คนเรามันก็อยู่ตรงนี้แหละ...ก็เป็นอันว่าคำแถลงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง “ไม่เอาลุงตู่” ไม่ใช่พูดในนามส่วนตัวแต่เป็นเรื่องของ “อุดมการณ์พรรค”เพราะมีการนำทีมผู้บริหารพรรคออกมาเรียงหน้าแถลงเพิ่มเติม หรือขยายความเพื่อแสดงจุดยืนของพรรคแต่ว่ายังไงก็สู้คำประกาศครั้งแรกไม่ได้ ลองมาฟังให้ชัดๆ กันอีกทีจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะการสืบทอดอำนาจเท่ากับความขัดแย้งอีกทั้งขัดอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ที่สำคัญตลอด 5 ปี เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ และประเทศเสียหายมามากพอแล้วหมดเวลาเกรงใจกันแล้ว...นอกจากนั้นยังมีจดหมายรักเติมเต็มเหตุผลอีกชุดหนึ่งที่สำคัญกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าการไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้หมายความว่าพร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย“หากไม่ได้เป็นรัฐบาลก็พร้อมจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน”ต้องบอกว่า “นายแน่มาก”...ที่ประกาศตัวให้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขอเป็นนายกฯอีกรอบ ด้วยกรรมวิธีทางการเมืองอย่างที่ปรากฏให้เห็นแต่ก็เป็นเรื่องของอดีตนายกฯกับพรรคประชาธิปัตย์ที่จะแสดงจุดยืนทางการเมืองในห้วงเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างนี้ที่น่าเชื่อและคาดการณ์กันได้ก็คงคิดว่าจะได้คะแนนนิยมเพิ่มเติมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อหวังได้คะแนนเสียง โดยเฉพาะจากประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมือง40 กว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเป็นเพราะรอดูให้ใกล้ถึงวันเลือกตั้งหรือยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใครนี่...จะเป็นคะแนนที่ทำให้ต้องประกาศอุดมการณ์อย่างแข็งกร้าว ไร้มิตรที่เคยร่วมงานการเมืองอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันมาแล้วแต่จริงๆมันจะได้เพิ่มมากขึ้นจริงหรือ?เอาตัวอย่างง่ายๆการที่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯนั้น เพราะอะไรน่าจะรู้แก่ใจดี คงไม่ต้องเอาความหลังมาฟื้นกันอีกการตั้งรัฐบาลในค่ายทหารด้วยการประสานงานในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ “สุเทพ เทือกสุบรรณ”เหตุผลสำคัญก็คือการต่อต้านระบอบทักษิณทำไมถึงไม่ปฏิเสธ ทำไมถึงกระหยิ่มยิ้มย่องสวมกอดนายเนวิน ชิดชอบ อย่างแนบแน่นทั้งๆที่เคยชอบขี้หน้าเสียที่ไหนซึ่งก็รู้ๆกันอยู่เก็บอุดมการณ์เข้าลิ้นชักแล้วหรือไง...ครั้นได้เป็นนายกฯก็แทบเอาตัวไม่รอด เนื่องจากเจอพวก “เสื้อแดง” ไล่ล่าจนไม่เป็นอันทำงานถามว่าแล้วบริหารประเทศได้หรือ มีผลงานอะไรให้ปรากฏบ้างนอกจากวาทกรรมการเมืองด้วยอาศัยความสามารถเฉพาะตัวเอาตัวรอดไปวันๆเท่านั้นคนเรานั้นหากมีอุดมการณ์ชัดเจนการรับเป็นนายกฯในลักษณะนั้นควรหรือไม่ควรก็เป็นสิ่งบอกเหตุอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือ คิดหรือว่าจะได้เป็นนายกฯครั้งที่ 2การเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองนั้นในสิ่งที่เรียกว่า “อุดมการณ์” นั้นต้องมีความรับผิดชอบประกอบไปด้วย ในฐานะหัวหน้าพรรคที่ไม่สามารถนำทัพชนะการเลือกตั้งควรจะแสดงสปิริตหรือไม่“อุดมการณ์” เป็นสิ่งที่ดีเพียงแต่อย่านำมาใช้เพื่อความทะเยอทะยาน.“สายล่อฟ้า”อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562