หนังสือชื่อ “ปัญญาจักรวาล” (สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์) ที่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ยื่นให้ สำหรับผมนี่คือ “ของขวัญมีค่า” จึงรีบอ่าน บางตอนของบทที่ 3 คีตากฤษณะ เป็นการชิมลางพระพรหมแนะมหาฤาษีวยาสะ หากจะถ่ายทอดมหากาพย์ มหาภารตยุทธ ออกมาเป็นภาษามนุษย์ ก็มีแต่พระคเณศ เทพแห่งปัญญาและความสำเร็จเท่านั้น ที่สามารถทำได้พระคเณศรับปาก โดยมีเงื่อนไข ถ้ามหาฤาษีวยาสะหยุดพูด “เราจะหยุดเขียน”เงื่อนไขนี้ กดดันฤาษีวยาสะมาก เพราะท่านต้องบอกบทไม่ขาดปาก ฤาษีจึงขอตั้งเงื่อนไขบ้าง“ท่านเองก็ต้องทำความเข้าใจกับทุกประโยคที่เขียน ถ้ายังไม่แจ่มแจ้ง ท่านต้องยังไม่เขียนต่อ”ด้วยเงื่อนไขนี้ ฤาษีจึงมีเวลาพอ ที่จะค่อยๆบอกบทมหากาพย์ มหาภารตยุทธ ซึ่งไม่ใช่เรื่องราวธรรมดา หากแฝงไว้ซึ่งลีลาแห่งธรรมยุทธ์ อันเป็นสงครามภายในจิตใจมนุษย์ ที่สุดจะหยั่งถึงได้ด้วยความรู้ทั่วไปภควัทคีตา ภาคหนึ่งในมหาภารตยุทธ มีความหมายว่า บทเพลงแห่งจิตวิญญาณ เป็นการถ่ายทอดบทสนทนาระหว่างอรชุนกับพระกฤษณะ อันเปรียบเสมือนคำถามของมนุษย์ กับคำตอบอันพิสุทธิ์ของพระเจ้ามหากาพย์เรื่องนี้ ถูกถ่ายทอดไว้ในภาษาสันสกฤต ตัวอักษรที่ลิขิตแฝงไว้ด้วยปริศนาธรรมมากมาย หลายเรื่องสอดคล้องกับโยคะสูตรก ของปตัญชลี โยคีผู้ยิ่งใหญ่คุรุของอินเดียทุกยุคทุกสมัย ล้วนเข้าถึง เข้าใจ และพยายามถ่ายทอดความหมาย อันลึกล้ำของถ้อยคำเหล่านี้ มาให้แก่ศิษย์รุ่นหลังมหาตมะ คานธี ผู้กำลังทำสงครามสันติภาพ เพื่อประกาศเอกราชให้อินเดีย ยอมเรียนภาษาสันสกฤต เพราะต้องการอ่านภควัทคีตา จากภาษาต้นฉบับ ท่านจึงขอร้องให้ท่านวิโนพา เป็นผู้สอนแต่เนื่องด้วยท่านคานธี มีกิจและผู้ต้องการพบมากมาย การจะหาเวลาและสร้างวินัย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายท่านคานธีเสนอว่า เวลาที่ง่าย และมีสมาธิที่สุด คือเวลาสวดมนต์เย็น ก่อนเข้านอน ท่านจึงเลือกเวลาช่วงนั้นท่านคานธีเป็นผู้ฝึกตน ท่านไม่เคยพลาดการสวดมนต์ในแต่ละวัน การเรียนภาษาสันสกฤตนั้นจึงไม่เคยพลาดกระทั่งท่านเรียนมาถึงโศลกบทหนึ่ง บทที่อรชุนถามพระกฤษณะว่าท่านสอนข้าว่าต้องมีปัญญา มีจิตใจมั่นคง และวางใจเป็นกลาง กฤษณะ โปรดบอกข้าเถิดว่าปัญญานั้น หมายความว่าอย่างไรผู้มีปัญญานั้น ควรพูดจา เดินเหิน ลุกนั่ง และเป็นอยู่อย่างไรกฤษณะตอบว่า เมื่อผู้นั้นละวางความอยาก กับความยึดติดทั้งปวง มีความสันโดษอยู่ภายในและเมื่อความสุขของเขา ไม่ต้องอาศัยใครอื่น เช่นนั้น จึงได้ชื่อว่า มีปัญญาที่มั่นคงคานธีพิจารณาโศลกบทนี้ แล้วก็เข้านอน เย็นวันต่อมา คานธีกล่าวกับท่านวิโนพาว่า“คืนนี้ ฉันยังไม่เรียนต่อ” ท่านวิโนพาแปลกใจอย่างยิ่ง เพราะคิดว่าท่านคานธีจะเปลี่ยนใจ จึงกล่าวว่า การฝึกฝนอยู่เป็นนิจ คือหัวใจของภาษาสันสกฤต และภควัทคีตาท่านคานธีตอบว่า ที่ฉันยังเรียนต่อไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจในคีตา ฉันมิได้อยากเรียนเพื่อประดับสติปัญญา แต่อยากใช้ชีวิตตามที่คีตาสอนเมื่อคานธีเข้าใจ เข้าถึง และเริ่มปฏิบัติตามคีตาได้ ท่านก็เริ่มกลับมาเรียนสันสกฤตและคีตาต่อไปภิญโญ ไตรสุริยธรรมา สรุปเรื่องนี้ว่า นี่คือสิ่งที่ไม่ต่างจากเงื่อนไขของฤาษีวยาสะ ที่ตั้งไว้ให้กับพระคเณศ นี่คือเหตุและปัจจัย คือวิสัยของการศึกษาที่แท้ทุกตัวหนังสือ ของภิญโญ ผมอ่านแล้ววางไม่ได้...จบบทคีตา กฤษณะ ก็จับใจบท จักรพุทธา ไม่น้อยกว่า คำแนะนำจึงมีแค่ จะต้อง ไปหา “ปัญญาจักรวาล” จากเคล็ดไทย ผู้จัดจำหน่าย (โทร.0-2225-9536-9) อ่านกันเอง.กิเลน ประลองเชิง