วันลอยกระทง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปีนี้ นายกฯประยุทธ์ เลือกไปเยี่ยมเมืองกาญจนบุรี ราชบุรี สถานการณ์เป็นเช่นโบราณว่า ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมืองนอกจากคนสองเมืองนั้นจะตื่นเต้นดีใจ เพราะนอกจากคำหวานตามประสา คงได้อะไรดีๆที่นายกฯติดมือไปฝาก ส.ส.พรรครัฐบาล ก็พลอยเพิ่มราศีเอาสายน้ำแม่กลองเป็นหลัก เมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองต้นน้ำ เมืองราชบุรีเป็นเมืองกลางน้ำผมเป็นคนแม่กลองเมืองปลายน้ำ จึงพอมีเหตุให้ต้องคิดถึงการลอยกระทง...ที่ไม่ว่าเมืองน้ำเมืองไหนก็ต้องมีเปิดพจนานุกรมศัพท์วรรณกรรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เจอเรื่อง “เพลงพวงมาลัย” เพลงพื้นบ้านของไทยภาคกลางสมัยโบราณนิยมร้องเล่นกัน ในงานเทศกาล งานนักขัตฤกษ์ งานมงคลต่างๆต่อๆมา การร้องเพลงพวงมาลัย จะร้องควบคู่ไปกับการเล่น “ช่วงชัย” การเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งการเล่นช่วงชัย เมื่อปาลูกช่วงถูกผู้ใด ผู้นั้นไม่ว่าชายไม่ว่าหญิง “ต้องรำ” เรียกว่า “ช่วงรำ”ผู้ร่วมเล่นจะร้องเพลงพวงมาลัยให้รำ ถ้าฝ่ายหญิงเป็นผู้รำ ฝ่ายชายต้องร้องเพลงพวงมาลัยเกี้ยว แต่ถ้าฝ่ายชายเป็นผู้รำฝ่ายหญิงก็จะร้องเพลงว่า (ด่า)แต่โดยลีลา แล้วก็จะร้องโต้ตอบไถ่ถามอาชีพกันและกัน สืบสานไมตรีต่อกันตามประสาหญิงชายบทร้องเพลงพวงมาลัย เป็นคำประพันธ์ประเภทกลอนหัวเดียว ขึ้นต้นบทว่า“เอ้อระเหย...” โดยมีลูกคู่ร้องรับทั้งบทขึ้นต้น และบทลงท้าย ที่มักร้องว่า “พวงเจ้าเอ๋ย มาลัย...” หรือจะเป็นคำอย่างอื่นก็ได้ ให้สัมผัสกับคำสุดท้ายในคำกลอนแรก ใช้มือตบเป็นจังหวะตัวอย่างเพลงพวงมาลัย...พ่อเพลง...เอ้อระเหยลอยมา ขอถามว่าเพลงพวงมาลัย (รับ) แต่แรกเริ่มเดิมที เพลงเกิดมีขึ้นที่ไหน ร้องในฤดูเทศกาลหรือพิธีงานอย่างใด (ลง) เจ้าช่อมะม่วงพวงลำไย ขอจงแจ้งให้ทราบเอย (รับ)แม่เพลง...เอ้อระเหยลอยไป เพลงพวงมาลัยน่ะหรือเธอจ๋า (รับ) แรกเกิดที่เพชรบุรี การลอยอัคคีในคงคา เพ็ญเดือนสิบสองลอยกระทง บูชาองค์พระศาสดา(ลง) เจ้าช่อมะกอกเจ้าดอกจำปา ร้องเล่นกันมานานเอย (รับ)เนื้อร้องเพลงพวงมาลัยนี้แหละ เป็นข้อยืนยันจากผู้รู้รุ่นตำนานว่า เพลงพวงมาลัยเกิดขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรีต่อมาแพร่หลายเล่นกันในภาคกลางจนถึงวันนี้ ใช้ร้องกันทั่วไปในโอกาสต่างๆเพราะเพิ่งรู้ว่า เพลงพวงมาลัย เริ่มจากเพชรบุรี ที่จริงโดยพื้นที่ ก็เกิดตะกอนโคลนแม่น้ำแม่กลอง ตอนน้ำเหนือแรง พุ่งพ้นปากอ่าวแม่กลอง ออกถมทับจนกลายเป็นพื้นที่อำเภอบ้านแหลมเมืองสมุทรสงคราม หรือเมืองแม่กลองนั้น แน่นอนเป็นเมืองปลายน้ำ...ไม่คิดไปขนาดว่า เป็นเมืองลูกเมียน้อย เพราะไม่มี ส.ส.พรรคของรัฐบาล อย่างคุณปารีณา ส.ส.ราชบุรีพ่อพวงมาลัย นายกฯประยุทธ์จึงไม่ยอมไปถึงเมืองปลายน้ำ ปล่อยให้กระทงคุณรังสิมา ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่จริงก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ลอยอยู่เดียวดายยิ่งมีการเล่น “ช่วงชัย” ปาลูกช่วงไปถูกตัวทั้งที่ ไม่มีโอกาสเล่น “ช่วงรำ” ไปตามเพลง ดูๆไปแล้วก็น่าน้อยใจ...แทน ส.ส.เมืองปลายน้ำไม่น้อยนี่พูดอย่างคนมีไมตรีต่อกัน แต่ถ้าจะให้พูดแบบคนไม่รักกัน ก็ต้องยกประเด็นจากข่าวทีวี ตอนนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ปีที่แล้วธุรกิจแย่มีคนถูกเลิกจ้างไปห้าหมื่น ปีนี้โรงงานเจ๊ง คนถูกเลิกจ้างถึงแสนกว่าทั้งโลกธุรกิจทำกำไรได้เฉลี่ยปีละ 4% แต่ค่าเงินบาทแข็งไป 6% ไม่ว่าจะค้าขายแบบไหนก็ขาดทุนเจ้าพ่อมะม่วงเจ้าพวงลำไย ยังลอยหน้าลอยตา...ไม่อายฟ้าไม่อายดินเสียเลย...เอย.กิเลน ประลองเชิง