ปฏิบัติการ "ไลน์แดนซ์" ทางเลือกใหม่สร้างสุขภาวะ "กาย-ใจ-สมอง"สังคมผู้สูงอายุถึงวันนี้คนไทยน่าจะคุ้นชินกับคำคำนี้ เพราะไม่ใช่เพียงสังคมไทย แต่เป็นสังคมโลกที่กำลังเผชิญกับสภาพสังคมผู้สูงอายุสำหรับประเทศไทยปัจจุบันมีประชากรทั้งหมด 66,371,311 คน และภายในปี 2568 ไทยจะก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะมีประชากรสูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 14.4 ล้านคนหรือกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด นั่นหมายถึงประชากรไทยทุกๆ 5 คนจะมีผู้สูงอายุอยู่ 1 คนแน่นอนสิ่งที่ตามมาเป็นแบบเงาตามตัว คือ ปัญหาการเจ็บป่วย จากการตรวจร่างกายของผู้สูงอายุไทยโดยผลการศึกษาของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พบว่ามีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 85 หรือประมาณ 6 ล้านคนที่สามารถดูแลตนเองได้แต่ที่น่าเป็นห่วงคือจะมีผู้สูงอายุที่ต้องนอนติดเตียงติดบ้านต้องพึ่งพิงคนอื่นช่วยดูแลกว่า 1 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 15 โดยในจำนวนนี้ประมาณ 960,000 คนสามารถช่วยเหลือตนเองได้บางส่วน แต่ก็มีอีกประมาณ 63,000 คนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลยและหนึ่งในทางเลือกที่จะสร้างสังคมผู้สูงอายุคุณภาพที่ต้องไม่มองข้าม คือ กิจกรรม “ไลน์แดนซ์” ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เกิดสุขภาวะทั้งทางกายใจ-สมอง ไลน์แดนซ์ (Line Dance) คือ การออกกำลังกายด้วยการเต้น ซึ่งเป็นการผสมผสานการเต้นลีลาศกับการเต้นแอโรบิก ที่นิยมนำมาเป็นกิจกรรมออกกำลังกาย เนื่องจากสามารถลดปัญหาการเต้นแอโรบิกที่การเต้นมีจังหวะเร็ว และเปลี่ยนท่าบ่อยทำให้ผู้เต้นบางคนไม่ถนัด ทั้งลดปัญหาการเต้นลีลาศที่ต้องอาศัยคู่เต้นโดยมีจุดกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา จากกลุ่มของผู้สูงอายุที่รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมเต้นเข้าจังหวะ แล้วพัฒนาเป็นรูปแบบ ไลน์แดนซ์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกแบบใหม่ที่ได้ทั้งสุขภาพกายและใจ แถมช่วยบำรุงสมองจากการจดจำไลน์ของการขยับ และการเต้นเข้าจังหวะ ซึ่งนั่นเท่ากับการถอยห่างจากโรคอัลไซเมอร์โดยปริยาย ทั้งยังช่วยให้ผู้สูงอายุมีความคล่องตัว รู้สึกกระฉับกระเฉง กระชุ่มกระชวย และมีชีวิตชีวามากขึ้นที่สำคัญคือเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายซึ่งสามารถทำเองที่บ้านคนเดียว หรือหากมีกลุ่มทำกิจกรรมรวมกันก็จะยิ่งทำให้เกิดสังคมใหม่ของผู้สูงอายุ ถือได้ว่าเป็นวิธีออกกำลังกายง่ายๆที่ช่วยบริหารร่างกาย บริหารสมอง และช่วยเพิ่มความสุขทางกายและใจไปพร้อมๆกัน และแม้ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเต้นตามวิดีโอ ครู ผู้สอน หรือเพื่อนๆในกลุ่มได้อย่างสบายๆ“ชมรม Line dance บางเขน ส.มก. ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2555 โดยการรวมตัวของนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เกษียณอายุ เพื่อทำกิจกรรมเต้นออกกำลังกาย ช่วงแรกมีแต่นิสิตเก่า ปัจจุบันมีทั้งนิสิตเก่าและบุคคลภายนอก ชมรมฯนี้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายพร้อมเสียงเพลง สร้างความสนุกสุขใจ ทั้งมีสุขภาพกายแข็งแรง ลดโรคภัย” นางจันทรา กอนันทา ประธานชมรมคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รุ่น 22 วัย 76 ปี ขยายภาพที่มาและประโยชน์ของกิจกรรมการเต้นไลน์ แดนซ์ สำหรับการเรียนการสอนของชมรมไลน์แดนซ์ บางเขน มีจัดเป็นหลักสูตรการสอนต่อเนื่องเป็นมาตรฐานสากล ปัจจุบันมี 15 ชั้นเรียน รวม 350 คน แบ่งเป็น 1.ระดับ Beginner มีท่าเต้นในหลักสูตร 30 ท่าเต้น 2.ระดับ Intermediate มีท่าเต้นในหลักสูตร 30 ท่าเต้น และ 3.Exerside มี 30 ท่าเต้น ทั้งเมื่อรวมท่าเต้นนอกหลักสูตรที่เพิ่มเติมเข้ามาให้อีกในแต่ละระดับแล้วจะมีท่าเต้นรวมเกินกว่า 100 ท่าเต้น โดยเปิดสอนตามวันราชการ บริเวณห้องลีลาศ สมาคมนิสิตเก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ส.มก.) และได้ขยายห้องสอนเพิ่มเติมที่อาคาร Too fast to sleep ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประธานชมรมไลน์แดนซ์ บางเขน ยังเล่าด้วยว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางชมรมได้มีกิจกรรมการจัดเต้น Line dance บนสันเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ซึ่งเป็นการจัดเต้นนอกสถานที่ของชมรม เพื่อยกระดับและพัฒนาการเต้นให้ทัดเทียมต่างประเทศ ที่สำคัญคือนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์การเต้น Line dance ของผู้สูงอายุ 60-80 ปี ที่มีจำนวนมากถึง 340 คน และถือเป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ และการเต้นที่พร้อมเพรียงซึ่งเกิดจากการร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวของทั้งครู และสมาชิกทุกคนนอกจากนั้น ที่ผ่านมาทางชมรม ยังมีการร่วมแรง ร่วมใจกัน ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น การร่วมกันบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ มูลนิธิรามาธิบดี มูลนิธิศิริราช มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก และสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสวัสดิภาพทางการแพทย์แห่งชาติ “ในฐานะประธานชมรมคาดหวังว่ากิจกรรมของชมรมจะมีส่วนสนับสนุนนโยบายของรัฐ ซึ่งกำลังให้ความสนใจเรื่องของผู้สูงอายุ ที่มีจำนวนมากขึ้น ในอันที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีมีคุณค่า และลดภาระแก่ครอบครัวและสังคมของคนสูงอายุปัจจุบัน” นางจันทรา กล่าวปิดท้ายทีมข่าวสาธารณสุข เห็นด้วยและมองว่า การสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุ ทั้ง “กาย-ใจ-สมอง” น่าจะเป็นคำตอบของสังคมไทยที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มตัวในปี 2568ปลุก “พลังบวก” สังคมผู้สูงอายุ เพื่อเปลี่ยนจาก “ภาระ” เป็น “พลัง” ที่ทรงคุณค่า...ทีมข่าวสาธารณสุข