คดีที่ประชาชนสนใจตามต่อเนื่องกรณี นายโสภณ วงษ์สวัสดิ์ คนขับรถบรรทุกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จับกุมแจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 1 เม็ด แต่เจ้าตัวอ้างไม่ได้มีส่วนในการทำความผิด และไม่ได้เคยเสพยาบ้าสงสัยว่าถูกตำรวจยัดยาบนรถบรรทุกคันที่เกิดเหตุกล้องบันทึกภาพไว้ตลอด แต่ยังไม่ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรต่อมานายโสภณเดินทางไป กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสารเสพติดบนเส้นผม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามที่ถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำการตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดจากเส้นผมของนายโสภณ พบสารไมทราไจนิน (Mitragynine) ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์ในพืชกระท่อม มีฤทธิ์กดประสาทและระบุได้ว่ามีการเสพพืชกระท่อมในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ตามขนาดเส้นผมของผู้ร้องที่ยาว 1.2 เซนติเมตร แต่ไม่มีสารเสพติดที่มีส่วนผสมของเมทเอมเฟตามีน ซูโดเอฟีดรีน ทั้งชนิด ยาบ้าและยาไอซ์ผลตรวจพิสูจน์เป็นสิทธิ์ของนายโสภณที่ทำได้ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาบ้าพอผลตรวจที่ออกมาเป็นประเด็นคำถามของสังคมที่ว่า ของกลางยาบ้า 1 เม็ดที่ถูกตรวจค้นและแจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถบรรทุกเป็นของใคร เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของ สภ.สามร้อยยอด ต้องทำความจริงให้ปรากฏพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับคดีนี้ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากตำรวจทำผิดไม่มีการเอาไว้ ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ทั้งคดีอาญาและวินัยหากตำรวจทำถูกต้อง สมควรได้รับคำชื่นชม ตำรวจจะได้มีกำลังใจในการทำงานระยะเวลาต่อจากนี้ คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะผลการตรวจสอบวิดีโอกล้องวงจรปิดภายในรถบรรทุก การตรวจพิสูจน์หาร่องรอยลายนิ้วมือแฝงหรือ DNA ภายในที่เกิดเหตุคงเป็นหลักฐานสำคัญในการสั่งฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้คดีนี้เหมือนจะเป็นคดีธรรมดาแต่มีกระทบต่อความรู้สึก และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะประชาชนที่ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดจากที่ถูกบันทึกไว้ในรถบรรทุก คงมีคำถามมากมายกับการทำหน้าที่ของตำรวจ สภ.สามร้อยยอด ทางเดียวที่จะพิสูจน์ความจริง เรียกความเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจคืนมาตำรวจต้องทำความจริงคดีนี้ให้ปรากฏถ้าทำไม่ดี ระวังจะกลายเป็นคดี “น้ำผึ้งหยดเดียว”.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th