แน่นวัดไตรมิตรฯ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ “สมเด็จธงชัย” นำเททอง หล่อพระนาคปรก “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” พระวันเสาร์คู่มิตรพระราหู ก่อนสวดนพเคราะห์พร้อมคาถา “นมัสการยันต์สุริยประภา” และ “นมัสการยันต์จันทรประภา” ระลึกนึกถึงพระราหู เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในเรื่องของสมบัติจักรพรรดิ แก้วสารพัดนึก เงินทอง คนดัง แห่ร่วมพิธี เช่นเดียวกับที่วัดศีรษะทอง นครปฐม ผู้คนหลั่งไหลกันมาไหว้พระราหู ขอโชคขอลาภเสริมสิริมงคลให้ตัวเองประชาชนหลั่งไหลร่วมพิธีสวด “บูชาราหู” ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม มีการจัดพิธีสวดนพเคราะห์รับส่งพระอสุรินทราหูหรือพระราหู ที่จะย้ายจากราศีเมถุนเข้าราศีพฤษภในวันที่ 10 ก.ย. เวลา 02.51 หรือตีสองห้าสิบเอ็ดนาทีและจะสถิตอยู่ไปจนถึงวันที่ 30 มี.ค.2565 หรือประมาณกว่า 1 ปีครึ่งในทางโหราศาสตร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย มีประชาชนที่ส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้าสีขาวทยอยเดินทางมาไหว้พระและจับจองที่นั่ง บริเวณใต้พระมหามณฑปและรอบพระอุโบสถ ขณะที่ทางวัดติดตั้งจุดคัดกรองและเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิไว้ 2 จุด และผูกสายสิญจน์โยงไว้ทั่ววัดอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาร่วมสวดนพเคราะห์ โดยยิ่งเข้าสู่ช่วงใกล้พิธียิ่งทยอยเดินมาที่วัดอย่างแน่นขนัดต่อมาเวลา 17.00 น. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ “สมเด็จธงชัย” วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานเททองหล่อพระนาคปรก “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” ขนาดหน้าตัก 32 นิ้วความสูง 2.80 เมตร ทั้งนี้ การหล่อพระนาคปรก เนื่องจากพระนาคปรกถือเป็นพระประจำวันเสาร์หรือดาวเสาร์เป็นคู่มิตรกับพระราหู โดยมีพระเกจิคณาจารย์ จำนวน 12 รูปเท่ากับกำลังของพระราหูร่วมสวดเจริญพุทธมนต์ อาทิ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน จ.นครสวรรค์ ลูกศิษย์สายตรงหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม หลวงพ่ออั้น วัดนางนอง กทม. เป็นต้นเวลา 18.00 น. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ทำพิธีบวงสรวงเทวดา แล้วเข้าสู่พิธีสวดนพเคราะห์รับส่งพระราหู โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมพิธี อาทิ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล นายจุตินันท์และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เป็นต้น ที่สำคัญในการสวดนพเคราะห์ครั้งนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีได้ใช้คาถา “นมัสการยันต์สุริยประภา” เนื้อหาว่า “โอม เอกะจักขุ นาฬิเกลา สุริยประภา สัมปันโนมณีโชติ ระโสยะถา สุวัณณะ รัชชะตะ สะมิทธา อะหังวันทามิ เมสะทาฯ” และคาถา “นมัสการยันต์จันทรประภา” เนื้อหาว่า “โอม เอกะจักขุ นาฬิเกลา จันทรประภา ราหูคาหา สัตตะ ระตะนะ สัมปันโน มณีโชติ ระโสยะถา สุวัณณะ รัชชะตะ สะมิทธา อะหังวันทามิ เมสะทาฯ” ร่วมสวดในพิธีด้วยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เปิดเผยว่า คาถาที่ใช้สวดรับส่งพระราหูมีมาก แต่ที่นำมาใช้สวดครั้งนี้ เป็นอุปเท่ห์ใช้สวดเพื่อระลึกนึกถึงพระราหู เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในเรื่องของสมบัติจักรพรรดิ แก้วสารพัดนึก เงินและทอง เพราะดาวราหูถือเป็นดาวใหญ่ เวลาให้คุณก็ให้มาก เวลาให้โทษก็ให้มากเช่นกัน การย้ายของพระราหูครั้งนี้ อยู่ในภพกดุมภะ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเงิน ทรัพย์สิน รายได้ ผลประโยชน์ พระราหูจะมาประทานโชคให้ก็ได้ ได้เป็นเศรษฐี มีทรัพย์สมบัติ อยากให้ประชาชนมีสติ ประพฤติตนอยู่ในความไม่ประมาทเพราะดาวใหญ่ย้ายจะส่งผลกระทบกับคนทุกคน การสวดนพเคราะห์จึงเป็นการสวดมนต์เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้ดาวนพเคราะห์ ร่วมส่งพลังให้ เพื่อลดผลกระทบของการย้ายราศีของดาวเคราะห์ใหญ่หรือดาวราหูนั่นเองที่ศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ ที่มีการประดิษฐานพระราหูไว้ด้านข้างพระพิฆเนศ เมื่อค่ำวันที่ 9 ก.ย. มีชาวบ้านแห่มาร่วมพิธีบูชาดาวราหูย้ายราศี พร้อมถวายของดำ 8 อย่าง ธูปสีดำ 8 ดอก เสริมสิริมงคล คุ้มครองดวงชะตา เปลี่ยนจากดวงร้ายให้เป็นดวงดี และหมุนลูกแก้วพระราหูเพื่อเสี่ยงดวงเรียกทรัพย์ส่วนที่วัดศีรษะทอง ต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ต้นตำรับการบูชาราหูอมจันทร์ มีประชาชน แห่มากราบไหว้พระราหูอย่างเนืองแน่น เนื่องจากมีความเชื่อว่าราหูย้ายราศีใหญ่ในวันที่ 10 ก.ย. โดยเฉพาะผู้ที่เกิดราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) และราศีธนู (16 ธ.ค.-14 ม.ค.) คณะกรรมการวัดจัดเตรียมเครื่องไหว้ไว้ให้เป็นชุดๆ แต่ละชุดจะมีของดำ 8 อย่าง ประกอบด้วย แบรนด์ซุปไก่ เหล้าดำ กาแฟดำ เฉาก๊วย ถั่วดำ ข้าวเหนียวดำ ขนมเปียกปูน และไข่เยี่ยวม้า ธูปดำ 8 ดอก รวมถึงดอกกุหลาบสีดำ แผ่นทองคำเปลว บายศรีชามคู่ โดยทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยระหว่างทำพิธีและมีการเว้นระยะห่าง ทั้งนี้ ผู้ที่มาบูชาพระราหู ถวายของดำ เนื่องจากเพื่อต้องการสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงเสริมบารมีให้ตัวเองและครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ขอพร ขอโชคลาภ ตามความเชื่อให้ประสบความสำเร็จทุกประการ