มุมมองของฝ่ายค้าน เศรษฐกิจไทยหลังสงครามโควิด-19 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อภิปรายในสภา ว่าเหมือนสี่เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ กัปตันอาศัยแรงเฉื่อยประคองให้เครื่องร่อนไปตามยถากรรมจะหล่นลงดินเมื่อไรก็ไม่รู้แต่มุมมองของนักวิชาการ อาจารย์สมชาย ภคภาสวิวัฒน์...เงินสี่ห้าแสนล้านใช้เยียวยาเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกันว่าจะรั่วไหลนั้น...น้อยไปสำหรับ คนขาหัก เงินแค่นั้นก็แค่ไม้เท้า ใช้พยุงตัวให้ยักแย ยักยันกันไปปัญหาเรื่องเงิน ส่วนที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้จนใกล้เพดาน 60 เปอร์เซ็นต์ ฝ่ายค้านโจมตีว่ามากนักหนา คนไทยจะต้องช่วยกันใช้ถึงชาติหน้า อาจารย์สมชายพูดให้ดีใจว่า ถ้าเทียบกับชาติใหญ่ๆ ไทยเรายังกู้น้อยมากญี่ปุ่นกู้เงินใช้จนเกินเพดานไปถึง 200 เปอร์เซ็นต์ อเมริกาก็กู้เตลิดเปิดเปิงจนแบบกู่ไม่กลับยังอยู่ได้ถ้าเทียบบราซิล เวเนซุเอลาที่กู้จนไม่เหลือเครดิตให้ใครเชื่อ... ประเทศเราถือว่ามีเงินเหลือกินเหลือใช้ ไม่ต้องให้ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ออกมาการันตี ผมก็เชื่อเองว่า หลังสงครามเราจะต้องเงยหน้าอ้าปากได้ไม่ช้านักสินค้าเกษตร อาหาร เราส่งออกได้ดี การท่องเที่ยวก็แค่รอเวลา ให้บรรยากาศดีขึ้นสงครามนี้ เรากำลังสร้างชื่อประเทศไทย รัฐมนตรีสาธารณสุข ประกาศว่าจะใช้เงินกับการทำวัคซีนป้องกันโควิดให้สำเร็จ นี่คือการยกระดับชาติไทยให้ขึ้นเป็นมหาอำนาจเป็นมหาอำนาจ การเงิน การทหาร คงยังไม่ไหว เอาแค่ มหาอำนาจด้านการแพทย์ก็น่าจะพอการที่อาจารย์สมชายท่านเปรียบเศรษฐกิจไทยว่า จะเป็นแค่คนถือไม้เท้า ทำให้ผมคิดถึง หนึ่งในสี่ท้าวจาตุมหาราช คือท้าวกุเวร ลูกน้องมีแต่ภูติผีปิศาจดูแลสวรรค์ชั้นหนึ่งด้านทิศเหนือของเขาพระสุเมรุอินเดียก่อนพุทธกาล...เช่นสมัยมหาชนก ลงเรือสำเภา มาค้าขายถึงสุวรรณภูมิ พวกพ่อค้าในเรือต่างพกรูปสลักท้าวกุเวรติดตัว ท้าวกุเวรทางภาคใต้ของไทยเรียกท้าวชุมพล ท้าวซัมภลท้าวกุเวรช่วยให้เดินทางปลอดภัย ช่วยให้ได้กำไรจากการค้าขาย เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภจะถือว่าเป็นต้นแบบเครื่องรางของขลังที่นำเข้าสู่เมืองไทย ก็คงได้พูดชื่อท้าวกุเวร...ต้องนึกเป็นนาน...แต่ถ้าบอกชื่อ ท้าวเวสสุวัณ ก็คงร้องอ๋อ...องค์นี้ที่วัดจุฬามณี เมืองอัมพวา ได้ชื่อว่าขลังมากผมเคยผ่านไป ขนาดไม่ใช่วันหยุด รถราแน่น แทบหาที่จอดไม่ได้หน้ากากที่คุณจิ๋ม เพื่อนที่ทำงานใช้...ก็เป็นหน้ากาก ท้าวเวสสุวัณ ใส่แล้วกันโควิด-19 ได้ กันผีก็ได้ฤทธิ์เดชท้าวเวสสุวัณว่ากันว่าอยู่ที่กระบองที่ท่านจับด้วยสองมือ ...กระบองดุ้นนี้ คนรู้ดีบอกผมว่า จำแลงมาจากขาที่สามของพาซูซู อภิมหาปิศาจ สมัยเมโสโปเตเมีย อายุห้าพันปีพาซูซูดุมากฤทธิ์เดชมาก นับถือกันมาก จนถึงสมัยพระคริสต์ มีคนอุปโลกน์เป็นมือขวาซาตาน คนที่ทันดูหนังผีฝรั่ง ดิเอกซอร์ซิส คงจำได้ ผีที่สิงเด็กผู้หญิง ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ทำอะไรไม่ได้นั่นแหละพาซูซูรุ่นนั้นมีอวัยวะเพศทั้งคดทั้งยาว แต่รุ่นต่อมาถูกปรับให้ดูดีเป็นขาที่สาม ต่อมาเปลี่ยนเป็นไม้เท้า...ท้าวเวสสุวัณเป็นทายาทสืบทอดต่อมา ปรับปรุงเป็นกระบอง ดูน่าเกรงขามที่ว่าผีกลัวไม่ได้กลัวท้าวเวสสุวัณ แต่กลัวฤทธิ์กระบองเศรษฐกิจที่อาจารย์สมชายว่าเหมือนคนถือไม้เท้า คิดถึงคนพิการ หรือคนแก่ถือไม้เท้ายักแย่ยักยันก็ดูเหงาๆ ถ้าเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจท้าวเวสสุวัณยักษ์มีกระบองน่าจะดูเข้มแข็งกว่า มั่นใจกว่ากันมากทีเดียว.กิเลน ประลองเชิง