มีการวิเคราะห์กันเยอะว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะได้เป็นประธานาธิบดีอเมริกันต่อเป็นสมัยที่ 2 หรือไม่ ส่วนใหญ่มักจะวิเคราะห์ไปในทำนองว่า ‘ไม่น่าจะได้’ แต่ก็มีบางสำนักที่พูดถึงสิ่งที่อยู่ใต้สมองของคนอเมริกันผิวขาว ซึ่งไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือเลว หรือทรัมป์จะปฏิบัติตามมารยาทปกติสากลหรือไม่ คนอเมริกันจำนวนไม่น้อยไม่สนใจ เพราะคิดว่ายุคนี้ ทรัมป์เป็นผู้นำเพียงคนเดียวที่จะนำเกียรติภูมิกลับมาสู่คนผิวขาว และมีการพูดกันว่า ถ้าไม่ใช่ทรัมป์โอกาสที่จะป้องกันจีนซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ผิวเหลืองไม่ให้ผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยอย่าคิดว่าการแข่งขันเรื่องเผ่าพันธุ์หายไปจากโลก ยุคนี้เป็นยุคที่อาชญากรรมที่มาจากเรื่องผิวสีและเผ่าพันธุ์เกิดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คลิปจากตะวันตกที่ตะโกนด่าคนจีน ด่าคนผิวเหลืองและคนผิวสีในรถไฟใต้ดิน รถบัส หรือแม้แต่บนเครื่องบิน หรือตามห้างสรรพสินค้า มีออกมาเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียทุกวันส่วนหนึ่งมาจากการที่คนอเมริกันยอมรับไม่ได้ที่คนผิวสีอื่นจะประสบความสำเร็จด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ตอนที่ญี่ปุ่นผงาดด้านเศรษฐกิจใหม่ๆก็ถูกดูหมิ่นถิ่นแคลน สมัยก่อน จีนยากจนจึงไม่อยู่ในสายตาของฝรั่งมังค่า แต่ภายหลังไม่ใช่แล้ว ตะวันตกบางประเทศจึงตะโกนก้องร้องบอกโลกชัดเจนว่า ไม่เอาสินค้าจีน ไม่เอาเทคโนโลยีจีน จะดียังไง ก็ไม่เอาทุกครั้งที่สหรัฐฯต้องแข่งกับชาติอื่น คนอเมริกันจะหนุนผู้นำตัวเอง จิตวิทยาอย่างนี้ทำให้ทรัมป์มีพฤติกรรมต่อต้านชาติคู่แข่งออกหน้าออกตา ตอนแรกๆทรัมป์ต่อต้านชาติมุสลิม ตอนหลังรู้ว่าชาติมุสลิมไม่ใช่คู่แข่งสหรัฐฯ จึงเปลี่ยนมาเล่นจีนเมื่อก่อนชาติรัฐที่ถูกปั้นให้เป็นปีศาจในสายตาคนอเมริกันคือโซเวียต สิ่งที่เอามาปั้นก็คือ อุดมการณ์ระหว่างเสรีประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ ต่อมาปีศาจกลายเป็นชาติตะวันออกกลาง ปั้นว่าพวกนี้เป็นผู้ก่อการร้าย สร้างสงครามเพื่อความชอบธรรมในการไปเอาทรัพยากรธรรมชาติน้ำมัน ตอนนี้ปีศาจในสายตาคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยคือจีนการแบ่งสีผิวและเผ่าพันธุ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีต พันเอกวิลเลียม โจเซฟ ซิมมอนส์ และเอ็ดวาร์ด วาย คลาร์ก ได้คนผิวขาวผู้เกิดในสหรัฐฯที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์มาเป็นสมาชิกสมาคมคู คลักซ์ แคลน มากถึง 5 ล้านคน สมาคมนี้ต่อต้านพวกคนผิวสี คนต่างด้าว มีการขู่กรรโชก ลักพาตัว ลงประชาทัณฑ์ เผาไม้กางเขนขู่ เผาคนทั้งเป็น โดยมีอุดมการณ์ตามธรรมนูญของสมาคมที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่า...“เพื่อการอยู่ร่วมกันของคนอเมริกันผิวขาวที่เกิดในประเทศนี้ มีฐานะและตำแหน่งในสังคมดี เป็นผู้มีศีลธรรม รักชาติ บูชาลัทธิอเมริกันอันบริสุทธิ์ และความเป็นเลิศของโปรเตสแตนต์ผิวขาว เป็นผู้ไม่มีความผูกพันกับผู้ใดหรือสถาบันใดในต่างประเทศ สมาคมมีหน้าที่ส่งเสริมความรักชาติ และรัฐบาล เพื่อทำงานให้เป็นแบบอย่างที่ดีงามของสังคม เพื่อปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ และศักดิ์ศรีของผู้หญิง เพื่อคุ้มครองสถาบันต่างๆ รวมทั้งสิทธิทั้งหลาย อภิสิทธิ์ กฎระเบียบ ธรรมเนียมประเพณี และอุดมการณ์ของลัทธิอเมริกันอันบริสุทธิ์”คนอเมริกันสมัยนั้นสร้างอุดมคติ ‘ความเป็นเลิศของคนผิวขาว’ แล้วก็ขยายไปต่อต้านคนผิวอื่น สมาคมคู คลักซ์ แคลน เคยมีอิทธิพลทางการเมืองสูง เด็กผิวสีอื่นบางคนถูกสมาชิกที่ถืออุดมคติความเป็นเลิศของคนผิวขาวเฆี่ยนด้วยกิ่งไม้จนเนื้อแตกเป็นชิ้นๆ ผู้หญิงผิวสีถูกโบยและทิ้งไว้จนเป็นปอดบวมตาย คนต่างด้าวที่เพิ่งโอนสัญชาติถูกโบยจนหลังแตก ฯลฯการถืออุดมคติความเป็นเลิศของคนผิวขาวยังซ่อนอยู่ใต้สมองของคนผิวขาวอเมริกันจำนวนไม่น้อย คนอเมริกันที่ยังมีเรื่องบ้าบอคอแตกอย่างนี้ฝังอยู่ในสมอง มีแนวโน้มที่จะทุ่มเทอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูที่จะให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 เพื่อซัดกับจีน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com