คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีสาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ดุเดือดมาหลายรอบ กำหนดเส้นตาย 15 ตุลาคม 13.30-16.30 น. กลุ่มกิจการร่วมค้า CPH ต้องไปเซ็นสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่รัฐร่วมลงทุนกับเอกชนแบบ PPP ถ้าไม่ไปตามนัด จะถือว่าผิดสัญญา จะริบเงินประกัน 2,000 ล้านบาท จะขึ้นบัญชีดำ แต่จู่ๆ คุณศักดิ์สยาม กลับเป็นผู้ผิดนัดเสียเอง แถลงวันอังคารว่าต้องเลื่อนการเซ็นสัญญาออกไปก่อน อาจจะเป็นวันที่ 25 ตุลาคม หรือไม่ก็ได้ กลายเป็นหนังคนละม้วนไปเลยสาเหตุที่เลื่อน คุณศักดิ์สยาม เปิดเผยว่า เพราะผลการเจรจาร่างสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญาครั้งล่าสุด มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดรถไฟ แสดงว่า รีบร้อนเกินไปเลยสะดุดขาตัวเองการเลื่อนเส้นตายครั้งนี้ คุณศักดิ์สยาม แถลงว่า จะเสนอ ครม. ตั้งบอร์ดรถไฟใหม่ เร็วที่สุดในวันที่ 15 ตุลาคม จากนั้นจะมีการรายงานผลการเจรจาให้ บอร์ดรถไฟใหม่ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) และ ครม. รับทราบแล้วจึงจะให้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ นัด กลุ่ม CPH ไปลงนามสัญญาอีกครั้ง อาจจะเป็นวันที่ 25 ตุลาคม หรือไม่ก็ได้ เป็นอำนาจของคณะกรรมการคัดเลือกฯที่จะเลือกวันเวลาที่เหมาะสม แต่วันลงนามสัญญาต้องไม่เกินวันที่ 7 พฤศจิกายน ซึ่งเป็น วันสุดท้ายที่กลุ่ม CPH ยืนราคา ไม่มีการขีดเส้นตายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาบอร์ดรถไฟ ที่มี คุณกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้ยื่นหนังสือลาออกยกชุดวันที่ 1 ตุลาคม หลังจากที่ คุณศักดิ์สยามส่งสัญญาณให้บอร์ดรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงทุกชุดลาออก เพื่อแต่งตั้งบอร์ดใหม่เข้าไปแทนผมได้ข่าวแว่วๆว่า ถ้าหาก คุณอนุทิน และ คุณศักดิ์สยาม ยืนกรานให้ กลุ่ม CPH ไปเซ็นสัญญาวันที่ 15 ตุลาคม และไม่ยอมรับผลการเจรจาเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ คณะกรรมการคัดเลือกฯ และ กลุ่ม CPH เจรจากันมาหลายเดือน โดยเฉพาะ เรื่องการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างทางรถไฟ ที่เป็นปัญหาใหญ่ กลุ่ม CPH อาจจะไม่ไปเซ็นสัญญาก็ได้ แม้ คุณศักดิ์สยาม จะให้สัมภาษณ์ว่า การส่งมอบพื้นที่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2–3 ปี หากไม่ทันจะเปิดให้มีการขยายเวลาได้อยู่แล้ว แต่ในสัญญากำหนดให้ก่อสร้างเสร็จใน 5 ปี ปีที่ 6–15 รัฐจึงจะทยอยผ่อนจ่ายให้เป็นเวลา 10 ปี ถ้าต้องขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีกปีสองปี เพราะเหตุรัฐส่งมอบพื้นที่ให้ไม่ได้ เอกชนก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 2 แสนกว่าล้านบาทเพิ่มขึ้นอีกมากเลยทีเดียวต่อให้เรียก ผู้เสนอราคาอันดับ 2 กลุ่ม BSR ที่มี บริษัทชิโนทัยก่อสร้าง ร่วมด้วยไปเจรจา ก็คงต้องมีเงื่อนไขแบบเดียวกันส่งพื้นที่ให้ครบและต่อเนื่อง ถ้าส่งพื้นที่แบบฟันหลอหรือรอขับไล่ เลื่อนเวลาไปอีกปีสองปี ผู้ลงทุนเจ๊งแน่นอน เพราะโครงการนี้ เอกชนต้องกู้เงินมาจ่ายค่าก่อสร้างก่อน 224,544 ล้านบาท รัฐบาลผ่อนจ่ายหลังสร้างเสร็จ เงินก้อนนี้ยังไม่รวม ค่าระบบเดินรถ ค่าขบวนรถไฟ ที่ต้องลงทุนอีกหลายหมื่นล้านบาทโครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน อู่ตะเภา–สุวรรณภูมิ–ดอนเมือง ถือเป็น หัวใจของเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) เพราะเมื่อสร้างเสร็จในอีก 5 ปี ไม่ใช่จะมีแต่ รถไฟความเร็วสูง 250 กม.ต่อชั่วโมง เชื่อม ระยอง กับ กรุงเทพฯ ในเวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้น แต่ยังมีรถไฟอีกหลายแบบวิ่งบนรางเดียวกัน เช่น รถไฟความเร็วปานกลาง เชื่อมจังหวัดระยอง–ชลบุรี–ฉะเชิงเทรา รถไฟหวานเย็นจอดทุกสถานี เชื่อมระหว่างเมืองต่อเมือง อำเภอต่ออำเภอ วิ่งบนรางนี้อีกหลายร้อยขบวน และยังเชื่อม เมืองอัจฉริยะ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม 3 จังหวัด เชื่อมท่าเรือน้ำลึกสนามบิน นิคมอุตสาหกรรม เพื่อขนส่งสินค้า ถือเป็น ระบบโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมี โครงการนี้จึงถือว่าผู้ริเริ่ม มีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม แต่ ภาคปฏิบัติกลับแย่แบบราชการและนักการเมืองไทยผมอยากเห็น ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เพื่อให้ โครงการนี้เกิดอย่างถูกต้องไร้มลทินแล้ว ผลประโยชน์มหาศาล จะตกแก่ ประเทศชาติ และ คนไทยทุกคน.“ลม เปลี่ยนทิศ”