กุ้งล็อบสเตอร์เป็นอีกเมนูที่คนไทยบริโภคมากขึ้น แต่กุ้งล็อบสเตอร์ 1 ตัว มีเนื้อแค่ 30% ที่เหลือ 70% เป็นเปลือกด้วยความเสียดาย น.ส.มณทิรา เจริญวัลย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ lobster-Xanthin จึงหาข้อมูลเปลือกกุ้งนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง พบว่าในเปลือกกุ้งล็อบสเตอร์มีสารแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารสีแดงกลุ่มคาโรเทนอยด์ที่เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ มีประโยชน์ช่วยอาหารไม่ย่อย ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย ควบคุมอาการจากภาวะหมดประจำเดือน ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การป้องกันมะเร็งและใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน หลอดเลือดสมอง คอเลสเทอรอล โรคตับ โรคทางตา ซึ่งสารชนิดนี้มีอยู่ในสาหร่ายน้ำลึก ในเนื้อปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และภาคอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอาหารเสริม มีการสั่งนำเข้าสารแอสตาแซนธินมาใช้ในราคา กก.ละ 14,000 บาท จึงร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิจัยล็อบสเตอร์-แซนธิน (lobster-Xanthin) ภายใต้หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร โดยมี ดร.สุธีรา วัฒนกุล เป็นที่ปรึกษาโครงการ สำหรับวิธีการแปรรูปเปลือกกุ้งล็อบสเตอร์มาเป็นผงปรุงรส หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า อูมามิ...เริ่มจากสกัดสารแอสตาแซนธินเข้มข้น นำเปลือกกุ้งล็อบสเตอร์ อบแห้งด้วยความร้อนห้ามไม่เกิน 40 ํC เพื่อไม่ให้สารสำคัญสูญเสียมาก โดยใช้เวลาอบ 24 ชม. จากนั้นนำมาบดเป็นผงละเอียด สกัดด้วยแอลกอฮอล์ เปลือกกุ้ง 1 กก.จะได้สารสำคัญ 5,000 ppm จากนั้นนำเปลือกกุ้งอีกส่วนมาทำความสะอาด นำไปอบเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมแล้วบดละเอียด และใส่สาหร่ายคอมบุ จะทำให้รสอาหารกลมกล่อม โดยไม่ต้องพึ่งผงชูรส จะได้อูมามิจากเปลือกกุ้งล็อบสเตอร์ที่แคลเซียมสูง โปรตีนสูง โซเดียมต่ำเลยทำให้นวัตกรรมชิ้นนี้สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองจากเวทีประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ “Seoul International Invention Fair 2019” (SIIF 2019) ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี. เพ็ญพิชญา เตียว