ไวรัสมหาภัยโควิด-19 ยังอันตรายไม่หยุดล่าสุดชาวกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนหลายล้านคน ต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ถูกรัฐจำกัดการเดินทางอีกครั้ง ภายหลังพบเชื้อโรคมรณะกลับมาแพร่ระบาดอีกในตลาดอาหารขนาดใหญ่ซินฟาตี้ แหล่งค้าส่งเนื้อสัตว์และพืชผักในเมืองหลวงจีนแผ่นดินใหญ่จังหวะคนจีนเริ่มนอนใจ หลังไม่พบการติดเชื้อภายในท้องถิ่นถึง 57 วันมันคือสัญญาณเตือนทั่วโลกที่กำลังผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรค เผลอ “การ์ดตก” ไม่ได้เด็ดขาดโอกาสยังสุ่มเสี่ยงสำหรับประเทศไทยที่สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศเป็นศูนย์ต่อเนื่องเกินกว่า 20 วันแล้ว ตามแนวโน้มศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ไฟเขียวคลายล็อกมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4ยกเลิกเคอร์ฟิว เปิดให้ประชาชนดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตสถานการณ์ใกล้คืนสู่ภาวะปกติเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ตามรูปการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ชี้แจงกับประชาชนด้วยอาการผ่อนคลายรู้สึกเบาใจระดับหนึ่ง เริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์“แม้จะยังประกาศชัยชนะที่เรามีต่อโควิดได้ไม่เต็มที่นัก แต่อย่างน้อยเรารู้ว่า การระบาดของโควิดลดลงไปอยู่ในระดับที่เราสามารถควบคุมได้ และได้รับการยอมรับว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่รับมือกับโควิดได้ดีที่สุดในโลก”สะท้อนอาการมั่นใจ “เอาอยู่”พร้อมกับการข้ามช็อตไปถึงการฟื้นฟูประเทศ โดย “บิ๊กตู่” พยายามปลุกขวัญ กระตุ้นพลังร่วมของประชาชนคนไทย นี่คือเวลาแห่งโอกาส ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าประกาศเลยว่าความท้าทายต่อจากนี้คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามโลกวิถีใหม่ ตามธงที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศยุทธศาสตร์ชัด จะปรับปรุงการทำงานของรัฐบาลเป็นแบบ “วิถีปกติใหม่” หรือ “New Normal” แบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก1.ผนึกทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศไทย เปิดโอกาสให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้ที่จะได้รับผลจากนโยบายต่างๆได้มีส่วนร่วม รัฐบาลต้องได้ยินเสียงของประชาชน และรับฟังความคิดเห็นประชาชนให้มากขึ้น2.การประเมินผลงานภาครัฐ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีบทบาทในการประเมินผล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการต่างๆของภาครัฐ ให้ผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาลได้รับทราบโดยตรงได้ด้วย3.การทำงานเชิงรุกในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยรัฐบาลจะกำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยนายกฯจะติดตามกำกับดูแลด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดน้ำเสียงจริงจัง ท่าทีทรงพลัง แผนงานมีทิศทางชัดเจนเป็นอะไรที่กระตุกความหวัง ฟังแล้วเกิดอารมณ์ร่วม “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย”ในอารมณ์แบบที่ทีมงานรอบข้างพากันอวยจน “บิ๊กตู่” เขินเดินตัวเอียง ตามภาพข่าวที่นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีต รมช.เกษตรฯ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล ช่วยกันการันตีภาพออกทีวีรวมการเฉพาะกิจฯของนายกฯเปลี่ยนลุค โดนใจแฟนคลับชื่นชมกันเต็มโลกโซเชียลมีเดียเสียงเชียร์แน่น กองหนุนขานรับพึ่บพั่บรับสัญญาณธงผู้นำ ชูหลักการหรู สู้กับโจทย์ใหม่ของประเทศไทย ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ท้าทาย ปัญหาแปลกใหม่ที่แนวความคิดเดิมๆ กลไกเดิมๆไม่มีทางเอาอยู่แต่จุดโฟกัสจริงๆมันอยู่ตรง “วรรคทอง” ที่ต้องตัดแปะไว้ข้างฝาพล.อ.ประยุทธ์ทิ้งทุ่นไว้เลยว่า “เราต้องหยุด ไม่ปล่อยให้เกมการเมืองที่ไม่สุจริต บิดเบือนข้อเท็จจริง มาดึงรั้งการก้าวเดินไปข้างหน้าของประเทศโดยไม่จำเป็น” เน้นชัดๆการเมืองคือ “ตัวถ่วง” สถานการณ์นี่คือด่านแรก ด่านยากสุด ที่ “บิ๊กตู่” จะต้องผ่านให้ได้ ก่อนจะฝันไปสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ตามสภาพการณ์ย้อนแย้งสวนทาง “ยูเทิร์น” หักมุมกันชัดๆกับธงที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศนำพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่โลกวิถีใหม่ หันกลับไปมองข้างหลัง ก็เห็น “ขบวนรถโบราณ” กำลังแห่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ยึดอำนาจค่ายพลังประชารัฐปฏิบัติการ “แย่งชามข้าว” โดยไม่สนกระแส ไม่แคร์โควิดเร่งวันเร่งคืนจัดประชุมใหญ่ดำเนินพิธีกรรมส่ง “พี่ใหญ่” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่อนโพยกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ คู่บารมี “บิ๊กป้อม” ล่วงหน้าไล่ตั้งแต่ “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย รั้งเก้าอี้เลขาธิการพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ยึดแป้นผู้อำนวยการพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นั่งแท่นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจนำเสนอดรีมทีมชุด “รวมดาว” กระจายล้อม “บิ๊กป้อม”เป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่การ “วางบิล” ทวงค่าแห่ “พี่ใหญ่” ตีปี๊บเขย่าเกมปรับ ครม. กดดันล็อกวัน เวลา น. ต้องเสร็จภายในต้นเดือนกรกฎาคมอารมณ์ไม่สน “บิ๊กตู่” ประกาศอำนาจอยู่ที่นายกฯคนเดียวและอาการเดียวกัน ไวรัสป่วนในค่ายพลังประ-ชารัฐยังลามไปติดพรรคประชาธิปัตย์ เกิดแรงกระเพื่อมภายในจากความเคลื่อนไหวล่ารายชื่อยกเครื่องคณะกรรมการบริหารพรรคกันใหม่ พุ่งเป้ากระแทกไปที่หัวหน้าค่ายอย่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ด้วยข้อหาทำพรรคตกต่ำ โฟกัสขบวนการเบื้องหลังส่วนใหญ่ก็เป็นทีมสายตรง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ไม่มีสิทธิ์แทรกตัวเข้าร่วมแบ่งเค้กรัฐมนตรี ไม่ได้รับการปันส่วนจากทีม “จุรินทร์” ที่กินรวบขณะที่เชื้อไวรัสการเมืองยังลามติดพรรครวมพลังประชาชาติไทย อาการแบบที่ “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ไขก๊อกจากหัวพรรค พร้อมกับทิ้งบอมบ์แฉเป็นนัย รับไม่ได้กับแนวทางการบริหารของพรรคที่มี “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขาใหญ่ กปปส.เป็นโต้โผใหญ่ผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัย ลากไส้ด่าประจานกันเละเทะไม่เว้นพรรคเล็กพรรคน้อยร้อยพ่อพันแม่ที่รวมแต้มหนุนรัฐบาล ไปดูด ส.ส.งูเห่าแตกค่ายมาจากอดีตพรรคอนาคตใหม่ ก็ดิ้นปั่นราคา โชว์ตัวเลข ทวงโควตารัฐมนตรีสะท้อนการเมืองไทยยังวนอยู่กับน้ำเน่า พฤติการณ์ old normalวงจรอุบาทว์เดิมๆ หัวหน้ากลุ่ม ก๊วน แก๊ง แย่งกันเป็นรัฐมนตรี จองโควตากระทรวงขุมทรัพย์ หวังเข้าไปหาผลประโยชน์มาดูแล ส.ส.ในสังกัด จ่ายค่าคุ้มครองเก้าอี้หนีไม่พ้นการทุจริตคอร์รัปชัน ขบวนการงาบเงินแผ่นดินตามรูปการณ์ที่เดาทางได้กับความพยายามโละทีมเศรษฐกิจที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นหัวขบวนคุมกระทรวงขุมทรัพย์ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ล้มโต๊ะทีม 4 กุมาร เพื่อเปิดทางดึงมือบริหารเศรษฐกิจหน้าใหม่เข้ามาเสียบแทนที่ โรยหน้าเค้กพอเป็นพิธีนั่นก็แค่ “นอมินี” อำพรางทีมแห่ “บิ๊กป้อม” ยึดเกมคุมเค้กงบประมาณโดยรูปการณ์ ถ้าเกมปรับ ครม.ยึดตามโควตา ส.ส.ในสภา เพื่อความอยู่รอดของผู้นำ ในทางปฏิบัติมันสวนทางกันแบบสุดโต่งกับหลักการหรูๆที่ “บิ๊กตู่” ประกาศแผนฟื้นฟูประเทศตามวิถี “new normal”ตามโพยเทียบกับทีมรวมดาวล้อม “บิ๊กป้อม” โผรัฐมนตรีเดากันได้ใครเป็นใครครม.ไม่ตอบโจทย์บริหาร แต่ตอบโจทย์การเมืองเรื่องลากยาวอำนาจ เทียบกับภารกิจเดิมพันการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามโลกวิถีใหม่ ที่วันนี้สถานการณ์แข่งขันในโลกเริ่มกลับมาร้อนแรง คู่แข่งสำคัญอย่างประเทศเวียดนามประกาศให้ทั่วโลกได้ยินแล้วว่าจะฟื้นก่อนประเทศไทยชาติคอมมิวนิสต์ชิงออกตัวนำหน้าเมืองประชาธิปไตยในจังหวะที่รัฐบาลไทยทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการชิงเล่นเกมจิตวิทยา นายสมคิดต้องรีบให้สัมภาษณ์สื่อภาษาอังกฤษ เพื่อให้ข่าวกระจายออกไปต่างประเทศ กระตุกนักลงทุนต่างชาติให้รู้ว่าไทยก็อยู่ในจุดพร้อมทะยานทางเศรษฐกิจ หลังควบคุมโควิดได้เป็นต้นๆของโลกเกมการต่อสู้อยู่ที่การชิงความมั่นใจ การฟื้นเศรษฐกิจตามโลกวิถีใหม่ต้องสู้กับเกมเขี้ยวชาติคู่แข่งแต่การเมืองไทยยังเป็นตัวถ่วง วนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์ไม่เปิดโอกาสให้ “บิ๊กตู่” ได้ทำตามหลักการหรูๆเลย.“ทีมการเมือง”