มีการวิเคราะห์กันไว้มากมายกับอนาคตของสี่ยอดกุมาร ที่ประกอบไปด้วย อุตตม สาวนายน รมว.คลัง สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯและ กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ หลังจากถูกตัดบัวไม่เหลือเยื่อใยจาก พรรคพลังประชารัฐ บ้างก็ว่าจะลาออกไปตั้งพรรคใหม่ บ้างว่าอยู่เฉยๆ ไปก่อน และบ้างก็ว่ากลับบ้านเลิกเล่นการเมืองไปเลยเมื่อเร็วๆนี้มีข่าวว่าสี่ยอดกุมารระดมพลนักธุรกิจหลายสาย คุยกันเรื่องตั้งพรรคการเมือง ระบุชื่อด้วยพรรคสร้างไทย ในขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็พยายามที่จะระดม ส.ส.เข้าสังกัด โดยเฉพาะ ส.ส.ภาคกลาง และ กทม. อาทิ กลุ่มดาวฤกษ์ หรือกลุ่ม ส.ส.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอดีตเลขาธิการพรรค เป็นต้นเพราะฉะนั้น ถึงสี่ยอดกุมารจะเดินออกจากพรรค หรือถึงขั้นออกจากตำแหน่ง ครม.ของพรรคแต่ก็ยังมี ส.ส.บางกลุ่มที่ต้องตัดสินใจจะเดินตามกันออกไปเพื่อตั้งพรรคใหม่ หรือทนอยู่ๆ ไปก่อน หรือลอยแพสี่ยอดกุมาร ถ้าเป็นทางเลือกอย่างสุดท้าย สี่ยอดกุมารก็คงต้องเลือกทางกลับไปพักผ่อนแต่อย่าลืมว่าสี่ยอดกุมารได้รับการสนับสนุนจาก รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาโดยตลอด และรองนายกฯ สมคิด ก็มีความสัมพันธ์กับนักการเมืองหลายค่ายหลายพรรค เพราะฉะนั้นการที่สี่ยอดกุมารจะไปต่อหรือ พอก่อน ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมืองของรองนายกฯ สมคิด เป็นหลักด้วยจะมาด้วยกันไปด้วยกัน หรือต่างคนต่างไปดีซึ่งถ้าจะมองข้ามช็อต ตามที่ รองนายกฯ สมคิด เปรยเอาไว้ตลอดว่ามีปัญหาสุขภาพ อยากที่จะพักผ่อนมาหลายรอบ เป็นเรื่องที่หาคำตอบได้ไม่ยากคงจะเดากันออกเพียงแต่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสม แต่การเลือกทางสายใหม่ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ เป็นดาบสองคมที่จะถูกสังคมประทับตรา ความล้มเหลวในการบริหารตามมานั่นหมายถึงอนาคตโดยตรงสังคมไทยเลือกข้างคนชนะเสมอด้วยต้นทุนทางสังคมที่แตกต่างกัน ถ้าเป็นนักการเมืองมืออาชีพ คงไม่ต้องยุ่งยากลำบากใจ จะตั้งพรรคใหม่ จะย้ายพรรค จะไปทำอะไรที่ไหนเป็นเรื่องธรรมชาติแต่นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่มีต้นทุนอยู่แล้ว ต้องพยายามรักษาต้นทุนเอาไว้ให้ได้ อย่างน้อยก็ยังกลับไปเป็นนักวิชาการหรือนักธุรกิจได้ต่อไป ยังมีทางลงโบราณว่าขึ้นหลังเสือว่ายาก แต่ลงจากหลังเสือว่ายากกว่าการจะลงหลังเสือให้สง่างามด้วยแล้ว เป็นเรื่องที่ยากที่สุด ยิ่งถ้าเลือกทางลงไม่สวย ก็จะจบไม่สวยทุกราย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th