หลังจากเดินทางกลับจากการประชุมสหประชาชาติที่สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อหลายเรื่อง มีทั้งการแสดงความชื่นชมยินดีในความสำเร็จของโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าจนกลายเป็นแบบอย่างของนานาประเทศ รวมทั้งพูดถึงการถูกประท้วง มีต่างชาติเรียกร้องประชาธิปไตยให้ไทยตอนหนึ่งนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องการเมืองสะท้อนถึงความไม่แยแสสนใจรัฐธรรมนูญ ตามเสียงวิจารณ์ของฝ่ายค้าน โดยกล่าวว่ารัฐธรรมนูญก็คือรัฐธรรมนูญ มีกฎหมายลูกเยอะแยะไปหมด จึงอยากให้ทุกคนสนใจกฎหมายลูก เพราะเป็นกฎหมายในเชิงปฏิบัติ ส่วนกฎหมายใหญ่เป็นกรอบในการทำงาน มีความสำคัญในทุกฉบับเป็นคำกล่าวที่สะท้อนว่า นายกรัฐมนตรีไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะถือว่าเป็นเพียงกรอบในการทำงาน เหมือนกันทุกฉบับ เหตุที่พูดถึงรัฐธรรมนูญทั้งๆที่นักข่าวไม่ได้ถาม อาจเนื่องจากขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นกระแสที่พรรคฝ่ายค้านจุดติด7 พรรคฝ่ายค้านเปิดการรณรงค์เพื่อปลุกการรับรู้ของประชาชนในทุกภาค และเชิญชวนให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุม ส.ส.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้แต่พรรคพลังประชารัฐก็ยกมือสนับสนุนรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นกรอบในการทำงานอย่างเดียว แต่เป็นกฎหมายในเชิงปฏิบัติด้วย ตัวอย่างเช่น รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจบริหาร แม้แต่การถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีก็เป็นการปฏิบัติรัฐธรรมนูญในสถานะเป็น “กฎหมายแม่” ส่วนกฎหมายอื่นๆเป็น “กฎหมายลูก” เพราะออกตามรัฐธรรมนูญ ผู้นำรัฐบาล คสช. ชอบคุยว่า 5 ปี ที่อยู่ในอำนาจ ออกกฎหมายมากว่า 400 ฉบับ คล้ายกับจะอวดว่าเป็นรัฐบาลที่ออกกฎหมายมากที่สุด มีผลงานมากที่สุด แต่เป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากน้อยแค่ไหนรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจะออกกฎหมายลูกที่เป็นประชาธิปไตย ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการพูด การแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นเผด็จการมักจะคลอดกฎหมายลูกเป็นเผด็จการ เช่น ห้ามชุมนุม ห้ามวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในทางลบ.