40 ปีแห่งความอยุติธรรมมีผู้ถูกบังคับให้สูญหายเกือบ 90 คน เข้าขั้นละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงถึงเวลาทวงความยุติธรรมคืนสู่อ้อมอกญาติของผู้สูญหายผ่านเครื่องมือใหม่ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายโดย นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และรักษาการประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร บอกว่า ข้อเท็จจริงการอุ้มหาย การทำร้ายพยาน คนสูญหายโดยไร้ร่องรอย การข่มขู่พยาน การบังคับขู่เข็ญ การจับ การคุมขัง การทารุณ สิ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเยอะมากและมีมานานในสังคมไทยกฎหมายที่มีอยู่เปิดช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอาศัยหรือหลีกเลี่ยงทำให้เกิดผลร้ายอย่างมากแก่ประชาชน บางทีปกปิดไร้ร่องรอยติดตามพอไปสอบถามหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ไม่ค่อยอำนวยความสะดวก ไม่ได้รับความเป็นธรรมรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนให้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล แต่ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ และกฎหมายอาญายังครอบคลุมไม่เพียงพอในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นประกอบกับประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แถมยังลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการบังคับให้บุคคลสูญหาย ซึ่งเป็นกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดเฉพาะ และมีมาตรการป้องกันและปราบปรามเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายถึงเวลาไทยต้องออกกฎหมายให้สอดคล้องอนุสัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ตกไป ผมจึงเตรียมเสนอร่างกฎหมายนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร หลังที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์เห็นชอบแล้วจังหวะพอดีเกิดเหตุกรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหว ถูกลักพาตัวขึ้นรถยนต์กลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงในฐานะลูกอีสาน จบโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จ.อุบลราชธานี เหมือนกัน สถาบันแห่งนี้ปลูกฝังลูกศิษย์ให้รักประเทศและประชาธิปไตย มีทั้งครูใหญ่ ลูกศิษย์หลายคนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง บางคนถูกอุ้มหายเช่น ครูทองอินทร์ ภูริพัฒน์ 1 ใน 4 รัฐมนตรีที่ถูกสังหารโหด สาเหตุจากการเมืองถือเป็นนักการเมืองอีกคนที่ต่อสู้เพื่อชาวอีสาน ฉะนั้นกรณีนายวันเฉลิมยังไม่ชัดเจนมีความผิดข้อหาอะไร ทราบเพียงมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แต่ผู้ใดมีความผิดข้ออะไรในฐานะคนไทยต้องได้รับการคุ้มครองไม่ใช่ถูกอุ้มหายเป็นหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่ดูแลคุ้มครองคนไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามคณะกรรมาธิการฯกำลังเร่งตรวจสอบปมร้อน ช้าไม่ได้ เพราะเวลาล่วงเลยไปไม่รู้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นต่อคนคนหนึ่ง และที่ผ่านมายังเกิดกรณีอุ้มหายในช่วงรัฐประหารซึ่งไม่มีความคืบหน้าใดๆเมื่อเข้าสู่ช่วงประชาธิปไตยควรตรวจสอบให้ดีที่สุด พิจารณาผ่านไปแล้ว 2 ครั้ง เปิดโอกาสให้ผู้ร้องได้ให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวของต้องขยับ เช่น สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ควรตรวจสอบความคืบหน้ากับรัฐบาลกัมพูชาพร้อมแจ้งความร้องทุกข์ กระทรวงการต่างประเทศของไทยควรเชิญเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยมาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นสัปดาห์นี้ วันที่ 17 มิ.ย. ได้เชิญกระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีมาชี้แจง ก่อนรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดพิจารณาว่าควรเดินหน้าต่ออย่างไรขณะเดียวกันเชื่อมั่นประเทศเพื่อนบ้านจะดำเนินการเรื่องนี้ เพราะละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว แต่เป็นภาพรวมในด้านสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเป็นใคร มีข้อหาติดตัวหรือไม่ ย่อมเป็นคนละประเด็นกับชีวิตและทรัพย์สินรัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องไม่ว่าอยู่ที่ใดบนโลกใบนี้กรณีที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายที่เราเตรียมเสนอ โดยหลักการกำหนดให้การค้นตัว จับ คุมขังหรือกระทำการใดอันกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพในร่างกายของบุคคล จะต้องมีการแจ้งสิทธิและจัดทำบันทึกการควบคุมตัวตามที่กฎหมายนี้กำหนดโดยไม่เลือกปฏิบัติรวมถึงกำหนดให้ศาลยุติธรรมเป็นกลไกสำคัญตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ อันกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพในร่างกายของบุคคล สร้างระบบความพร้อมรับผิดลบล้างวัฒนธรรมปล่อยให้คนผิดลอยนวลและยังสร้างกลไกสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้ได้รับความเสียหายได้รับความเป็นธรรม ผ่านการช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อติดตามตรวจสอบความเสียหายทางร่างกาย จิตใจและสังคมป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดขึ้นซ้ำอีก การทรมาน การทำให้บุคคลสูญหาย การจับกุม ทำร้าย ข่มขู่พยาน การกำหนดที่จะก่อให้เกิดความโหดร้ายต่อประชาชน ถูกตีกรอบให้อยู่ในความรับผิดชอบของกฎหมายฉบับนี้ยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในไทยให้เทียบเท่าสากลทันทีที่กฎหมายมีผลบังคับ เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหลายไม่สามารถกระทำการทำความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนได้เหมือนเดิมอีกต่อไป และเปิดประตูให้ญาติของเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำสามารถร้องเรียนหรือติดตามได้เจ้าหน้าที่ของรัฐย่อมมีความระมัดระวังมากขึ้น หากปิดบังซ่อนเร้นย่อมถูกลงโทษค่อนข้างหนักในความผิดฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย ความผิดฐานกระทำทรมานความผิดฐานกระทำหรือลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องย่อมรับผิดเช่นเดียวกับตัวการ ผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดำเนินการที่จำเป็น เหมาะสมตามอำนาจ ต้องติดร่างแหถูกระวางโทษด้วยมีร่างกฎหมายหลายฉบับที่เสนอเข้าสภาฯ แต่ละฉบับมีหลักการและเหตุผลต่างกันอย่างไร นายสุทัศน์บอกว่า หลักการและเหตุผลเป็นไปทิศทางเดียวกัน มีส่วนแตกต่างอยู่บ้าง เช่น ร่างกฎหมายบางฉบับตัดภาคประชาชนไม่ให้เข้าไปเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายแต่ร่างฯที่ผมเสนอมีภาคประชาชนเข้าไปเป็นกรรมการด้วย โดยมี รมว.ยุติธรรมเป็นประธาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม รองประธาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผบ.ตร. นายกสภาทนายความเป็นกรรมการโดยตำแหน่งผู้แทนผู้ได้รับความเสียหายจากการทรมาน การกระทำหรือลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวน 2 คนผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหาผลกำไรและดำเนินกิจกรรมด้านการปกป้องคุ้มครองสิทธิ คัดเลือกกันเองจำนวน 3 คนครม.แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 คน นิติเวชศาสตร์ 1 คน จิตวิทยา 1 คน อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นกรรมการและเลขานุการการสร้างระบบความพร้อมรับผิดในภาคราชการ เพื่อป้องกันเหตุเหล่านี้โดยเฉพาะการป้องกัน การปราบปรามการทรมาน การกระทำให้บุคคลสูญหายส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลส่วนใหญ่มีจุดยืนทิศทางเดียวกันเชื่อมั่นกติกาใหม่ผ่านสภาฯแน่นอน.ทีมการเมือง