เมื่อเสร็จสิ้นจากฤดูเก็บเกี่ยว หลายคนทิ้งถิ่นฐานไปทำงานรับจ้างในเมืองกรุง ปล่อยที่นาทิ้งร้าง เนื่องจากช่วงดังกล่าวพื้นที่มีสภาพแห้งแล้ง ปลูกพืชผักไม่ได้ผลเท่าที่ควร ไม่คุ้มต่อการลงทุนนายสุพิศ อุทัยแสง ชาวบ้านโสกใหญ่ ต.ลือ อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ หนึ่งในเกษตรกรที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับความแห้งแล้งของธรรมชาติ ตัดสินใจเจาะน้ำบาดาลเพื่อนำน้ำขึ้นมาทำการเกษตร ปลูกแตงโมขายเมล็ด หลังจากได้ไปศึกษาวิธีการปลูกมาจากเกษตรกรในหมู่บ้านใกล้เคียงนายสุพิศ เล่าว่า เริ่มปลูกแตงโมมาตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้พื้นที่นา หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ พื้นที่นาจะถูกปล่อยทิ้งร้างไม่ได้ทำประโยชน์อะไร จึงคิดหาวิธีใช้แปลงนาแห่งนี้สร้างคุณค่าให้กับครอบครัว หากจะทิ้งที่นาไปทำงานรับจ้างในเมืองคงจะทำไม่ไหว เพราะอายุมากแล้วประกอบกับได้ยินมาว่าหมู่บ้านใกล้เคียงปลูกแตงโมขายเมล็ดพันธุ์ มีบริษัทมารับซื้อกิโลกรัมละกว่า 1,000 บาท เกิดความสนใจไปศึกษาวิธีปลูก แล้วนำกลับมาทำในแปลงนาตัวเอง ลองผิดลองถูกอยู่นานจนประสบความสำเร็จเริ่มแรกปลูก 4 พันต้น ในเนื้อที่ 2 ไร่ ลงทุน 20,000 บาท เนื่องจาก ต้องซื้อผ้ายางมาคลุมโคนต้นและซื้อท่อพีวีซีมาวางระบบน้ำหยด ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ จากนั้นนำไปผ่านเครื่องแยกเมล็ด ได้เมล็ดแตงโม 30 กิโลกรัม บริษัทมารับซื้อกิโลกรัมละ 1,200 บาท ได้เงิน 36,000 บาท หักต้นทุน 20,000 บาท เหลือกำไร 16,000 บาทหลักจากนั้นก็พักดินประมาณ 1 เดือน ก็เริ่มปลูกลอตที่ 2 ลงทุนเพียงแค่ เมล็ดพันธุ์และค่าปุ๋ย เฉลี่ยไร่ละ 4,000-5,000 บาท รวมแล้วประมาณ 10,000 บาท ได้เมล็ดแตงโม 40 กิโลกรัม ขายได้ 48,000 บาท มีกำไร 30,000 บาทใน 1 ปี ปลูกแตงโมได้ 3 รุ่น รวมๆแล้วมีกำไรปีละประมาณ 100,000 บาท และยังสามารถทำนาได้ตามปกติ เพื่อนบ้านเห็นมีกำไรงาม จึงหันไปปลูกแตงโมขายเมล็ดกันบ้าง ปัจจุบันในหมู่บ้านมีเกษตรกรปลูกแตงโม 15-20 ครอบครัวนับเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว...!!!!กฤษณะ เนตรพันธ์