ปิดการ ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ มีการถกวิกฤติความรุนแรง ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ของเมียนมา โดย สนับสนุนให้ส่งตัวผู้ลี้ภัยจากรัฐยะไข่ออกนอกประเทศ ซึ่งทางอาเซียนจัดส่งหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติ ลงสำรวจพื้นที่พบว่าเมียนมามีความพร้อมมากขึ้น และยืนยันความปลอดภัยในพื้นที่ หากเดินทางกลับมาแล้วจะไม่มีปัญหาการยอมรับสถานะในสังคมแต่ในแถลงการณ์ของ ประชาคมโรฮีนจาในไทย ที่ไม่มีโอกาสได้ยื่นให้กับผู้นำอาเซียน เมียนมาและไทยในฐานะเป็นเจ้าภาพ ก็เรียกร้องให้มีสัญชาติ ได้รับสิทธิพลเมืองเท่าเทียมชาวเมียนมาอื่นๆ และมาตรการการส่งชาวโรฮีนจาที่ลี้ภัยกลับประเทศต้องอย่าลืมว่า ปัญหาโรฮีนจาสุมทุมกองทับถมมานานจนเกินแบกสำหรับ นางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยแห่งรัฐเมียนมา ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2558 ตั้งแต่มีการกวาดล้างจนบีบให้ชาวโรฮีนจาต้องอพยพข้ามไปอยู่บังกลาเทศนับล้านคน ทำให้ผลกรรมที่ตามมา... ส.ส.แคนาดามีมติเอกฉันท์ถอดสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์กับนางซูจี ที่ล้มเหลวในการยุติการเข่นฆ่ารังแกชาวโรฮีนจาแล้วยังถูกยึดรางวัลเสรีภาพแห่งออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ ไปถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ถอดรางวัล “ทูตแห่งมโนธรรมสำนึก” ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศด้านมนุษยธรรมสูงสุดของแอมเนสตี้ และอีกหลายๆ ประเทศที่ต่างรุมประณามกับพฤติกรรมนิ่งเฉยกับการกดขี่ข่มเหงชาวโรฮีนจา จนคณะสืบสวนสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยังระบุว่า “เป็นการฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์” และละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกด้วยแม้ ซูจี จะออกมาแถลงจุดยืนว่า ทางรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความระมัดระวัง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ที่ถูกโจมตี จึงประกาศให้กลุ่มกองกำลังโรฮีนจาเป็นกลุ่มก่อการร้าย เพื่อเข้าปราบโดยไม่ให้กระทบต่อประชาชนถึงคนนอกจะโจมตีว่ากล่าวอย่างไร คนในก็ยังเห็นว่า ซูจี เป็นผู้นำในดวงใจที่ถูกคนอื่นรังแก กระแสความนิยมชื่นชอบสวนทางกับประชาคมโลก เพราะที่ผ่านมายังจัดกิจกรรมอวยพรวันเกิดครบรอบ 71 ปีให้กับ ซูจี“เจ๊หม่า” กลับไปดูฉากเปิดในภาพยนตร์ “The Lady” ของผู้กำกับฯชาวฝรั่งเศส “ลุค เบส-ซอง” แล้วยังติดค้างอยู่ในหัว“ภาพผู้หญิงเมียนมาทัดดอกกล้วยไม้ยังคงนั่งเดียวดายอยู่ในบ้านริมทะเลสาบ” หนังเรื่องนี้ผู้กำกับฯอาจสร้างภาพเผด็จการทหารพม่าให้ดูโหดร้าย งมงายไสยศาสตร์ โรคจิต เพียงพอที่จะจับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่าง ซูจี ขังไว้ในบ้านได้เป็นแรมปี นั่นอาจจะเป็นการมองแบบมายาคติของภาพยนตร์ ที่มีนางเอกก็ต้องมีผู้ร้าย มักกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญในหนัง ที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามกับนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยระดับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ อย่าง ซูจี ดูน่าสมเพชเวทนามากกว่าน่าเกรงขามเวลากว่า ชม.ในหนังคงไม่สามารถเล่าปัญหาที่แท้จริงของเมียนมาได้ ชาติพันธุ์อันหลากหลาย ต้นตอของความขัดแย้งที่แท้จริงในการรวมชาติทั้งคะฉิ่น ฉาน กะเหรี่ยง ในพื้นที่ตะเข็บชายแดนของเมียนมา ชนกลุ่มน้อยต่างต่อสู้กับรัฐบาลทหารอยู่ภายนอกแต่ ซูจี ต่อสู้อยู่ภายในบ้านและจิตใจของตัวเองมิเชล โหย่ว สตาร์ดังชาวมาเลเซีย แบกรับ บทบาทของ ซูจี ได้หมดจดงดงาม นำพาหนัง The Lady ไปในอารมณ์ที่ละมุนละไมเหนือจริง เพราะความจริงคงไม่เคยมีใครเห็นน้ำตา ซูจี เป็นแน่ อาณาเขตของความเป็นแม่ในตัว ซูจี ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน เป็นแม่ของชนชาวเมียนมาที่รักเสรี เป็นแม่ของลูกสองคนที่ไม่อาจทำหน้าที่แม่ที่ดีได้ ในอาณาเขตไม่กี่ตารางเมตรบนผืนแผ่นดินแม่ที่เธอรักThe Lady สร้างภาพความอ่อนไหวของ ซูจี เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ต้องกลายเป็นแม่ที่โดดเดี่ยว ต้องพลัดพรากจากสามีและลูก เธอแบกรับบางสิ่งไว้หนักเสียจนไม่สามารถทิ้งมัน และเดินออกจากประตูบ้านของตัวเองได้ เป็นเหรียญอีกด้านของนักต่อสู้ที่มิอาจเห็นได้ในภาพข่าว“ภาพหญิงพม่าวัยกลางคนทัดดอกกล้วยไม้ นั่งเดียวดายอยู่ในบ้านริมทะเลสาบ” เลือนรางเต็มทีในความทรงจำ สุภาพสตรี ณ วันนั้นที่เคยได้รับการยกย่อง ในความกล้าแกร่งต่อเผด็จการทหารสุภาพสตรี ณ วันนี้ที่มีความเงียบงัน คือ คำตอบจึงมิอาจรู้ได้ว่า แท้จริงแล้ว...ใครกักขังเธอ?@เจ๊หม่า