กกต.ไฟเขียว-ช่วยหาเสียง คสช.แจ้งฟนเว็บไซต์ อนค.เด็กก๊วน 3 ป.มาพรึ่บว่าที่ สว.“ไทยรักษาชาติ” ยังไม่เคาะเทเสียงให้ใคร รอโค้งท้ายค่อยชี้ขาด พรรคฝ่ายประชาธิปไตยแห่ขอส่งต่อไม่ให้คะแนนตกน้ำ อนาคตใหม่ต่อสายตรงขอแรงหนุน “มิตติ” เตือนอย่าหลงกลพวก ปชต.เทียมเอาชื่อ ทษช.ไปตีกิน “เจ๊หน่อย” เชื่อเสียงฟากประชาธิปไตยไม่สวิง “ธนาธร” ไม่แคร์โดนคดีจิ๊บจ๊อยไม่ถึงยุบพรรค ขึ้นเหนือปลุกหยุดสืบทอดอำนาจ “เสรีพิศุทธ์” ปล่อยกองทัพไปก่อน ลุยหาเสียงโค่นเผด็จการ “จตุพร” ลั่นฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีวันตาย “อุตตม” เมินผลโพลมั่นใจยึด 150 ส.ส. “สุริยะ” ไปอุดรฯโอ่ตีแตกถิ่นเสื้อแดง “จรุงวิทย์” ชี้บ้านเลขที่ 13 ช่วยคนอื่นหาเสียงได้ ปัดดองเค็มคำร้องยุบ พปชร. คสช.แจ้งจับเว็บ อนค.ผิด พ.ร.บ.คอมฯนำเข้าข้อมูลเท็จ “บิ๊กป้อม” เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อฯเคาะ 400 รายชื่อชิง ส.ว. “น้องรัก-เพื่อน ตท.6-สายตรงบิ๊กตู่-เด็กบิ๊กป๊อก” ติดโผอื้อภายหลังพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถูกสั่งยุบพรรค หลายฝ่ายจับตาว่าคะแนนเสียงผู้สนับสนุนของพรรค ทษช.จะมีการถ่ายเทไปให้พรรคใด ล่าสุดมีหลายพรรคการเมืองในฝั่งประชาธิปไตยประสานงานขอรับการสนับสนุน โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ขณะที่แกนนำพรรค ทษช.ยังไม่ได้ข้อสรุปไปในทางใดทางหนึ่ง แต่จะประเมินสถานการณ์และจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันที่ 24 มี.ค. ทษช.เงียบเหงาไร้เงาแกนนำพรรคเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคไทยรักษาชาติ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่ 7 มี.ค. บรรยากาศที่พรรคเงียบเหงา อาคารที่ทำการพรรคยังเปิดให้เจ้าหน้าที่พรรคบางส่วนเข้ามาทำงานตามปกติ อดีตคณะกรรมการบริหารพรรคมีเพียงนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเดินทางมาเก็บงานที่ทำไว้ ส่วนสมาชิกพรรคมีเพียง พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเดินทางเข้ามาระบุว่าไม่ทราบว่าแกนนำพรรคจะประชุมหารือกันภายในหรือไม่ ขณะที่พื้นที่โดยรอบที่ทำการพรรคยังไม่มีการถอดป้ายชื่อพรรคที่เป็นโปสเตอร์พื้นหลังในห้องแถลงข่าว และห้องพักของสื่อมวลชนออก ป้ายชื่อพรรคด้านนอกอาคารยังคงอยู่เช่นเดิม ด้านนอกยังคงมีรถหาเสียงที่ติดป้ายชื่อพรรคจอดอยู่ที่ลานจอดรถ 3 คัน ผู้สมัคร ส.ส.คืนอุปกรณ์หาเสียงต่อมาเวลา 12.20 น.นายณัฐพัชร จันทร์แม้น อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ราชบุรี เดินทางมายังที่ทำการพรรค เพื่อส่งคืนรถโมบายที่ใช้หาเสียง พร้อมอุปกรณ์ เครื่องลำโพงพกพาและไมโครโฟนให้พรรค ระบุว่าได้รับการประสานจาก นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล อดีตรองหัวหน้าพรรค ให้คืนอุปกรณ์การหาเสียง และหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคทางกรรมการบริการพรรคแจ้งว่าจะมีแนวทางชัดเจนให้สมาชิกและผู้สมัคร ส.ส. ในวันที่ 8 มี.ค.“มิตติ” ลั่นอย่าให้ใครนำ ทษช.ไปหากินนายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่าไม่แปลกใจกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ คิดเพียงแต่ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด จุดยืนทางการเมืองยังเหมือนเดิม แต่การทำพรรคการเมืองต่อ ไม่สามารถทำได้ คงกลับไปทำงานเรื่องฟุตบอลต่อ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะวางบทบาททางการเมืองอย่างไร นายมิตติตอบว่า ขอไปทำให้วงการฟุตบอลดีขึ้น เรื่องการเมืองเป็นสิทธิของแต่ละคน ไม่สามารถไปออกหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคใดในระยะเวลา 10 ปีหลังจากนี้ได้เมื่อถามว่าอดีตกรรมการบริหารพรรค ทษช.บางคนอาจไปช่วยพรรคเพื่อไทย กรรมการบริหารพรรคหารือกันในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นายมิตติกล่าวว่าเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน แต่ส่วนตัวและกรรมการบริหารบางท่าน ขอรณรงค์ไม่อยากให้ประชาชนไปกาในช่องพรรคไทยรักษาชาติ เพราะจะเป็นบัตรเสียทันที และพรรคใดๆก็ตามที่ยังไม่แสดงจุดยืนทางการเมืองชัดว่าอยู่ฝั่งใดแล้วออกมาให้กำลังใจไทย-รักษาชาติ (ทษช.) อยากให้ประชาชนพิจารณาตรงนั้น อย่าให้เขาเอา ทษช.ไปหาผลประโยชน์ทางการเมือง เพราะเริ่มเห็นบางพรรคที่ไม่มีจุดยืนทางการเมืองประชาธิปไตยชัดเจน เริ่มเอาพรรคไทยรักษาชาติไปใช้แล้วขั้ว ปชต.แห่ขอคะแนนไม่ให้ตกน้ำผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคไทยรักษาชาติว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ทำให้พรรคไทยรักษาชาติต้องออกจากการเลือกตั้งครั้งนี้ไป มีพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยหลายพรรค อาทิ พรรคอนาคตใหม่ ประสานไปยังแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อขอให้ผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติจำนวน 174 เขตเลือกตั้งสนับสนุนพรรคตัวเองในการเลือกตั้ง แต่ขณะนี้แกนนำพรรคยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกสนับสนุนแบบใด เพราะมีอยู่ 2 แนวทาง คือสนับสนุนทั้งพรรคหรือเลือกสนับสนุนเป็นเขตๆไป ว่าเขตไหนควรสนับสนุนพรรคไหน คาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งหรือช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันที่ 24 มี.ค. “เจ๊หน่อย” เชื่อแต้มฝั่ง ปชต.ไม่สวิงเมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารเอไอเอ ทาวเวอร์ ถนนสาทร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯของพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติ ว่า การเมืองหลังจากนี้คงไม่มีอะไรเปลี่ยน ขณะนี้มีแค่ 2 ขั้ว คือขั้วต่อท่ออำนาจให้กับ คสช.หรือต้องการร่วมรัฐบาลกับ คสช.ซึ่งมีบางพรรคแสดงตัวชัดเจน กับอีกขั้วไม่สนับสนุนคสช.และไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น คะแนนเสียงที่หายไปคงจะไม่ย้ายฝั่ง เมื่อถามว่า โอกาสยากขึ้นหรือไม่ที่ฝั่งประชาธิปไตยจะมีคะแนนเสียงจัดตั้งรัฐบาล คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เชื่อว่าคะแนนจะไม่สวิงไปอยู่ที่ฝ่ายต่อท่ออำนาจ คสช.คิดว่าประชาชนที่สนับสนุนฝั่งประชาธิปไตยไม่ต้องการ พล.อ.ประยุทธ์กลับมา อย่างไรก็ตาม จะเลือกพรรคใดต้องระวัง เพราะบางพรรคยังไม่ชัดเจนเมิน “เทือก” เย้ยแตกแบงก์พันขาดทุนเมื่อถามว่า สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติได้ประสานเข้ามา เพื่อขอเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือยัง คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ยังไม่ได้มีการคุยถึงเรื่องนี้ ขอให้เป็นอิสระของแต่ละคนจะตัดสินใจ เราต้องเคารพความคิด และสิทธิของแต่ละคนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร แต่การยุบพรรคไทยรักษาชาติทำให้ประชาชนตื่นตัวสนใจว่ามีคดีนี้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับประชาชน เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุยุทธศาสตร์แตกแบงก์พันทำให้เสียไปหลายร้อย คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่าเป็นเพียงวาทกรรม “ธนาธร” ไม่กังวลโดนคดีจิ๊บจ๊อยวันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า พรรคอนาคตใหม่ โพสเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า หลายท่านเกรงว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบก่อนหรือไม่ก็หลังเลือกตั้ง ทำให้คะแนนของพวกท่านที่จะโหวตพรรคอนาคตใหม่ตกน้ำ เสียของไม่มีประโยชน์ ขอบอกว่าคดีทุกคดีที่เรามีเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก และส่วนใหญ่ไม่มีโทษยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ส่วนคดีที่มีโทษถึงขั้นยุบพรรค ตัดสิทธิ์ทางการเมืองนั้นไม่มีมูลเหตุจริงจังเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเพียงการฟ้องดะธรรมดาเพื่อสกัดขาพรรคอนาคตใหม่ ไม่กังวลเลย เราคิดแล้วว่าต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เราเตรียมพร้อมรับมือมาอย่างดีไม่ต้องห่วง ไม่มีใครกำจัดเราได้ ขอให้เดินหน้า และวันที่ 24 มี.ค. กาบัตรเลือกพรรคอนาคตใหม่ขึ้นเหนือปลุกหยุด คสช.สืบอำนาจต่อมานายธนาธรพร้อมทีมงานพรรคอนาคตใหม่ลงพื้นที่ จ.แพร่ เพื่อช่วยหาเสียงให้นายเอกการ ซื้อทรงธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กับนายกฤติดนัย สันแก้ว เขต 2 โดยได้เดินทางไปไหว้ศาลหลักเมืองจ.แพร่ ก่อนปราศรัยบนเวทีเคลื่อนที่ของรถหาเสียงว่าความหวังในการเลือกตั้ง เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.เลือกตั้งครั้งนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงเปิดประตูเพื่อความเป็นไปได้ของสังคมใหม่ในประเทศไทย ขอให้เลือกพรรคอนาคตใหม่ จากนั้นคณะนายธนาธรเดินทางไปขอพรพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี พระคู่บ้านคู่เมืองแพร่ ณ อุโบสถวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหารและขึ้นรถแห่ไปยัง อ.สูงเม่น อ.เด่นชัย อ.ลองและไปช่วยผู้สมัครที่ จ.ลำปาง และ จ.ลำพูนต่อไป มั่นใจตีแตกฐานเสียงสุราษฎร์ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมคณะลงพื้นที่ตลาดเทศบาลท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี แนะนำผู้สมัคร เขต 2 นายณัฐดนัย หิมทอง หรือกำนันยศ โดยขึ้นรถแห่และเดินเท้าเข้าตามบ้าน ร้านค้าในย่านการค้าเทศบาลท่าทองใหม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างให้การต้อนรับ โดยนายปิยบุตรเดินพบปะชาวบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแนะนำและฝากนายณัฐดนัย เน้นย้ำเลือกแบบเดิมคนเดิมได้แบบเดิม เลือกตั้งครั้งนี้ฝากคนใหม่กับพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร เปิดเผยว่า พรรคอนาคตใหม่มีความหวังหลายเขตใน จ.สุราษฎร์ธานี หลายคนมักจะบอกว่าพรรคอนาคตใหม่ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต เพื่อเก็บคะแนนให้ระบบบัญชีรายชื่อ จริงๆแล้วไม่ใช่เลย จากการลงพื้นที่ทั่วประเทศโดยเฉพาะภาคใต้ พรรคอนาคตใหม่มีลุ้นชนะเลือกตั้งหลายเขต “เสรีพิศุทธ์” มุ่งมั่นกำจัดเผด็จการที่ตลาดเทศบาลเมืองตราด ย่านเศรษฐกิจสำคัญใจกลางเมืองตราด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมนายคมศักดิ์ ศักดิ์เพชรพลอย ผู้สมัคร ส.ส.ตราด และทีมงานพรรคเสรีรวมไทยเดินเท้าหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนชาวตราด ที่มาเดินจับจ่ายซื้อของที่ตลาดเทศบาลเมืองตราดใน พร้อมเชิญชวนให้ชาวตราดช่วยกันเลือกผู้สมัครของพรรคเสรีรวมไทย โดยมีบรรดาประชาชนที่ชื่นชอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ร่วมถ่ายรูปอย่างคึกคัก โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาระบบเผด็จการ ทุกวันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนยากลำบาก ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจเห็นได้ชัด แม้แต่สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกจำกัด กระทั่งไปหาเสียงที่ จ.ปราจีนบุรี มีทหารมาคอยติดตาม เป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพเลยไล่ให้ทหารกลับแต่ยังมาแจ้งความดำเนินคดีกับตนหาว่าดูหมิ่นทหาร กองทัพไม่รู้อะไรเลยว่าถูกผิด ตอนนี้กองทัพอยากทำอะไรก็ทำไป ปล่อยให้ทำไปก่อน เพราะต้องหาเสียงตามแผนงานก่อน ถ้ามาทำอะไรกันตอนนี้จะเสียประโยชน์ “จตุพร” ลั่นฝ่าย ปชต.ไม่มีวันตายที่สวนเฉลิมพระเกียรติ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วยนายโกวิฐ วัฒนกุล ดารานักแสดงรุ่นใหญ่ ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 4 หาเสียง มีประชาชนให้การต้อนรับฟังการปราศรัยจำนวนมาก โดยนายจตุพรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้วถือว่าเป็นที่ยุติ ต้องยอมรับความเป็นจริง พี่น้องในพรรคไทยรักษาชาติล้วนเป็นคนผ่านการถูกยุบพรรคมาแล้วถึงสองครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม จึงเชื่อว่าย่อมเข้าใจและทำใจได้ ขอให้กำลังใจ แต่คนที่เจ็บปวดมากกว่าพรรคคือประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องให้เวลาและเยียวยาหัวใจประชาชน การถูกยุบพรรคไม่ใช่ทางตันหรือไปไหนไม่ได้ ถ้ากรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติยังปรารถนาจะรับใช้แผ่นดิน ยังกระทำในหน้าที่อื่นได้มากมาย เหมือนตนทำอยู่ขณะนี้ ส่วนคะแนนที่เป็นของพรรคไทยรักษาชาติ ต้องไม่คิดรีบเร่งไปหา กำลังอยู่ในสภาวะความสูญเสีย แต่บทเรียนที่ผ่านการยุบพรรค ไม่ได้ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยจบลงฝ่ายประชาธิปไตยจะไม่มีวันตาย ตอนยุบพรรคไทยรักไทยมีพรรคพลังประชาชน เมื่อยุบพรรคพลังประชาชนมีเพื่อไทย ดังนั้น ประชาชนไม่ได้สนใจว่าเป็นใคร แต่เมื่อต้องการประชาธิปไตย ถึงเวลาประชาชนจะรู้เองว่าควรจัดการอย่างไร “โกวิฐ” ขอบูมข้าวหอมมะลิก้องโลกด้านนายโกวิฐให้สัมภาษณ์น้ำตาคลอว่า ไม่ได้เห็นความสำคัญในการเป็นดารานักแสดง แต่เมื่อตนลงมาสัมผัสชาวบ้าน ทำให้รู้สึกว่ามีค่ามหาศาล ความรักความชอบจากพี่น้องประชาชนได้รับมาล้นเหลือจากที่ไม่มีความหวังเท่าไร เพราะงบจำกัด แต่เมื่อมาเจอพี่น้องประชาชน ทำให้มีแรงขึ้นมาทันที การลงพื้นที่แต่ละครั้งการตอบรับจากชาวบ้านดีมากอย่างคาดไม่ถึง ขอยืนยันว่าถ้าได้รับเลือกเป็นตัวแทนประชาชน ในฐานะเป็นเด็กทุ่งกุลา ซึ่งมีข้าวหอมมะลิ จะทำข้าวหอมมะลิให้ดังระดับโลกให้ได้ อีกทั้งถนนท่าตูม แคบมากเห็นเด็กนักเรียนขับรถจะตกไหล่ทางทุกครั้ง ฝันมาตลอดถ้าได้เป็น ส.ส.จะขยายถนนให้ได้เชียร์ ปชช.เอาชนะพวกสืบอำนาจน.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคเพื่อชาติไม่ได้ปรับกลยุทธ์อะไรหลังพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบพรรค ลงหาเสียงเต็มทุกพื้นที่อยู่แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนมี 2 ทางเลือกคือต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน ให้ประชาชนเลือกฝั่งประชาธิปไตยที่มีพรรคเพื่อชาติรวมอยู่ด้วยเพื่อเอาชนะเผด็จการ ส่วนใครต้องการให้ประเทศมีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนคิดต่าง อยากเป็นบ่าวให้เผด็จการเป็นนายก็เลือกพรรคสืบทอดอำนาจเผด็จการ ทั้งนี้ พรรคไทยรักษาชาติถือเป็นหนึ่งในพรรคฝั่งประชาธิปไตย ยืนหยัดแนวทางเดียวกับพรรคเพื่อชาติ ที่ไม่เอาพรรคสืบทอดอำนาจ ถ้าไม่มีพรรคไทยรักษาชาติก็เลือกพรรคอื่นๆ ที่ยืนหยัดแนวทางประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อไม่มีพรรคไทยรักษาชาติก็เลือกพรรคฝั่งประชาธิปไตยที่เหลือ อย่างพรรคเพื่อชาติ เป็นต้น“ทวี” ดันรัฐสวัสดิการแก้เหลื่อมล้ำเมื่อเวลา 16.00 น. ที่ถนนเยาวราช นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ช่วยนายรวิโชติ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคประชาชาติหาเสียง จากนั้นมาแถลงข่าวที่วงเวียนโอเดียน เยาวราช เปิดนโยบายพหุวัฒนธรรมกับการสร้างชาติ โดย พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า พรรคส่งเสริมนโยบายพหุวัฒนธรรมให้ทุกกลุ่มเสมอภาคกัน ไม่ลืมกลุ่มชาติพันธุ์ไว้ข้างหลัง จึงเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ หากได้เป็นรัฐบาลจะให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการ รวมถึงให้คนอยู่บนดอยมีโอกาสใช้ภาษาของเขาเองในโรงเรียนท้องถิ่นเหมือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ภาษามลายู หลังพรรค ทษช.ถูกยุบเราเห็นใจเพราะนโยบายประชาธิปไตยเช่นเดียวกับพรรค ตอนหาเสียงก็ได้รับความนิยม เราเองก็หวังว่าแนวนโยบายของพรรคประชาชาติและผู้สมัคร จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในซีกประชาธิปไตย“อนุทิน” เดินตลาดหาเสียงอยุธยาวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ไปที่ตลาดบางปะอิน และตลาดเจ้าพรหม เพื่อช่วยหาเสียงให้แก่ผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร เขต 3 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล โดยนายอนุทินกล่าวว่า ผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยาแข็งแรงทุกคน เป็นอดีต ส.ส. เป็นอดีตรัฐมนตรี ขณะที่นโยบายของพรรคเป็นที่รู้จัก หวังว่าจะได้ ส.ส.ในพื้นที่นี้แบบครบ 4 เขต เพราะเราทำงานหนักไม่เคยทิ้งพื้นที่ และผู้สมัครต่างมีความนิยมส่วนตัวเป็นทุนเดิมย้ำจุดยืน ภท.เอานายกฯ จาก ส.ส.นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีมีการตีข่าวว่าไม่คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่า ความจริงคือท่านเป็นนายกฯ ท่านต้องวางตัวเป็นกลาง และมีบางพรรคประกาศสนับสนุนท่าน แล้วภูมิใจไทยจะไปคุยกับท่านได้อย่างไร ตอนนี้มีการตีความจุดยืนของพรรคไปหลายทิศทาง แต่ที่ตนอยากจะสื่อคือภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมือง ต้องหาเสียงเลือกตั้ง เราต้องยึดหลักการประชาธิปไตย ใครจะเป็นนายกฯก็ได้ ขอให้เป็นการเลือกโดย ส.ส.ไม่ใช่เอาคนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเลือก “นิกร”เห็นใจ ทษช.หัวอกเดียว ชทพ.นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงสถานการณ์หลังมีคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ว่า เห็นใจกับคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะเป็นนักการเมืองและเคยผ่านเหตุการณ์ยุบพรรคมาก่อน ส่วนการแข่งขันทางการเมืองหลังจากนี้ ตนประเมินว่าเมื่อไม่มีผู้สมัคร ส.ส.ไทยรักษาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนาอาจได้เปรียบเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนการตัดสินใจจากฐานเสียงเดิมของพรรคไทยรักษาชาติมาพรรค การเมืองอื่น เพราะเชื่อว่าประชาชนได้ตัดสินใจเป็นที่สุดแล้ว เหมือนนักวิ่งคนละลู่ ผู้สมัครต้องเร่งสปีดเข้าเส้นชัยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนี้พรรคชาติไทยพัฒนาจะเน้นการลงพื้นที่เพื่อนำนโยบายไปยังประชาชน โดยสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ภาคตะวัน-ออก สัปดาห์ต่อไปพื้นที่ภาคอีสาน ก่อนจะเปิดปราศรัยใหญ่ที่ จ.นครปฐม วันที่ 22 มี.ค. “สุเทพ” เดินประเวศ-สวนหลวงเมื่อเวลา 06.00 น. ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. และผู้ร่วม ก่อตั้งพรรค นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายสำราญ รอดเพชร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขต 20 (ประเวศ-สวนหลวง) เดินพบปะประชาชนที่ตลาดบุญเรือง ชุมชนนาคภาษิต นายสุเทพกล่าว ตอนหนึ่งในการพบปะประชาชนว่า หลังเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อยพัฒนาเดินหน้าไปได้ จะต้องมีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศกันขนานใหญ่ มีแต่ รปช.เท่านั้นที่มุ่งมั่นตั้งใจจะปฏิรูปโดยมี 2 เรื่องใหญ่ 1.ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน 2.แก้ปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวชาวบ้าน “มาร์ค” ลุ้นคนยังไม่ตัดสินใจ 40%เมื่อเวลา 12.15 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จนเกิดกระแสตีกลับให้เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯต่อว่า ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร และกว่าจะถึงวันเลือกตั้งยังมีเวลาพอสมควร การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ส่วนใหญ่ร้อยละ 40 ยังไม่ได้ตัดสินใจ ประชาชนคงรอดูนโยบายและจุดยืนทางการเมืองของแต่ละพรรคการเมืองเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า จะได้สิ่งที่ดีที่สุด จึงไม่มีใครตอบได้ว่าหลังพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบแล้ว ที่สุดจะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าหาเสียงชี้แจงนโยบาย ทำความชัดเจนอีกหลายเรื่อง วันที่ 9 มี.ค.จะแถลงนโยบายเศรษฐกิจเมินกระแสเทเข็น “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯเมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่มีการปลุกกระแสให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ และขอให้นายอภิสิทธิ์รอก่อน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน เชื่อว่าที่สุดประชาชนต้องตัดสินใจอยู่แล้ว ประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ตามปกติตรงไปตรงมา แบบพรรคการเมืองสากล พรรคไม่ได้วิเคราะห์อะไร มีแต่เพียงว่าแต่ละพื้นที่รายงานผลผู้แข่งขันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แนวทางการหาเสียงของพรรคยังคงเหมือนเดิม คิดว่าคงไม่มีความวุ่นวายอะไรเกิดจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ แต่ละพื้นที่ต้องดูว่ามีใครแข่งขันกันบ้าง คนที่สนับสนุนพรรคไทยรักษาชาติเดิม มีแนวความคิดอย่างไร แต่ละพื้นที่เงื่อนไขไม่เหมือนกันตอบโดยรวมไม่ได้เชื่อปักธง ปชป.เมืองโอ่งช่วงเย็นนายอภิสิทธิ์พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี ทั้ง 5 เขต ไปพบปะประชาชนและรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองโพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อรับฟังปัญหา ต่างๆ จากประชาชน พร้อมแนะนำนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 ราชบุรี ร่วมรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มีประชาชนในพื้นที่ อ.โพธารามให้การต้อนรับ จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะเดินทางไปตลาดเทศบาลเมืองบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ผู้สมัครทั้ง 5 เขต คลุกคลีกับประชาชน มั่นใจว่าครั้งนี้มี ส.ส.ราชบุรีพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน เพราะนโยบายเราตอบโจทย์เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญที่สุด ส่วนกรณีพรรคไทยรักษาชาติโดนยุบพรรคจะมีผลกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่คงตอบยาก ผู้ที่เคยสนับสนุนพรรคไทยรักษาชาติคงต้องตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคไหน “จุรินทร์” ย้ำไม่พาชาติคืนวังวนเก่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์กรณีพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังจะเดินหน้าทำพรรคให้เป็นทางเลือกหลักสำหรับประชาชน มีเป้าหมายที่จะทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้าและแก้ปัญหาประชาชนได้ โดยไม่สร้างเงื่อนไขพาประเทศกลับไปสู่วังวนการเมืองที่มีการยึดอำนาจและขัดแย้งอีก ด้วยจุดยืน 3 ข้อคือ 1. ยึดหลักการประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ใครรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นรัฐบาล ใครเป็นเสียงข้างน้อยทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน 2. ยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยสุจริต บริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขเอ่ยอ้างนำไปสู่การยึดอำนาจอีกในอนาคต และ 3. จะเดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ คือปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ด้วยนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ พปชร.รับนโยบายกลุ่มสตรีเมื่อเวลา 09.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้อนรับตัวแทนกลุ่มเครือข่ายสตรีจากภาคส่วนต่างๆ อาทิ มูลนิธิพิทักษ์สตรี มูลนิธิชุมชนไท เครือข่ายสตรี 4 ภาค เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงหาสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เข้ายื่นข้อเสนอเกี่ยวกับสตรีเพื่อนำไปเป็นนโยบายของพรรค เนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค.นายอุตตม กล่าวว่าเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิง การค้ามนุษย์ และการล่วงละเมิดทางเพศพรรคให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางจึงพัฒนาแอปพลิเคชัน หากเกิดเหตุร้ายกดแล้วเชื่อมไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่เป็นกล้องจริงทั่วพื้นที่ เพื่อป้องกันการก่อเหตุ ขณะที่การศึกษา ไทยต้องยกระดับ การค้ามนุษย์ การล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก ต้องถูกบรรจุลงไปในหลักสูตรเพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้น่ารังเกียจและเลวร้าย“อุตตม” เมินโพลมั่นใจคว้า 150 ส.ส.นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายว่าได้ปรับแผนทบทวนตลอดเวลา เพราะกระแสการเมืองเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เชื่อว่าจะตอบโจทย์ประชาชนได้ พล.อ.ประยุทธ์มาช่วยหาเสียงทำได้หลายวิธีกำลังดู ยังไม่ได้ข้อสรุปจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส. ที่ พล.อ.ประยุทธ์เตรียมลงพื้นที่ต่างจังหวัดสัปดาห์หน้าเป็นส่วนของรัฐบาลไม่เกี่ยวกับพรรค เมื่อถามว่าโผลบาง สำนักระบุพรรคจะได้ ส.ส.เขตเพียง 60 ที่นั่ง นายอุตตม กล่าวว่าโพลมีหลากหลาย มีวิธีการแตกต่างกันไป เรารับฟังทั้งหมด พรรคต้องหา ส.ส.ให้ได้มากที่สุด พร้อมรับฟังข้อมูลจากพื้นที่เพื่อนำมาประมวลผล บอกไม่ได้ว่าขณะนี้การประเมินของพรรคดีขึ้นหรือลดลง ที่พรรคเคยประเมินไว้ว่าจะได้ ส.ส.ประมาณ 150 คนนั้นยังประเมินว่าเป็นไปได้คุยมีหมัดเด็ดไม่สน ทษช.เพิ่มแต้ม พท.เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หลังพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบคะแนนจะเทไปให้พรรคเพื่อไทย นายอุตตม กล่าวว่าไม่กังวล เรามีแผนของเราอยู่แล้วว่าจะทำอะไรบ้าง ไม่กังวลการเทคะแนนใดๆทั้งสิ้น ไม่ห่วงการรณรงค์ให้โหวตโน ประเมินสถานการณ์การเมืองอยู่ตลอดเวลาหลายระดับหลายพื้นที่ รวมถึงเมื่อพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบเราจะได้ ส.ส.เพิ่มหรือไม่ พรรคมีหมัดเด็ดแน่นอนช่วงโค้งสุดท้ายขอให้รอดูจะมีเซอร์ไพรส์ ส่วนที่มีภาพ พล.อ.ประยุทธ์อิริยาบถสบายๆเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่กลยุทธ์ของพรรค มีส่วนหนึ่งที่พรรคทำและเปิดเผยแล้ว แต่ส่วนอื่นไม่ได้มาจากพรรค ยืนยันว่าเพจที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค “สุริยะ” โอ่อุดรฯ ทุบกระจุยถิ่นเสื้อแดงที่ จ.อุดรธานี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์หลังพื้นที่ตลาดอุดรเมืองทอง อ.เมืองอุดรธานีว่าแม้มองกันว่า จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง แต่คิดว่าควรเปลี่ยนแนวคิดลดความขัดแย้ง ให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าได้ เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นทางเลือก เพื่อให้ประเทศไปสู่ความปรองดอง หากยังต่อสู้กันอยู่ประเทศจะพัฒนาต่อไปไม่ได้ ตอนนี้อย่ามาโจมตีกันเลยว่าใครอยู่สีเสื้อใด ควรเอาเวลาไปนำเสนอนโยบาย ได้ทำโพลมาทราบมาล่าสุดว่า เขต 1 อุดรธานี พรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส. รวมทั้งเขตอื่นจะปักธงได้ด้วย เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าการยุบพรรคไทยรักษาชาติตัดคู่แข่งของพรรคพลังประชารัฐ นายสุริยะ กล่าวว่าได้ยินแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะส่วนตัวรู้สึกเห็นใจผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ ขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับพลังประชารัฐ เป็นเรื่องของ กกต.พิจารณาก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าฝากไปยังทุกพรรค ขอให้ทำ การเมืองอย่างสร้างสรรค์นำเสนอนโยบายที่ดีต่อประชาชน ไม่ใช่ใช้วาทกรรม รุมกินโต๊ะพรรคพลังประชารัฐอย่างเดียว เพื่อหวังผลการเลือกตั้ง รวมไปถึงการดีเบตต่างๆ พอขึ้นเวทีโจมตีพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ทุกครั้งผู้ตรวจฯ จ่อส่งวินิจฉัยสถานะ “บิ๊กตู่”เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการพิจารณาคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นให้ศาลปกครองวินิจฉัยสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ว่า โดยอำนาจของผู้ตรวจฯทำได้ แต่ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุที่ควรส่งหรือไม่ มั่นใจจะพิจารณาได้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ต้องพิจารณาสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. พล.อ.วิทวัสตอบว่า เราเป็นองค์กรอิสระมีอำนาจที่จะดูได้ คสช.หลายเรื่องที่ผ่านมา เราก็พบว่าเขาดำเนินการด้วยความเป็นธรรม และพยายามทำงานให้อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญกกต.ดึงศิลปินแห่งชาติรณรงค์เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประยงค์ ชื่นเย็น ศิลปินแห่งชาติ ได้นำแผ่นซีดี 2,758 แผ่น เป็นเพลงชุดรณรงค์การเลือกตั้งใช้ชื่อเพลงว่า “24 มีนา” มามอบให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.เพื่อใช้ในการรณรงค์เลือกตั้ง ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมงานวัฒนธรรมและมูลนิธิสมัชชาศิลปินและนายสัญญาลักษณ์ ดอนศรี นักแต่งเพลงชื่อดัง ร่วมกันแต่งเนื้อหาเพลง “24 มีนา” ใช้ภาษาท้องถิ่น 5 ภาค มีผู้ขับร้อง อาทิ ฝน ธนสุทร จิ้งหรีด ขาววงศ์เทวัญ และดวงจันทร์ สุวรรณี เป็นต้น บ้านเลขที่ 13 ช่วยหาเสียงได้พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงผลจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ว่า กรรมการ บริหารพรรคไทยรักษาชาติทั้ง 13 คนสามารถไปช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมืองอื่นได้ แต่ต้องระวังไม่ให้เข้าข่ายครอบงำพรรคอื่น แต่ขึ้นรูปในป้ายหาเสียงคู่กับผู้สมัครของพรรคอื่นไม่ได้ ส่วนสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส.สามารถไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค การเมืองอื่น และเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ ส่วนที่ทำการพรรคและสาขาพรรคแม้กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องรื้อถอนป้ายชื่อและโลโก้ออกภายในเท่าไหร่แต่ก็ควรรีบดำเนินการโดยเร็ว รวมถึงการโฆษณาหาเสียงในรูปแบบต่างๆหรือการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียต้องลบทิ้งทั้งหมดยื่นศาลฎีกาเร่งถอดชื่อผู้สมัคร ทษช.พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปเมื่อ กกต.ได้รับคำวินิจฉัยยุบพรรคจากศาลรัฐธรรมนูญ กกต.จะเร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติออกจากการเป็นผู้สมัครให้แล้วเสร็จก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศยุบพรรคไทยรักษาชาติและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแจ้งประกาศดังกล่าวให้กับอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติทราบ และแจ้งให้พรรคไทยรักษาชาติจัดส่งบัญชี งบฯแสดงสถานะทางการเงินต่อนายทะเบียนพรรค การเมืองภายใน 30 วันนับแต่มีคำสั่งยุบพรรคเพื่อแจ้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินดำเนินการชำระบัญชีของพรรคปัดดองเค็มคำร้องยุบ พปชร.พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์ว่ายุบพรรคไทยรักษาชาติรวดเร็ว แต่เรื่องร้องยุบพรรคอื่นทำล่าช้าโดยเฉพาะกรณีโต๊ะจีนพรรคพลังประชารัฐที่ร้องมาตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.61 ว่า กรณีนี้จะยุบพรรคได้ต่อเมื่อมีการรับเงินจากชาวต่างชาติ หรือนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือครองหุ้นมากกว่าร้อยละ 49 ซึ่งมีรายชื่อนิติบุคคลบริจาคถึง 40 แห่ง และเป็นการบริจาคจากบุคคลธรรมดาถึง 84 คน รายละเอียดทั้งหมดต้องตรวจสอบไปยังสำนักทะเบียนราษฎร์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน และสามารถเสนอความเห็นให้กรรมการ กกต.พิจารณาได้ รวมถึงคำร้องยุบพรรคอื่นๆด้วย “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด 6 กกต.เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไต่สวน 6 กกต.ที่เดินทางไปต่างประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กกต. 6 คนเดินทางไปต่างประเทศ ไม่มี การนัดประชุมพิจารณาเรื่องสำคัญต่างๆ อ้างว่าไปดูการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของคนไทยในต่างประเทศ ช่วงวันที่ 27 ก.พ.-10 มี.ค. ทั้งที่การจัดเลือกตั้งเป็นเรื่องใหญ่ที่ กกต.ควรเร่งตรวจสอบและวินิจฉัยคดีที่ค้างอีกมากมาย ข้ออ้างเดินทางไปดูงานเลือกตั้งต่างประเทศฟังไม่ขึ้น เพราะอำนาจจัดเลือกตั้งในประเทศต่างๆเป็นหน้าที่สถานทูตไทยแต่ละประเทศที่ กกต.มอบอำนาจให้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นต้องไปดูงานทั้ง 67 ประเทศ ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนไว้ไม่ทุ่มเทงานส่อทุจริตพร่องจริยธรรม“กกต.ทั้ง 6 คนเดินทางไปประเทศยอดนิยมอาทิ อังกฤษ สหรัฐฯ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ โดยใช้งบฯถึง 12 ล้านบาท เข้าข่ายผิดมาตรา 21 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ระบุว่า กกต.ต้องทุ่มเทการทำงานให้เต็มเวลา และอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ รวมทั้ง การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระที่ให้ยึดผลประโยชน์ประเทศเหนือประโยชน์ส่วนตน” นายศรีสุวรรณกล่าวคสช.แจ้งจับเว็บ อนค.แพร่ข้อมูลเท็จเมื่อเวลา 16.00 น. ที่ บก.ปอท. พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.นเรศ ขีโรท หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักเลขาธิการคสช. เข้าพบ ร.ต.อ.หญิงแก้วกาญจน์ อุ่นพันธ์ รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.แจ้งความเอาผิดเว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่ ข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 (2) พ.อ.บุรินทร์เผยว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค. คสช. ตรวจพบเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ชื่อ https://futureforwardparty.org ได้เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จโดยรายละเอียดไม่ขอเปิดเผย จึงได้รับ มอบอำนาจให้มาแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ดูแลเว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดตามกฎหมายจนกว่าคดีจนถึงที่สุดยื่นหลักฐานมัด อนค.ปฏิปักษ์ ปชต.เมื่อเวลา 16.40 น. ที่สำนักงาน กกต.นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทนายความอิสระ ยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ กกต.หลังจากเคยยื่นขอให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยนายบุญถาวรกล่าวว่า พบการกระทำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค มีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาตั้งแต่ยังไม่ตั้งพรรค จนมีการจัดตั้งพรรค ทั้งยังพบว่ามีการใช้วาทกรรมว่าจะสานต่อภารกิจของคณะราษฎร 2475 ให้สำเร็จลุล่วง โดยไม่ได้ขยายความให้ชัดเจนว่าการสานต่อภารกิจนั้นรวมถึงการยังคงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่หรือไม่ จึงนำหลักฐานที่ปรากฏบนสื่อ 34 หน้า มามอบให้กับ กกต. นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จะนำมามอบให้กับ กกต.เพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 11 มี.ค. นายกฯรับมอบร่างแผนปฏิรูปศึกษาสำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ มีนาย อี อุก-ฮ็อน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ต่อมาเวลา 11.00 น.ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.)พร้อมคณะกรรมการเข้าพบนายกฯ เพื่อส่งมอบร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แบ่งเป็น 7 ด้าน ที่น่าสนใจ อาทิ การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวม การปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยนายกฯกล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมเด็กเปลี่ยนแปลงไป มีอารมณ์โมโห หงุดหงิดง่ายขึ้น ขอให้ช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เด็กมีอารมณ์เย็นลงปรับแผนตรวจงานซ้ำรอย พปชร.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจไม่ขึ้นเวทีปราศรัยพรรคพลังประชารัฐ แต่ในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไปที่ถือเป็นโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง นายกฯได้วางตารางลงพื้นที่ตรวจราชการจุดแรกวันที่ 13 มี.ค.ที่ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา 16 มี.ค. จ.เชียงราย และวันที่ 20 มี.ค. จ.นครศรีธรรมราช เป็นที่น่าสังเกตว่า ตารางลงพื้นที่ของนายกฯสอดคล้องแต่เวลาไล่หลังกับตารางเวลาหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ โดยวันที่ 9 มี.ค.เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.ขอนแก่น 10 มี.ค.ที่ จ.นครราชสีมา 11 มี.ค. จ.เชียงราย 12 มี.ค. ที่ จ.สงขลา และ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 16 มี.ค. จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนปิดท้ายปราศรัยใหญ่ที่ กทม.วันที่ 22 มี.ค.อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะใช้บริเวณลานพาร์คพารากอน หน้าห้างสยามพารากอน หรือที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ลงพื้นที่ดูรถไฟทางคู่กู้ภัยแล้งพ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า วันที่ 13 มี.ค. นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมาเป็นประธานพิธีเปิดใช้งานอาคารสถานีรถไฟขอนแก่น ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่และทดลองเดินรถในโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายรถไฟทางคู่ เส้นทางสายชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ช่วงบ่ายเป็นประธานเปิดงาน “One Transportation for all : ระบบคมนาคมหนึ่งเดียว เพื่อประชาชนทุกคน” ของกระทรวงคมนาคม และตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา จุดเชื่อมต่อการคมนาคมรถไฟทางคู่ พร้อมติดตามภัยแล้งบ่นเกษตรกรไม่ยอมปรับตัวเมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯกล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การ พัฒนาอย่างยั่งยืนถึงโครงการยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ว่า รัฐบาลสนับสนุนการสร้างเครือข่ายโดยมีศูนย์เทคโนโลยีหมู่บ้านและศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร 882 แห่ง มีเครือข่ายกว่าหมื่นคนกระจายสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกัน แต่เกษตรไม่สนใจ บอกไม่กล้าเปลี่ยนเพราะทำมายาวนาน แต่อะไรที่ไม่ได้ผลก็ต้องเปลี่ยน แปลงพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่ใช้ประสบการณ์อย่างเดียว“บิ๊กป้อม” สยบข่าว 24 มี.ค.มีเลือกตั้งที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติว่า ยังไม่มีสิ่งผิดปกติอะไร ไม่มีอะไรต้องกังวลว่าจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา ทุกพื้นที่มีความปลอดภัย กระแสข่าวการเลือกตั้งอาจไม่เกิดขึ้น ไม่จริงหรอก เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ต้องไปพบกับนักการเมือง เจ้าหน้าที่อดทนอยู่แล้ว ส่วนกรณีป้ายโฆษณาจอแอลอีดีในกองทัพภาคที่ 1 ขึ้นภาพพร้อมข้อความของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เคยให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์เมื่อวันที่ 31 ม.ค.56 ระบุถึงได้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.จากการปฏิวัติ จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรหัวเราะกล่าวว่าไม่มีหรอกไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล การเลือกตั้งยังมีต่อไป ปัญหาระหว่าง ผบ.ทบ.กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่มีนัยอะไรยัน คสช. เคาะ 194 ส.ว.ทันกำหนดพล.อ.ประวิตรในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหา 400 รายชื่อ เพื่อส่งให้ คสช.คัดเลือกภายในวันที่ 9 มี.ค. เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 194 คนว่ายืนยันส่งทันตามกำหนดแน่นอน เมื่อถามถึงเรื่องการทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปี 62 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่ายังไม่เสร็จ“วิษณุ” เผย 400 รายชื่ออยู่ในมือแล้วนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในฐานะคณะกรรมการสรรหา ส.ว.กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหา ส.ว.ได้รายชื่อบุคคลที่จะเสนอให้ คสช.คัดเลือก 400 คนแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างจัดพิมพ์รายชื่อตามลำดับอักษร จะส่งให้ คสช.ภายในวันที่ 9 มี.ค. แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ต้องรอให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากต้องตรวจสอบคุณสมบัติบางรายชื่อก่อน เพราะบางรายชื่อสามารถแก้ไขให้คุณสมบัติครบถ้วนได้ เช่น เป็นข้าราชการลาออกมาเป็น ส.ว.ได้ แต่บางรายชื่อไม่สามารถยืนยันคุณสมบัติได้ตอนนี้ กฎหมายกำหนดห้ามเป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส.เป็น ส.ว.ต้องรอให้ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ก่อน ได้บอก คสช.ให้ตรวจสอบส่วนนี้ด้วย เพราะคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ไม่สามารถตรวจสอบชั้นนี้ได้ เมื่อ คสช.ได้รายชื่อแล้วต้องประกาศรายชื่อ ส.ว.ภายใน 3 วันหลังประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส. แล้วนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อมีการโปรดเกล้าฯลงมาจะไปสู่การเปิดประชุมวุฒิสภาจิ้ม 400 รายชื่อดีลตรง คสช.ได้ดีผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พล.อ.ประวิตรได้ประชุมคณะกรรมการสรรหา ส.ว.นัดสุดท้าย ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.)เพื่อคัดรายชื่อทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยพร้อมส่งให้ คสช.พิจารณา โดยแนวทางคัดเลือกของคณะกรรมการคัดเลือก ส.ว.ยึดคุณสมบัติต้องเป็นบุคคลที่เข้าใจการเมืองได้ดี มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ เพราะต้องทำงานร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากเลือกตั้ง มีความสามารถทางการเมืองและประคองสถานการณ์วิกฤติการเมืองเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะการเลือกนายกฯ ดังนั้นบุคลิกบารมีจะต้องเป็นที่ยอมรับ เพื่อลบล้างความเชื่อที่ว่า ส.ว.มาจากการแต่งตั้งไม่ดีเพราะถูกออกแบบมาเป็นพี่เลี้ยง นอกจากนี้คุณสมบัติที่สำคัญต้องมีความเข้าใจและสื่อสารกับผู้แต่งตั้งได้ก๊วนใกล้ชิด “บิ๊กป้อม” มาเต็มผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า รายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการคัดสรรเป็น ส.ว.แบ่งเป็นกลุ่ม ดังนี้ กลุ่มคนใกล้ชิดและน้องรักของ พล.อ.ประวิตร มีชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีต ส.ว.สรรหา ทั้งคู่เป็นน้องชายแท้ๆของ พล.อ.ประวิตร พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อนสนิท พล.ต.อ.พัชรวาท พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสม จาตุศรีพิทักษ์ พี่ชายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ส่วนกลุ่มเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 ของ พล.อ.ประวิตร อาทิ พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา คสช. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด กลุ่มเคยร่วมงานในกระทรวงกลาโหมและมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษาส่วนตัวด้านความมั่นคงของ พล.อ.ประวิตร รวมอยู่ด้วยสายตรง “บิ๊กตู่” ตบเท้าพรึบขณะที่กลุ่มเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 รวมถึงสนิทสนมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. อาทิ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ อดีต ส.ว.ชุมพร พล.อ.อักษรา เกิดผล อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร อดีต ผบ.ทหารสูงสุด พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ อดีตรอง ผบช.น. คู่เขย พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.สกล ชื่นตระกูล อดีตที่ปรึกษานายกฯ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา อดีต สนช. พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สนช.นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนใกล้ชิด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อาทิ พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ อดีต ผบ.ทร. และ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เป็นต้นอ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562