ยอดผู้เสียชีวิตจากการระเบิดในศรีลังกาพุ่งไปถึง 290 คนแล้วครับ ยังมีระเบิดเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง แต่ทางรัฐบาลศรีลังกาบล็อกการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียทุกประเภท เราจึงได้แต่เพียงข่าวจากหน่วยงานของบางประเทศที่ส่งคนไปดูแลนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจของตนตอนที่ยังปกครองศรีลังกา อังกฤษไปเอาคนจากรัฐทมิฬนาฑูที่อยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย (ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษเช่นกัน) มาหักร้างถางป่าเพื่อเปลี่ยนให้เป็นไร่ชา หลังจากนั้นก็ใช้พวกทมิฬนี่แหละเก็บใบชาและส่งชาไปขายในต่างประเทศอังกฤษให้โอกาสชาวทมิฬมากกว่าชาวสิงหล ให้เรียนหนังสือมากกว่า ได้งานทำดีกว่า พออังกฤษให้เอกราชศรีลังกาแล้ว พวกสิงหลก็หันมาปกป้องแผ่นดินของตน ตอนที่นายโซโลมอน บันดาราไนยเก ชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรี แกบริหารประเทศด้วยนโยบายชาตินิยมจัด ประกาศให้สิงหลเป็นภาษาราชการ และให้พุทธเป็นศาสนาประจำชาติของศรีลังกาทันทีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความขัดแย้งระหว่างชาวสิงหลกับชาวทมิฬก็ขยายกระจายเพิ่มขึ้น พวกทมิฬสายกลางตั้งพรรคการเมืองและลงเลือกตั้งได้ แต่ทมิฬหัวรุนแรงถูกปราบปราม ยิ่งถูกปราบพวกทมิฬก็ยิ่งสู้และประกาศให้พื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรัฐอธิปไตยของพวกตนเองที่มีชื่อว่า “ประเทศทมิฬอีแลม”หลังนั้น ก็มีการรบพุ่งกันอย่างยาวนานถึง 30 ปี ก่อนที่นายเวลุพิไลย ประภาการัน หัวหน้ากองทัพพยัคฆ์ปลดปล่อยดินแดนทมิฬอีแลมที่ประกาศตัวเป็นประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของประเทศทมิฬอีแลมถูกฆ่าตายในยุคที่นายราชปักษาเป็นประธานาธิบดีของศรีลังกาสิ่งที่ผู้คนในวงการต่อต้านการแยกดินแดนเตือนศรีลังกามาตลอดก็คือ ‘การข่าว’ หลายชาติแนะนำศรีลังกาว่าท่านต้องปฏิรูปงานการข่าวถึงแม้คณะผู้นำขบวนการของพยัคฆ์ทมิฬอีแลมจำนวนหนึ่งจะถูกฆ่าตายกลายเป็นผีไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งซึ่งหนีรอดไปได้ เคยมีการแนะนำให้ส่งคนไปเรียนรู้การรับมือปัญหาการก่อการร้ายจากกลุ่มแยกดินแดนที่คลั่งศาสนาในรัสเซีย ทั้งที่มีทุนให้ทว่าทางศรีลังกาก็ไม่ได้ส่งใครไปเรียนผู้ใหญ่ฝ่ายศรีลังกาอาจจะคิดว่า พวกที่คิดจะแยกดินแดนแพ้แล้ว และไม่มีทางหวนกลับมาอีก จึงไม่ใส่ใจในการสร้างเครือข่าย แหล่งข่าวและสายลับ กรณีของพยัคฆ์ทมิฬอีแลมในศรีลังกากับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในเชชเนียของรัสเซียคล้ายกันมาก ศรีลังกามีนายเวลุพิไลย ประภาการัน ที่เชชเนียของรัสเซียก็มีนายโจการ์ ดูดาเยฟ ผู้นำรัฐเชชเนียที่ประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากสหพันธรัฐรัสเซียเมื่อ พ.ศ.2534 และเริ่มสู้กับรัฐบาลกลางตั้งแต่ พ.ศ.2537การรบพุ่งกันในห้วงหลายปีแรก พวกแยกดินแดนเชชเนียชนะรัสเซีย หน่วยข่าวกรองของเชชเนียสามารถจับและฆ่าพันตรีสตานิสลาฟ ครึยลอฟ หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยให้รัฐบาลเชชเนียที่สนับสนุนรัสเซีย สามารถโจมตีที่พักของพลเอกวาเลนติน คารอเบียลนิคอฟ รอง ผบ.กองบัญชาการข่าวกรองกลางของรัสเซีย ฯลฯภายหลังรัฐบาลรัสเซียชนะแบบเดียวกับที่ศรีลังกาชนะพวกพยัคฆ์ทมิฬอีแลม หลังจากชนะแล้วก็ไม่เกิดเหตุการณ์ระเบิดหรือจับตัวประกันเหมือนเมื่อก่อนอีก เพราะทางรัสเซียปฏิรูปหน่วยงานการข่าวอย่างต่อเนื่อง มีทั้งสำนักงานกิจการข่าวกรองนอกประเทศ สำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐ สำนักงานข่าวกรองและข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งสหพันธรัฐ สำนักงานรักษาความปลอดภัยแห่งสหพันธรัฐ กองกำลังกิจการป้องกันชายแดนแห่งสหพันธรัฐ ฯลฯสำหรับพวกแบ่งแยกดินแดนชาวเชชเนียที่หนีไปต่างประเทศ หน่วยงานเหล่านี้ออกไปเก็บจนเกลี้ยงไม่เหลือ ทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างเงียบเชียบขนาดเจ้าของประเทศหรือสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศที่มีการปฏิบัติงานก็ไม่รู้เรื่องรัสเซียรู้ตัวละครฝ่ายต่อต้านศรีลังกาไม่น่าจะทราบอะไรมากมีเสียงไอ้ปี๊ดตะโกนมาขณะเขียนคอลัมน์ว่า ศรีลังกาน่าจะลองเปลี่ยนประเทศคบค้าสมาคมดูบ้าง อย่าไปคบแต่กับจีนเพียงประเทศเดียว.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com