สืบภาค 3 รวบ “แก๊งบราโว่” ผู้ต้องหา 3 คน ล่อซื้อเหยื่อกระทงติดรูปการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์ มีพฤติกรรมปลอมเอกสารอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ แบ่งแยกหน้าที่ล่อซื้อ นำใบมอบอำนาจไปแจ้งความและจับกุม ส่วนหัวโจกถูกจับเป็นรอบ 2 ขณะที่ “วิระชัย” เผยผู้ต้องหาก่อคดีมาแล้วกว่า 90 ราย สั่งสืบภาค 3 และ 4 ขยายผลกวาดล้างแบบถอนรากถอนโคนจากคดีละเมิดลิขสิทธิ์กระทงพ่นพิษ หลังนายประจักษ์ โพธิผล พร้อมพวกล่อซื้อจับกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ติดรูปการ์ตูนริลัคคุมะและแมวการ์ฟิลด์จาก น.ส.เอ อายุ 15 ปี คุมตัวไปที่ สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมเรียกเงินค่าปรับ 50,000-400,000 บาท แต่แม่ น.ส.เอขอเจรจาต่อรองกันจนเหลือ 5,000 บาท ตัวแทนลิขสิทธิ์ยอมถอนแจ้งความ ต่อมาเรื่องเริ่มบานปลาย กระแสโซเชียลมีเดียเริ่มวิจารณ์พฤติกรรมกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ ผู้บริหารบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ตัวแทนลิขสิทธิ์จำหน่ายสินค้าบริษัท ซานเอ็กซ์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เข้าพบตำรวจยืนยันรูปการ์ตูนดังกล่าวไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ อีกทั้งบริษัท เวอริเช็ค จำกัด ที่นายประจักษ์อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ถูกยกเลิกไปแล้ว ด้าน พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนลิขสิทธิ์ 40 ราย พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวม พยานหลักฐานทั้งหมด และรอเอกสารการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่เกี่ยวข้อง จะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 พ.ย. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ตรวจสอบพบหลักฐานใหม่ที่แก๊งตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เรียกว่า “แก๊งบราโว่” ปลอมลายเซ็นใบมอบอำนาจจากบริษัท เวอริเช็ค จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์นำไปใช้เป็นหลักฐานแจ้งความ นำไปสู่การจับกุม น.ส.เอ อายุ 15 ปี ทำกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ติดรูปการ์ตูนพล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า พนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำนายภควรรธก์ ศรสำราญ เป็นผู้มอบ อำนาจของบริษัท เวอริเช็ค ช่วงที่นายประจักษ์และพวกนำไปแอบอ้างปลอมลายเซ็น ใช้วิธีเขียนทับลายเซ็นนายภควรรธก์ และเลขที่หนังสือระบุใช้กับที่อื่น ไม่ใช่ที่ อ.เมืองนครราชสีมา สรุปเป็นใบมอบ อำนาจปลอมทั้งหมด รวมถึงการปลอมลายเซ็นในใบมอบอำนาจจับกุมคดีอื่นๆอีกรวมกว่า 50 คดี จากพฤติการณ์ของแก๊งบราโว่ มีนายประจักษ์เป็นผู้ดำเนินการไกล่เกลี่ยกับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ เปิดโอกาสให้ต่อรอง นำทรัพย์สินมาแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ส่วนนายภูมิภากร หรือนัน กิ่งเพชร ถินสุวรรณ์ ทำหน้าที่ขู่เข้าเจรจาเล่นบทโหด และ น.ส.วนิสา ถินสุวรรณ์ ลูกสาวนายภูมิภากร ทำหน้าที่เป็นผู้ล่อซื้อสินค้าพล.ต.อ.วิระชัยกล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนนำหลักฐานไปขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมา พิจารณาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี นายภูมิภากร หรือนัน กิ่งเพชร ถินสุวรรณ์ อายุ 42 ปี และ น.ส.วนิสา ถินสุวรรณ์ อายุ 24 ปี ในฐานความผิด 4 ข้อหา คือ ปลอมแปลงเอกสาร ใช้เอกสารปลอม แจ้งความเท็จ และกรรโชกทรัพย์ กระทั่งศาลพิจารณาออกหมายจับทั้ง 3 คนแล้ว“คดีนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้เร่งรัดกวาดล้างแก๊งลิขสิทธิ์ให้เห็นผลโดยเร็ว ตำรวจดำเนินคดีไปแล้วที่ สภ.เมืองนครราชสีมา และ สภ.เมืองมหาสารคาม คดีเป็นเพียงแค่เริ่มต้น จะขยายผลไปคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อขุดถอนรากถอนโคนแก๊งนี้ให้สิ้นซาก ขณะนี้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 3 ประสานกับภาค 4 เร่ง ไล่ล่าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มาดำเนินคดีโดยเร็ว และเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ มีโทษเป็นทวีคูณ” พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ปวริศ บุญสุทธิ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.สุกาญจน์ นิลอ่อน ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.3 พร้อมกำลังจับกุมนายประจักษ์ โพธิผล หัวหน้าแก๊ง ขณะหลบหนีอยู่ในพื้นที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ภายหลังนายภูมิภากร ยื่นขอประกันตัวต่อศาลจังหวัดมหาสารคาม ในข้อหากรรโชกทรัพย์ และแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ขณะไปล่อซื้อตู้ใส่ของลวดลายโดเรม่อน ก่อนมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติ ต่อมาถูกจับกุมเป็นรอบ 2 ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ขณะเดียวกันตำรวจอีกชุดนำโดย พ.ต.ท.ภูมิ ทองโพธิ์ รอง ผกก.สส.3 และ พ.ต.ท.พิศิษฎ์ ศิตจตุพงษ์ สว.สส.3 บก.สส.ภ.3 จับกุมนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ และ น.ส.วนิสา ลูกสาวที่บ้านญาติใน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา จากนั้นคุมตัวทั้ง 3 คน ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองนครราชสีมาสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทราบว่า น.ส.วนิสา ทำหน้าที่ติดต่อล่อซื้อกระทงละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนผ่านทางเฟซบุ๊ก นายประจักษ์นำใบมอบอำนาจแจ้งความตำรวจ และนายภูมิภากรเป็นคนเข้าจับกุม น.ส.เอ อายุ 15 ปี คุมตัวมาเจรจาเรียกค่าเสียหายที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ทั้งหมดให้การภาคเสธ จากนั้นตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ชี้จุดประกอบเหตุทุกขั้นตอน ขณะที่พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีในฐานความผิด 4 ข้อหา ตรวจสอบชัดเจนแล้วพบว่า นายประจักษ์มีพฤติกรรมล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในปี 2562 เฉพาะพื้นที่ จ.นครราชสีมา จำนวน 90 คดี ในจำนวนนี้ใช้เอกสารปลอม 55 คดี ของจริงเพียง 35 ราย ส่วนภาพรวมทั้งประเทศ 329 คดี ต้องตรวจสอบขยายผลต่อเนื่อง หลังจากนี้จะประสานผู้บริหารบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ในฐานะผู้เสียหาย เนื่องจากมีหลายคดีนายประจักษ์ไม่ได้ส่งเงินค่าเสียหายให้กับบริษัทเลย