“น้ำบาน” เลยท่านประธาน ฟ้องด้วยภาพประจานมาตรฐานอาคาร “สัปปายะสภาสถาน” รัฐสภาไทยมูลค่าหมื่นกว่าล้าน เจอน้ำท่วมนองตึกวุฒิสภา ภายหลังฝนถล่มเมืองกรุงตอกย้ำปมป่วน เรื่องยุ่งๆในการก่อสร้าง ทั้งคิวทุจริต ตุกติกต่ออายุให้ผู้รับเหมา ลากยาวไม่จบสิ้นโกงกันไม่เว้นแม้กระทั่งดินที่ขุดออกจากพื้นที่ก่อสร้างรัฐสภาใหม่เริ่มต้นไม่สง่างาม โดยลางบอกเหตุที่มาของสภาผู้แทนราษฎรชุดประเดิม ที่เต็มไปด้วย “ตัวจี๊ด” ฟอร์มห้าวเกินห้ามใจ พฤติการณ์ที่ ส.ส.ด้วยกันยังส่ายหน้าอายแทน ประชาชนส่ายหัวระอา“น้ำเน่า” เคล้า “น้ำท่วม” อัปยศสภาไทยในห้วงจังหวะสถานการณ์การเมืองมาถึงจุดปะฉะดะ อุณหภูมิความขัดแย้งระอุ อาการแบบที่ “หนูเอ๋” น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี คนดังประจำค่ายพลังประชารัฐ เปิดปฏิบัติการลุยศึกพระ ไล่ถล่มสมภาร พาลอาละวาดใส่เจ้าอาวาสวัดในอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานีฐานล้อเลียน “ลุงป้อมอันเป็นที่รักและเคารพ”ทนไม่ได้กับภาพบาดตา วัดแกะสลักเสาอุโบสถล้อเลียน “คนอ้วน” คล้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นอนอยู่บนพานรัฐธรรมนูญ ที่ข้อมือซ้ายคล้องนาฬิกาหลายเรือน ในมือกำปืนสั้น มือขวามีนาฬิกาหลายเรือน และยังกำลูกระเบิดกำลังจะหย่อนลงปากด้านหน้าทหารถือปืนอาวุธสงครามจี้ประชาชน มือขวาถือป้ายกฎหมายเผด็จการ โดยมีชาวบ้านนั่งมีผ้าปิดจมูก มือซ้ายดันป้ายเผด็จการของทหาร มือขวาถืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนด้านหลังมีเด็กนักเรียนชี้หน้าทหาร และภาพชู 3 นิ้วจ่อเอาผิดอาญา พ่วงโทษทางวินัยสงฆ์ ไล่บี้ให้ลาสิกขาอารมณ์หวาดระแวง ซัดดะ ไม่เว้นพระมีธงทางการเมืองเข้าทางฝ่ายต้านอำนาจรัฐบาล “ประยุทธ์” โชว์บทดุดัน กลบภาวะ “ภูมิคุ้มกัน” ลด ถึงจุดเสี่ยงต่อภาวะโรคแทรก ตามฟอร์ม“นักเลือกตั้งอาชีพ” รู้กันดี อาการ “ติดเชื้อง่าย” อันตรายต่อสุขภาพรัฐบาลลุงๆ 3 ป.ตรงกันข้ามกับ “พลานุภาพ 3 นิ้ว” ที่แรงขึ้นทุกขณะ พลังนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่จ่อยกระดับการชุมนุมใหญ่แบบปักหลักค้างคืนไล่รัฐบาลไม่จบไม่กลับบ้านรอส่งสัญญาณวันที่ 19 กันยายนล้อดวงเมืองถอยหลัง จากนี้ถึงพฤศจิกายน ดีเดย์ปิดบัญชีไม่เกินสิ้นปี ตามเค้าลางอาถรรพณ์มาไวตามนัด กับปรากฏการณ์ช็อกทำเนียบรัฐบาล ล่าสุดนายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง ป้ายแดง ได้ตัดสินใจร่อนใบลาออก ไขก๊อกจากเก้าอี้อย่างกะทันหันทั้งที่เพิ่งนั่งในตำแหน่ง 25 วัน เรียกว่าตดยังไม่ทันหายเหม็นโดยฉากที่คนนอกรับรู้สถานการณ์ เหตุมาจากอาการเหยียบตาปลากันตั้งแต่การประชุม ครม.นัดแรกประเดิมเก้าอี้ขุนคลังเพราะการงัดข้อโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับบริหาร ที่ส่งกันคนละโพยระหว่างนายปรีดี กับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังเจอลองของ ท้าประลอง “พลังภายใน” กันตั้งแต่ไก่โห่ตามรูปการณ์ที่มือบริหารอาชีพ แต่มือสมัครเล่นในวงการเมืองอย่างนายปรีดีย่อมรู้ดีถึงสัญญาณเสี่ยงภัย ความยากลำบากในการบริหาร ท่ามกลางเสือ สิงห์ กระทิง แรดในดงผลประโยชน์ระหว่าง “เสธ.ตึกไทย” กับ “บ้านป่ารอยต่อฯ”เห็นกันชัดๆนรกอยู่ตรงหน้า และก็อย่างที่รู้กันดี นายปรีดี ไม่ได้เต็มใจรับเก้าอี้ร้อนมาตั้งแต่ต้น เป็น “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่เป็นคนตามตื๊อ ตามอ้อนกันจนหนีไม่ออก ต้องตกกระไดพลอยโจนเมื่อโดนของจริงเข้าไป นายปรีดีจึงถอดใจแบบไม่ต้องคิดเยอะแต่ที่ต้องคิดหนักเลยก็คือผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” เพราะนี่คือ “โศกนาฏกรรม” เกมอำนาจรัฐบาล 3 ป. โดยเฉพาะเครดิตความเชื่อมั่น “ภาวะผู้นำ” ของนายกฯไม่เหลือ เครดิตทีมเศรษฐกิจ “บิ๊กตู่” ติดลบหนักไปกันใหญ่คิว “ปรีดี” ย้อนไปถึงทีม “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ต้องถอยฉากเพราะผลประโยชน์มาก่อนเรื่องบริหารมาตรฐานรัฐบาล 3 ป. ในภาวะคลังถังแตก ต้องกู้โปะตูดขาดผลจากการตัดสินใจผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนแปลงการเมืองในห้วงมหาวิกฤติ ไหลตามการเมืองเน่าแฝงผลประโยชน์ ปล่อยตัวช่วยหลักอย่าง “สมคิด” ลาก “ปรีดี” มาเสียคนสุดท้ายส่อพังหมดทั้งกระดาน.ทีมข่าวการเมือง