อาจกลายเป็นคดีซื้อเสียงที่โด่งดังทั่วประเทศ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. เปิดเผยว่า ได้รับหลักฐานการซื้อเสียงในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่ลำปางที่ผ่านมาจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นเหตุการณ์หัวคะแนนนำเงิน 600 บาท โดยเย็บเป็นชุดละ 300 บาทมาให้ชาวบ้านนายสมชัยยืนยันว่ามีพยานที่พร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นความผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี พร้อมโทษปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงต้องดำเนินการ ถ้ามีหลักฐานน่าเชื่อถือได้ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมต้องให้ใบเหลืองหรืออาจให้ใบแดงหรือใบส้ม นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ และเรียกร้อง กกต. อย่าด่วนรับรองผลการเลือกตั้ง พรรคเสรีรวมไทยได้แจ้งความตำรวจท้องที่อำเภอเถิน และยื่นคำร้องต่อ กกต.จังหวัดลำปางเรียบร้อยแล้ว จึงต้องติดตามกันต่อไป กกต. จะดำเนินการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อให้ได้ความจริงหรือไม่การซื้อสิทธิขายเสียงไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่ “นิวนอร์มอล” สำหรับการเมืองไทย แต่เป็น “โอลด์นอร์มอล” มาหลายสิบปี เริ่มตั้งแต่ยุค “ธุรกิจการเมือง” เฟื่องฟู วิธีการเอาชนะเลือกตั้งทางลัดด้วยการทุ่มเงินซื้อเสียง เริ่มต้นจากบางพื้นที่แล้วลุกลามไปทั่วประเทศ มอมเมาชาวบ้าน ถึงกับพูดกันว่า “เงินไม่มากาไม่เป็น”การซื้อเสียงที่แพร่ระบาดไปทั่วประเทศนำไปสู่การทุจริตโกงกินกันอย่างมโหฬาร เพราะถือว่าการซื้อเสียงเป็นการลงทุน จึงต้องถอนทุนคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย นำไปสู่การปฏิรูปการเมือง ด้วยรัฐธรรมนูญ 2540 ที่เรียกว่า “ฉบับปฏิรูปการเมือง” เกิดองค์กรอิสระขึ้นมากมาย รวมทั้ง กกต.ที่แจกใบเหลืองใบแดง เลือกตั้งกันใหม่ทั่วประเทศแต่ผ่านไปไม่นานนักการเมืองไทยก็สามารถหาวิธีเข้าแทรกแซงและครอบงำองค์กรอิสระ โดยเฉพาะที่มีอำนาจให้คุณให้โทษนักการเมือง นักการเมืองบางคนคุยว่า “ของเรา” ทำให้บางองค์กรอิสระขาดความเป็นอิสระ การซื้อเสียงกลับมา “ธรรมดา” อีกครั้ง แม้แต่การเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ถามชาวบ้านว่ามีซื้อเสียงหรือไม่การซื้อเสียงกับการใช้อำนาจรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เอื้อให้ชนะเลือกตั้งเป็นความผิดกฎหมายเลือกตั้งร้ายแรง ถึงขั้นเป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้เล่นการเมืองตลอดชีพเทียบกับอนันตริยกรรม เช่น การฆ่าพ่อแม่ที่ถือเป็นบาปหนักที่สุด ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน เรื่องนี้กำลังทดสอบว่ากฎหมายไทยจะเอาจริงหรือเป็นแค่ “วาทกรรม”.