สามคำนี้คนมักจะใช้สับสนกันครับ beset สื่อไปในทาง ‘ทำให้พราว’ หรือ ‘เดียรดาษ’ อย่างเช่น ท้องฟ้าพร่างพราวไปด้วยดวงดาว Tonight the sky is beset with star. ไม่จำเป็น ว่าใช้แต่เรื่องดีๆนะครับ ถามเนลล์ว่างานใหม่ของคุณเป็นยังไงบ้าง เนลล์ตอบว่า My new work is beset with difficulties. งานใหม่ของผมเต็มไปด้วยความยากลำบากเพื่อนชาวอิสราเอลเล่าว่าคนยิวจำเป็นต้องเขี้ยว My country is beset with foes. ประเทศผมห้อมล้อมไปด้วยศัตรู ‘ทำให้จนแต้ม’ ก็ใช้ beset เหมือนกันครับ เอมี่เปลี่ยนงานใหม่ไปเรื่อยๆ ยังไม่ทันเข้าใจงานก็ไปสมัครงานอื่นแล้วก็ย้าย เจอกันเมื่อวันก่อน เพื่อนของเพื่อนเล่าเรื่องเอมี่ให้ฟังว่า Amy is sore beset. เอมี่จนแต้มเต็มทีนอกจากนั้น beset ยังสื่อถึง ‘รบกวน’ หลังจากเข้าโรงเรียนอนุบาลได้ 3 วัน คุณแม่บังเอิญพบครูของเดลเบิร์ตที่ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เมื่อถามว่าลูกชายดิฉันเป็นยังไงบ้าง คุณครูตอบว่า Your son beset me with a lot of questions. ลูกชายคุณป่วนดิฉันด้วยคำถามมากมายส่วน beside เป็นบุพบท หมายถึง ‘ข้าง’ ทนายถามจำเลยว่าตอนจำเลยพบโจทก์ครั้งแรก โจทก์อยู่ที่ไหน จำเลยตอบว่า She sat beside her husband. เธอนั่งอยู่ข้างๆสามีของเธอครับ คนเราเมื่อเจอกันควรชมอีกฝ่ายหนึ่งและถ่อมตัวเองนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความสามารถ ประโยคที่ต้องฝึกพูดเพื่อเข้าสังคมก็เช่น My abilities are nothing beside yours. ความสามารถของผมเมื่อไปเปรียบกับของท่านแล้ว ต้องถือว่า (ผม) ไม่มีนะครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยpasalok1998@gmail.com