แฟ้มภาพ : จักรพันธ์ุ โปษยกฤตมูลนิธิเอสซีจี ให้ตั๋วไปดูหุ่นกระบอก เรื่องตะเลงพ่าย ที่โรงมหรสพสาธิต จักรพันธ์ุ โปษยกฤต พิพิธภัณฑ์ ถนนสุขาภิบาล 5 รอบปฐมฤกษ์ บ่าย 23 มี.ค.ครับนี่คือมหรสพของสูง ที่ล้ำค่า หาโอกาสดูได้ยาก, เคยดูหุ่นกระบอกเรื่องสามก๊ก ของอาจารย์จักรพันธุ์ เมื่อสามสิบปีที่แล้ว ได้ดูคราวนี้ ซาบซึ้งตรึงใจ ตรึงใจยิ่งกว่าเสียดายที่ไม่ได้ดูตอนสำคัญ สมเด็จพระนเรศวรทรงทำยุทธหัตถี กับสมเด็จพระมหาอุปราชา มีเหตุจำเป็นต้องกลับก่อนประเด็นที่ติดค้างคาใจ งานนี้ ตะเลงไม่ได้พ่าย...แต่ใคร ฝ่ายใดเล่า “พ่าย”สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเล่าไว้ในสาส์นสมเด็จ ตอนที่ผนวชเป็นพระ ทรงออกเดินบิณฑบาต ได้ยินเสียงซอคลอเสียงร้อง จากตาขอทานคนหนึ่งทั้งเสียงซอ เสียงร้องเนื้อหาธรรมะ ความไม่แน่นอนของสังขาร ...คล้องจองไพเราะจับพระทัย ทรงอยากฟังอีกยาวๆ แต่ความเป็นพระทรงทำได้แค่ชะลอฝีเท้าเดินฟังไปเรื่อยๆเพลงซอ “ตาสังขารา” ผู้รู้ว่า ต่อมาคณะหุ่นกระบอก ก็ได้หยิบยืมเอาลีลาไปเล่นอ่านจากหนังสือ ดูผ่านสื่อ หุ่นกระบอกที่เห็นๆนั้น เป็นงานฝีมือระดับชาวบ้าน คราวดูหุ่นกระบอกอาจารย์จักรพันธุ์ครั้งแรก ฝีมือเชิดเทคนิคการเชิดหุ่น รวมทั้งท่วงทำนองเพลงที่ขับร้อง ละเมียดละไมกว่ากันหลายชั้นตะเลงพ่ายที่ได้ดูคราวนี้ เห็นความงดงามของหุ่นทั้งโรง เมื่อดูจากภาพโปสต์การ์ด หุ่นแต่ละตัว ฝีมือทีมอาจารย์จักรพันธุ์ ประณีตสวยงามล้ำเลิศทุกกระเบียดนิ้วเนื้อเรื่องที่หุ่นกระบอกคณะนี้ รจนาใหม่ รวบรัดแต่งเติมเสริมต่อจากประวัติศาสตร์ บทร้อง บทเจรจา สนุกเร้าใจ... กระฉับกระเฉงกว่าลีลาโขนละครที่เคยดูฉากชนไก่ดูสนุก ฉากสมเด็จพระนเรศวรทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ประทับใจ...ต้องชมคนเชิดหุ่น...เชิดได้เก่งมาก กระชากดาบออกจากฝัก สอดดาบเข้าฝัก องอาจสง่างามนักตอนมหาเถรกุโสดอ แนะให้พระยาเกียรติ พระยาราม บอกความลับเรื่องแผนลอบปลงพระชนม์ก็ชี้ว่า งานประกาศอิสรภาพจากพม่า สมเด็จพระนเรศวร ทรงได้รับความช่วยเหลือจากมอญฉากยิ่งใหญ่ ฉากยุทธหัตถี ผมเสียดายที่ไม่ได้ดู จนอยากฝากให้ใครที่มีโอกาสไปดู เอามาเล่าให้ฟังต่อ...อยากฟังบทเจรจา สมเด็จพระนเรศวรทรงท้าพระมหาอุปราชา ...อยากรู้ว่า อาจารย์จักรพันธุ์ ท่านจะใช้เทคนิค “ชนช้าง” ยิ่งใหญ่โอฬาร แค่ไหนฉากสมเด็จพระนเรศวร ทรงใช้ง้าวฟันพระมหาอุปราชา ผมจินตนาการจากคำโคลงบท ที่สมเด็จกรมพระปรมานุชิตฯ นิพนธ์ “อุรารานร้าวแยก ยลสยบ เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น”สมเด็จกรมพระปรมานุชิต ทรงตั้งชื่องานนิพนธ์ “ตะเลงพ่าย” ตามศิลปะเชิงชั้นวรรณกรรม “ตะเลง” สื่อความหมายให้เข้าใจไปถึง “พม่ารามัญ” แต่ในเรื่องจริง พม่าพวกเดียวพ่าย...ตะเลงคือมอญนอกจากไม่ได้พ่าย ยังเป็นฝ่ายชนะ คือช่วยไทยให้ชนะพม่าบ่ายแก่วันจันทร์ ผมฟัง กกต.แถลงผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ พรรคเพื่อไทย คะแนนนำหน้า พรรคพลังประชารัฐ แต่สุดท้ายใครที่ตั้งรัฐบาลได้ คือผู้ชนะตัวจริงงานชนช้างการเมืองครั้งนี้ สองพรรคใหญ่ยังขับเคี่ยวกันต่อ พรรคที่ต้องใช้คำเหมือนตะเลงพ่าย แพ้ยับ...คือพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนไม่ใช่ต่ำร้อย แต่เหลือแค่ครึ่งร้อยขึ้นต้นก็เป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาๆไป กลายเป็นบ้องกัญชา คะแนนเท่าพรรคที่ใช้นโยบายปลูกกัญชา...ไปได้ยังไง เจอหน้า “พี่ชวน” ผมอยากถามให้เต็มปาก...สักคำ.กิเลน ประลองเชิง