ในขั้นฎีกา คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา แถลงขอความเห็นใจต่อศาลว่า เคยทำคุณงามความดีไว้มาก ขอให้ศาลพิจารณาผ่อนปรนโทษ แม้ศาลท่านว่าคนละเรื่อง แต่อัตราโทษก็ลดลง จากชั้นอุทธรณ์ 13 ปี 4 เดือน เหลือเพียง 6 ปี 24 เดือนผมสงสัยคาใจมาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ หลังตั๋วจำนำ เขียนกติกาดอกเบี้ย 3 เดือนกับ 30 วัน ทำไมไม่เขียน 4 เดือนพอมารู้เรื่องอัตราโทษคุณสรยุทธก็เที่ยวโทร.ถามผู้รู้ มีคนบอกว่า การนับเดือนมีเงื่อนไขเป็นประโยชน์ในการขอลดโทษ นี่จึงเป็นความรู้ใหม่คณิตศาสตร์ของศาลอาญา แตกต่างจากคณิตศาสตร์ในกระบวนการอื่นเรื่องคุณสรยุทธ ทำให้ผมต้องเปิดหนังสือคำวัด ของพระโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช) หาความหมายของคำว่า “กรรม”กรรม ความหมายแรก การกระทำ เป็นคำกลางๆ ยังไม่บ่งว่าเป็นการกระทำดีหรือชั่วถ้าเป็นการทำที่ดี กระทำโดยไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นเหตุ เรียกว่ากุศลกรรม ถ้าเป็นการกระทำที่ชั่ว กระทำโดยมีความโลภ ความโกรธ ความหลงเป็นเหตุ เรียกว่าอกุศลกรรมแต่โดยทั่วๆไป มักเข้าใจว่า “กรรม” หมายถึงการกระทำที่ไม่ดีเช่น ใช้ว่า “เป็นกรรมของเขาแท้ๆ จึงต้องมาติดคุกอย่างนี้”กรรมขึ้นอยู่กับเจตนา ดังคำพระว่า “เรากล่าวเจตนาว่า เป็นกรรม” หมายความว่าเจตนาบ่งว่าเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วกรรม ความหมายที่ 2 แบ่งเป็นประเภทตามที่ให้ผล ฯลฯ มี 12 กรรม1.กรรมที่ให้ผลในชาตินี้ 2.กรรมที่ให้ผลในชาติหน้า 3.กรรมที่ให้ผลในชาติต่อๆไป 4.กรรมที่ให้ผลเสร็จแล้ว 5.กรรมที่แต่งให้เกิด 6.กรรมที่สนับสนุน 7.กรรมที่บีบคั้น 8.กรรมที่ตัดรอน 9.กรรมที่หนัก 10.กรรมที่ทำจนชิน 11.กรรมที่ให้ผลเมื่อใกล้ตายและ 12.กรรมที่สักแต่ว่าทำชาวพุทธใช้คำว่า “กรรม” คู่กับคำว่า “เวร” ถ้าใช้รวมเป็นคำเดียวกัน “กรรมเวร” มีความหมายถึงกรรมที่เป็นเวร การกระทำที่สนองผลร้าย ซึ่งทำไว้แต่ปางก่อน กรรมชั่วที่ให้ผลในชาตินี้เช่น ฆ่าสัตว์ สนองผลให้อายุสั้น ลักทรัพย์สนองผลให้เกิดมายากจน ประพฤติผิดในกาม สนองผลให้เกิดเป็นคนผิดเพศ ได้คู่ครองไม่ซื่อสัตย์กรรมเวรเป็นเหตุให้ผู้ทำเกิดมามีความบกพร่องทางร่างกายบ้าง ทางสติปัญญาบ้าง ทางอาชีพการงานบ้าง ดังตัวอย่างที่ว่า “ไม่รู้กรรมเวรอะไร ลูกของเขานอกจากตาบอดมาแต่เกิดแล้ว ยังปัญญาอ่อนอีก”แต่หากจะรู้จักความหมายของ “เวร” คำเดียว เวรมีความหมายถึง ความพยาบาท ความปองร้าย ความแค้นเคืองเวรเป็นผลจากการผูกกันไว้ คือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดร้ายหรือทำร้ายก่อน อีกฝ่ายก็คิดพยาบาทหรือคิดแก้แค้นตอบ เรียกอาการอย่างนี้ว่า ผูกเวร หรือจองเวรเวรอีกความหมาย...คือบาป หรือการทำชั่ว เช่น ทำผิดศีล 5 เรียกว่า “ทำเวร” ไว้ เวรจะสนองผลให้ได้รับโทษตามความผิด เรียกผลที่สนองให้นั้นว่า “เวรกรรม”เราเคยได้ยินชินหู “ไม่รู้ว่าเป็น “เวรกรรม” อะไร จึงมาเป็นอย่างนี้”เรื่องของ “เวรกรรม” จึงมีทั้งที่ไม่รู้ เช่นเวรกรรมที่ทำไว้แต่ปางก่อนและเวรกรรมในชาตินี้ ไม่ว่าทำแล้วเขายังจับไม่ได้ หรือที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา...เป็นเวรกรรมที่คนทำรู้อยู่กับใจตัวเอง.กิเลน ประลองเชิง