ข่าวพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อายุถึง 99 ปี ถึงอสัญกรรม เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ผมต้องขอเก็บความปลื้มที่มีให้ คนแก่อย่างคุณชวน หลีกภัย อายุ 80 ปี และคุณชัย ชิดชอบ อายุ 91 ปี เอาไว้ก่อนป๋าจะมีบทน่ารักน่าชื่นชม น่านับถือ จากผู้ที่รู้จัก จากประชาชน แค่ไหน นั้นรู้กันอยู่ในใจ แต่กับนักข่าวที่ต้องปะทะเสวนากันตามหน้าที่นั้น ป๋าฝากรอยพิมพ์ใจไว้ไม่น้อยฉายา “พระเตมีย์ใบ้” ป๋าได้จากนักข่าวที่พยายามสัมภาษณ์ แล้วได้คำตอบซ้ำๆว่า “กลับบ้านเถอะลูก”ข่าวการเมืองช่วงนั้นเขียนยาก ผมเคยนั่งรับข่าวบ้าง...เมื่อนักข่าวรายงานแค่นั้น ก็ต้องเขียนไปแค่นั้น...เนื้อข่าวสั้นเขียนได้ไม่ถึงสี่บรรทัด ก็ต้องเติมสีสัน บรรยากาศป๋าอารมณ์ดีหรือบึ้ง คนแวดล้อม โดยเฉพาะก็พวกเรา นักข่าว อารมณ์ไหนผมจำได้ว่า ข่าวที่สั้นและห้วนเกินไปนั้น ภาพของป๋าออกมาไม่สวย คนใกล้ตัวป๋าสะท้อนปฏิกิริยามาถึงโรงพิมพ์ หาวิธีเขียนข่าวให้ป๋าออกมาดูดีๆบ้างหากเป็นสถานการณ์ ได้โอกาสสัมภาษณ์เดี่ยว...มีเรื่องเล่าประทับใจจากนักข่าวหลายคนปี 2518 ช่องว่างระหว่างเหตุ 14 ตุลาฯ 16 ไปถึง 6 ตุลาฯ 19 นักศึกษา กรรมกรเสียงดัง การชุมนุมประท้วงมีขึ้นประจำวัน หลายผืนผ่ามีพื้นที่สีแดงชื่อพลโทเปรม ติณสูลานนท์ ลือลั่นการปราบ ผกค. จาก บทแม่ทัพภาคที่ 2งานข่าวที่สกลนครวันนั้น ผมจำไม่ได้ ข่าวอะไร จำได้แต่ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ร.ท.ประกอบ ประยูรโภคาราช เดินทางมาประชุมร่วมกับทหาร ที่หอประชุมกองทัพภาค 2 ส่วนหน้าพี่สุวรรณ ประสันแพงศรี นักข่าวพื้นที่ คุ้นทหารดี ดึงนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง เข้าไปประชุมด้วยการประชุมผ่านไปครึ่งชั่วโมง นาทีนั้นก็หยุดทันที ทุกคนในห้องประชุมยืน เมื่อแม่ทัพภาคสองเดินผึ่งผายเข้ามา เมื่อท่านนั่ง การประชุมก็ดำเนินต่อไม่กี่นาทีต่อมา มีนายทหารคนหนึ่ง เดินเข้ามาก้มกระซิบที่หูผม“ท่านแม่ทัพรู้ว่าคุณมาทำข่าว ท่านอนุญาต แต่ขอร้องเรื่องในที่ประชุมต้องไม่เป็นข่าว”ระหว่างผมตั้งสติทำใจ ทำไมเป็นนักข่าวทำข่าวไม่ได้ แต่ก็เริ่มได้ความรู้สึกเป็นมิตร จากผู้มีอำนาจ แม่ทัพคนนี้ไม่เกรี้ยวกราด ความนุ่มนวลนั้น...ทำให้ผมรู้จักพลโทเปรม มากขึ้นอีกงาน...ปลายปี 18 เรือ นปข.กองทัพเรือ ถูกทหาร “ไอ้น้อง” กราดยิงจากฝั่งลาว เรือเกยที่ดอนแตง หน้าอำเภอท่าบ่อ หนองคาย พวกเรานั่งนอนเฝ้า ทำข่าวทหารไทย กู้เรือ นปข.ตลอดเจ็ดวัน เจ็ดคืนเช้ามืดวันที่ 8 เรือ นปข.ถูกลากออกจากฝั่ง ทหารเรือใช้ นปข. อีกลำผูกเข้าประคองเอามาเทียบไว้ริมฝั่งไทย ผมเป็นนักข่าวคนเดียวไปถึง 8 โมงเช้าแม่ทัพเปรมนั่ง ฮ.มาพอดีผมปรี่เข้าไปสัมภาษณ์ ท่านไม่ตอบ แต่ถามกลับ “บอกผมหน่อย รู้ได้ยังไงผมมา”การไม่ตอบแต่ถามกลับ ผมเริ่มเข้าใจ ประโยค “กลับบ้านเถอะลูก” คุณเปรม แม้ไม่ให้สัมภาษณ์แต่คำถามนั้น ท่านก็ให้เกียรติผู้ถาม สร้างความรู้สึกที่ดี ปลูกความผูกพันให้งอกงามบุคลิกภาพผู้นำแบบนี้ ยังไม่มีผู้นำรุ่นใหม่ เดินรอยตามได้เหมือนป๋าเปรม เป็นต้นแบบรัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบ ท่านอยู่บนบัลลังก์แห่งอำนาจ ที่ถูกเปรียบเหมือนนั่งบนหลังเสือได้อย่างองอาจ และเมื่อถึงเวลา ท่านก็ลงจากหลังเสือได้อย่างสง่างามและท่านก็ยังรักษาความองอาจสง่างามไว้ จนถึงลมหายใจสุดท้าย...บนถนนการเมืองเมืองไทยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย.กิเลน ประลองเชิง