“รายงานวันจันทร์”-ทช.สร้างความปลอดภัยถนน-ช่วยเกษตรกรยางเนื่องจากกระทรวงคมนาคม มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง จึงมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) พยายามผลักดันเรื่องการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมในอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยให้มากขึ้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างต่อเนื่องดังนั้นในปี 2563 กรมทางหลวงชนบท จึงมีโครงการจะนำยางพารามาใช้งานถนนและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย รายละเอียดของโครงการจะทำอะไรบ้างนั้น...“รายงานวันจันทร์” วันนี้ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท “ปฐม เฉลยวาเรศ” จะมาชี้แจงข้อมูลให้ทราบถาม-การนำยางพารามาใช้งานทางมีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหนปฐม-ที่ผ่านมา ทช.ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ทำการวิจัยการนำยางพารามาใช้เป็นส่วนผสมในอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย อาทิ การใช้ยางพาราผสมยางมะตอยฉาบผิวถนน การนำแผ่นยางพาราหุ้มขอบแท่งคอนกรีตแบริเออร์ ขนาด 50 ซม. หรือที่เรียกว่า rubber fender barrier เพื่อลดแรงกระแทก ล่าสุด ทช.ร่วมกับ วว.ได้ทำการทดสอบ rubber fender barrier ทั้งตัวแผ่นยางที่หุ้มแบริเออร์ ตัวคอนกรีตแบริเออร์ และได้ผ่านการทดสอบในการรับน้ำหนัก การคงทนสภาพ ในห้องปฏิบัติการ (lab) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ทดสอบ วว. ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ได้เริ่มทดสอบให้รถเข้าชนกับ rubber fender barriers ซึ่งตั้งเฉียง 45 องศา เสมือนใช้งานจริงโดยใช้มาตรฐาน Manual for Assessing Safety Hardware หรือ MASH ด้วยการนำรถกระบะหนัก 2.270 ตัน พุ่งชน rubber fender barriers ด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. บริเวณรอยต่อระหว่างแบริเออร์ผลของการทดสอบในครั้งแรกปรากฏว่า แรงกระแทกของรถยนต์ กับ rubber fender barriers อยู่ที่ 55.6 G จุดที่ได้รับแรงกระแทกของรถยนต์ จุดแรกบริเวณกันชนรถ จุดที่ 2 ล้อรถ และจุดที่ 3 คัตซีรถ ซึ่งการชนที่เป็นอันตรายต้องมากกว่า 60 G และกาวที่ใช้ยึดตัวแผ่นยางกับแบริเออร์หลุดออกจากกัน ส่วนผู้ขับขี่ได้รับแรงกระแทกน้อยสุดเพียง 5 G จากแรงกระแทกที่ส่งผล อันตรายต่อผู้ขับขี่มากว่า 15 G ถาม-จะมั่นใจมาตรฐานการทดสอบได้อย่างไรปฐม–สำหรับแผนการทดสอบรถเข้าชนกับ rubber fender barriers ไม่ได้ทำเพียงครั้งเดียว จะทดสอบอีก 12 ครั้ง ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยระหว่างวันที่ 23–29 ม.ค.63 จะเป็นการทดสอบรถ-ยนต์ จำนวน 6 ครั้ง และระหว่างวันที่ 1–6 กุมภาพันธ์ เป็นการทดสอบรถจักรยานยนต์อีกจำนวน 6 ครั้ง จากนั้นในวันที่ 26– 29 ก.พ.นี้ จะนำผลที่ได้ทั้งหมดส่งไปทดสอบต่อที่ประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมที่นั่น ในฐานะหน่วยงานกลางเพื่อให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น จะทราบผลสรุปทั้งหมดในวันที่ 6 มีนาคม 2563 ถาม-หลังจากทดสอบเสร็จแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไปปฐม-ทช.จะส่งผลการทดสอบไปให้กระทรวงคมนาคม เพื่อรายงานความก้าวหน้าให้กับคณะรัฐมนตรีทราบเพื่อพิจารณาแนวทางการปฏิบัติ ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงได้มีการจัดทำหลักสูตรอบรมให้ความรู้เกษตรกรเสร็จแล้ว และเตรียมการอบรมโดยจะทำควบคู่การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่มีส่วนผสมของยางพารา“กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบท และกรมทางหลวง ตั้งเป้านำยาง พารามาใช้อย่างต่ำประมาณ 50,000 ตัน สูงสุดประมาณ 100,000 ตัน ทั้งนี้ การนำยางพารามาใช้ นอกจากช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางแล้ว ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยทางถนนอีกด้วย”.