างวัด ผู้โดยสารพยายามเผ่นหนี แต่ไปไม่รอดถูกรวบตัวยกแก๊ง 8 คน รวมคนขับเป็นชายชาวไทย สอบสวนยอมรับสิ้น รับจ้างขนแรงงานเขมรจากชายแดน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ไปส่งที่กรุงเทพฯ ผ่านจุดสกัดเกรงถูกตรวจค้น เลยขับแหกด่านแต่ไปไม่รอดสกัดจับระทึกรถแวนขนแรงงานเถื่อนเข้ากรุงเทพฯเปิดเผยขึ้นโดย ร.อ.สุระ โสรักนิษฐ์ รองผู้บังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 1306 รับแจ้งจากทหารพรานตอนค่ำวันที่ 12 ก.ย.ว่าให้ช่วยติดตามพร้อมสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยลักษณะเป็นรถแวน สีขาว ขับแหกด่านจุดสกัดคลองกลาง หมู่ 25 บ้านสามพราน ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ลัดเลาะเข้าไปในป่า คาดอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือลับลอบขนแรงงานชาวกัมพูชาเข้าประเทศ จึงประสานขอสนับสนุนกำลังฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าตะเกียบ ระดมกำลังไล่ล่ากระชั้นชิดกระทั่งพบรถต้องสงสัยเป็นรถยี่ห้อเกียร์ ทะเบียน ภฐ 6060 กรุงเทพมหานคร จอดติดหล่มบริเวณชายป่าวัดป่าเขาน้อย หมู่ 3 บ้านเกาะลอย อ.ท่าตะเกียบ พอเห็นกำลังเจ้าหน้าที่ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถ 8 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน พยายามวิ่งหนีคนละทิศคนละทาง แต่ไปไม่รอดเจ้าหน้าที่ล่าจับกุมไว้ได้ทั้งหมด ตรวจสอบพบเป็นคนไทย 1 คน ทราบชื่อนายประวิทย์ จันสว่าง อายุ 38 ปี ชาว ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ คนขับ ส่วนที่เหลือเป็นแรงงานชาวกัมพูชา จึงนำส่ง สภ.ท่าตะเกียบ ตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ให้สถานีตำรวจในพื้นที่จัดเตรียมสถานที่รองรับเพื่อกักตัวแรงงานต่าวด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมคุมเข้มมาตรการทางด้านสาธารณสุข โดยประสานเจ้าหน้าที่จากทางสาธารณสุขอำเภอ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19จากการสอบสวนนายประวิทย์ คนขับรถ ให้การอ้างว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าชาวไทยให้ขนแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่ ต.บ้านแหลม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ผ่านช่องทางเดินธรรมชาติตามแนวป่า ไปส่งนายทุนในกรุงเทพฯตามไซต์งานก่อสร้างที่นายหน้าระบุ พอผ่านด่านตรวจคลองกลาง ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ พบกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ เกรงถูกเรียกตรวจค้นเพราะบรรทุกแรงงานต่างด้าวมาเต็มคัน ตัดสินใจขับรถแหกด่านหลบหนี จนรถติดหล่มไปไม่ได้ถูกตามล่าจับกุมในที่สุด นำตัวดำเนินคดีต่อไป