เพื่อนพ้องน้องพี่ ไม่ว่าจะที่อยู่ในม็อบไล่ลุง หรือม็อบตามลุง กระทั่งสารพัดม็อบที่จะมีต่อไป ผมอยากให้อ่านนิทานโบราณจีน เรื่อง “สงครามบนยอดเขาหอยทาก”(สายธารแห่งปัญญา หงอิ้งหมิง สมัยราชวงศ์หมิง เขียน บุญศักดิ์ แสงระวี เรียบเรียง สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2535)สมัยดึกดำบรรพ์ เมื่อเงยหน้ามองฟ้ากว้าง คนก็มักคุยกันว่า ฟ้าเหมือนฝาชีครอบแผ่นดิน มีรูปสี่เหลี่ยมกระดานหมากรุก ต่อมาก็เชื่อว่า ฟ้าดินเหมือนไข่นก ฟ้าหุ้มดินเหมือนเปลือกไข่หุ้มไข่แดงเวลาผ่านไป เมื่อใช้สติปัญญาพิจารณา จึงได้รู้ว่า ที่แท้บนท้องฟ้าใหญ่โตมโหฬาร มิใช่มีแต่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ยังมีดวงดาวอยู่อีกมากมาย เฉพาะที่โคจรรอบดวงอาทิตย์มีถึง 9 ดวงดาวโลกที่เรามีชีวิตอยู่เป็นหนึ่งในนั้นระบบสุริยจักรวาลเป็นแค่ระบบหนึ่งในระบบดาวอันนับไม่ถ้วน ระบบดาวอื่นที่ใหญ่กว่าระบบสุริยจักรวาลมีมากมายสุดคณานับเมื่อรู้อย่างนี้ ตอนเงยมองท้องฟ้า จึงถึงกับอุทานกันว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้าอยู่จริงๆ”ค้นพบความลับของจักรวาลแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเราเองยิ่งเล็กลงไปทุกที ชีวิตคนเมื่อเทียบกับเวลาของจักรวาลแล้ว ไม่ผิดอะไรกับประกายไฟแวบหนึ่ง เมื่อหินเหล็กไฟสองก้อนกระทบกันน้อยคนจะมีคำถาม “คนตัวเล็กๆทำอะไรกันบ้าง ในชีวิตอันแสนสั้น”เชื่อตรงกันแล้ว ก็ควรฟังนิทานเรื่องต่อไปนี้เมื่อสองพันปีที่แล้ว ไต้จิ้นเหยิน ปราชญ์คนสำคัญ ได้เข้าไปบอกกับอ๋องแคว้นเว่ยว่าท่านเชื่อหรือไม่ บนยอดเขาข้างซ้ายของหอยทาก มีแคว้นซู่ บนยอดเขาหอยทากด้านขวามีแคว้นหมาง สองแคว้นนี้รบแย่งชิงดินแดนกันมายาวนาน มีคนตายไปนับหมื่นคนแคว้นที่รบชนะก็จะไล่ฆ่าฟันแคว้นที่รบแพ้ถึง 15 วัน จึงจะรามือหอยทากตัวเล็กนิดเดียว สองเขาของมันก็ยิ่งเล็กลงไปอีก เว่ยอ๋องฟังแล้วส่ายหน้าบอกไม่เชื่อ ไต้จิ้นเหยินจึงถามเว่ยอ๋องว่า “ท่านเห็นว่าฟ้าดินสี่ทิศมีขอบเขตหรือไม่”“ไม่มี” เว่ยอ๋องตอบ ไต้จิ้นเหยินจึงว่า “เมื่อเป็นเช่นนั้น ความคิดจิตใจของเราจะสามารถท่องไป ก็ไปในจักรวาลอันไร้ขอบเขตได้หรือไม่?ตรงกันข้าม รอยเท้าของเราจะไปได้ก็เพียงแค่พื้นที่ที่ห้อมล้อมด้วยสี่มหาสมุทรเท่านั้นเพราะฉะนั้น โลกที่เราอยู่เมื่อเทียบจักรวาลอันกว้างใหญ่ ก็จะเล็กแสนเล็กใช่หรือไม่”เว่ยอ๋องยอมรับว่าถูกทีเดียว ไต้จิ้นเหยินจึงว่าต่อ...ภายในสี่มหาสมุทรมีแคว้นเว่ย เดิมอยู่เหอตง ต่อมาถูกแคว้นฉินบีบจนต้องมาอยู่ในแคว้นเหลียง เมื่อเทียบจักรวาล แคว้นเว่ยของท่านอ๋องก็เล็กนิดเดียวแตกต่างอันใดกับสองแคว้นจิ๋ว บนยอดเขาหอยทากหรือไม่“ใช่” เว่ยอ๋องยอมรับ ไม่ต่างกันเลยนิทานเรื่องนี้จบลงด้วยคำสอน...ชีวิตหนึ่งดั่งฟองลม ไยต้องชิงชื่อเสียงลาภยศ แก่งแย่งแข่งขันกันในแสงวาบของหินเหล็กไฟ จะมีเวลาให้สักเท่าใด ทำสงครามกันบนยอดเขาหอยทาก โลกนี้ใหญ่นักหรือ?ผมอ่านนิทานเรื่องสงครามบนยอดเขาหอยทากแล้ว ก็ต้องเตรียมตัวไปวิ่ง...ในวันต่อไปทั้งๆที่ไม่ค่อยแน่ใจ การไปวิ่งในสวนจตุจักร จุดที่มีรายงานว่าอากาศเสียสูงมาก จะยืดอายุให้ยาวต่อไป หรือจะหดอายุให้สั้นลง ทางเลือกชีวิตที่ว่าแสนสั้น เหมือนแสงวาบของหินเหล็กไฟกระทบกัน ดูจะอยู่แค่นี้เองข้อที่แน่ใจ การวิ่งแบบของผม ที่บอกกับใครต่อใคร “วิ่งไล่ยุง” ไม่เป็นปัญหาให้ใคร ลุงอยากอยู่ผมก็ทนได้ หรือลุงจะไป ผมก็พร้อมจะโมทนา.กิเลน ประลองเชิง