สุดสายรถไฟสายแม่กลอง ที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวสนุกกับบรรยากาศตลาดร่มหุบ...นั้น เป็นพื้นที่ของ “วัดบ้านแหลม”ตอนเป็นเณรวัดบ้านแหลม ผมพอรู้ว่าวัดนี้เดิมทีชื่อวัดศรีจำปา อยู่ๆไปก็สงสัย ชุมชนใหญ่ข้างวัด ปากคลองแม่กลอง ทำเลพื้นที่ไม่มีวี่แววแหลมตรงไหนเลยเล่าขานกันว่า คนบ้านแหลม ลงอวนหาปลา ได้พระพุทธรูปจากก้นอ่าวสององค์ องค์หนึ่งเป็นพระนั่ง นิมนต์ไปไว้ที่วัดเขาตะเครา บ้านแหลม เพชรบุรี องค์ที่สองเป็นพระปางยืนอุ้มบาตร ก็นิมนต์มาถวายวัดศรีจำปาผู้คนที่แวะเวียนไปกราบไหว้ เรียกกันติดปาก หลวงพ่อ บ้านแหลม จนชื่อวัดศรีจำปาหายไปคนบ้านแหลมที่นิมนต์หลวงพ่อบ้านแหลมมา จะเป็นคนบ้านแหลม มาจากเพชรบุรีหรือเป็นคนบ้านแหลมที่มีประวัติว่าหนีภัยสงครามพม่ามาลงหลักปักฐานที่แม่กลองก่อน ไม่มีหลักฐานยืนยันแต่ที่พอยืนยันได้ ก็คือความถนัดทางหาปูปลา...จึงน่าจะเป็นฉากที่สุนทรภู่บรรยายไว้ถึงแม่กลองสองฝั่งเขาตั้งบ้าน น่าสำราญเรือนเรือดูเหลือหลาย พวกแม่ค้าข่าเคียงเรียงๆรายหลังปี พ.ศ.2500 กว่าๆ ชุมชนบ้านแหลมอยู่เบียดชิดกับกุฏิ พระ “คณะบน”ผมดูละครแก้บน คณะคนบ้านแหลมจนคุ้นหน้า พอๆกับคุ้นคน “บ้านแหลม” รุ่นตำนาน หลวงสกลสาลีกิจ ตอน พ.ศ.2503 อายุ 80 กว่าๆ มานั่งคุยว่า ท่านใช้ข้อกฎหมายครอบครองปรปักษ์ ฟ้องเอาที่วัดให้ชาวบ้านชุมชนบ้านแหลม มีคนทุกระดับชั้น ระดับนายกเทศมนตรีมีมากกว่าสอง หรือผู้เฒ่าอย่างหมื่นปลื้มประจัญบาน ชื่อก็บอกว่าเป็น มือปราบสำคัญ รูปร่างล่ำสัน ทุกวันเดินผ่านให้เห็นโยมอีกคนเป็นหนอนหนังสือ ถือหนังสือหลวงวิจิตรวาทการ ผมจำได้เล่มหนึ่ง มหัศจรรย์ทางจิต มาถกแถลงกับอาจารย์ผม หลวงพี่มหาบุญช่วย เลขาเจ้าคณะภาค 7 อยู่บ่อยๆโยมคนนี้ บ้านอยู่ติดกับร้าน “หมอใช้” ร้านขายยาแผนโบราณ หัวมุมแยกเข้าซอย ผมจำได้แต่หน้า ไม่รู้ชื่อแต่เณรรุ่นพี่ จำชื่อได้ บอกว่าทำงานอยู่ศาล วันนี้ลูกชายเติบใหญ่ เป็นถึงประธานศาลฎีกา ท่านไสลเกษ วัฒนพันธุ์ได้ข่าวจากพี่ปรีชาว่าอาจารย์มาลัยเชิญมางานสมาคมศิษย์เก่าศรัทธาสมุทร หลังท่านรับตำแหน่งไม่กี่วันแต่ที่ผมข้องใจก็คือคำเรียก “บ้านแหลม” นอกจากชื่อวัดชื่อหลวงพ่อในโบสถ์ และชื่อชุมชนข้างวัด ไม่ปรากฏชื่อบ้านแหลม เป็นทางการไว้ที่ใดเลย ดูเหมือนบ้านแหลมเป็นชื่อถูกฝากเอาไว้ลอยๆผมเชื่อว่า คนบ้านแหลมคนแม่กลองไม่ใช่อื่นไกล เพราะเห็นน้ำจากปากอ่าวแม่กลอง ปีที่น้ำเหนือบ่าใหลแรง ตะกอนจากแม่น้ำแม่กลองก็ไปไกลสะสมถมทับ อ่าวบางตะบูนฝั่งตรงข้าม ร้อยปี พันปี ก็ทับถมเป็นแผ่นดินใหญ่เรียกชื่อตามที่ตาเห็นว่า “บ้านแหลม”สุดเขตอำเภอบ้านแหลมเข้าเขตอำเภอเมือง ที่หาดเจ้าสำราญ มีแหลมยื่นขวางทางเดินเรือ...มีสัญญาณกระโจมไฟ บอกเขต “อันตราย” ชาวบ้านเรียกแหลมผักเบี้ยหากมีใครสงสัยชื่อบ้านแหลมไม่เห็น “แหลม” ตรงไหน ก็ต้องชวนไปดูแหลมผักเบี้ย ให้สิ้นสงสัยเมื่อตะกอนดินจากแม่น้ำแม่กลองเป็นจุดก่อเกิดอำเภอบ้านแหลม...การที่คนบ้านแหลมย้อนกระแสน้ำ ข้ามอ่าวมาฝากชื่อบ้านแหลมไว้ที่แม่กลอง จึงเป็นเรื่องแบบอัฐยายซื้อขนมยายคนบ้านแหลมคนแม่กลองอยู่กันคนละอ่าว แต่มาจากน้ำเนื้อเดียวกัน ไม่ใช่ใครอื่นไกลเลยวันที่ 13 ธ.ค. ก็จะถึงเทศกาลกินปลาทูแม่กลอง (งานมีถึง 22 ธ.ค.) แหวกตลาดร่มหุบไปหาปลาทูกินให้อิ่มแล้ว ก็อย่าลืมไปไหว้หลวงพ่อวัดบ้านแหลมใครที่บนเป็นลูกช้างหลวงพ่อบ้านแหลม เท่าที่ผมรู้มามีแต่เจริญก้าวหน้า ไม่เคยตกอับเลยสักคน.กิเลน ประลองเชิง