การเมืองไทยวันนี้อยู่ในฤดูการเลือกตั้งเต็มตัว มียุทธการร้องให้ยุบพรรคเป็นการสวนหมัดกันทางการเมือง เมื่อพรรคหนึ่งถูกร้องให้ยุบพรรค ตามกระบวนการกฎหมาย พรรคที่ถูกกระทำก็สวนหมัดทันควัน ดังกรณีที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวหาทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายก่อนหน้านี้มีผู้ร้อง กกต.ให้ยุบพรรค ทษช. ในข้อหากระทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 92 “กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” กรณีเสนอชื่อบุคคลให้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี กกต.ได้มีมติอย่างเร่งด่วน ให้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยให้ยุบพรรคคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ “นักร้อง” ประจำพรรค ทษช. ระบุว่า พรรค พปชร. ทำผิดรัฐธรรมนูญ กรณีเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เป็นบุคคลต้องห้าม เนื่องจากเป็น “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” ทั้งยังแต่งตั้งนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค ในขณะที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และจัดเลี้ยงโต๊ะจีนเพื่อแสวงกำไรยังมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพร้องต่อ กกต. ให้ยุบพรรค พปชร. กล่าวหาว่าพรรคยินยอมให้ “คนนอก” ซึ่งมิใช่สมาชิกเข้าควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ และกลุ่มผู้ครอบงำพรรคซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยังใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ให้เป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัครหรือพรรค และทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตยข้อหา “กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย” ค่อนข้างจะครอบจักรวาล หมายถึงการกระทำอย่างไร ความผิดเรื่องนี้น่าจะได้แบบอย่างมาจากเยอรมนี ที่เคยสั่งยุบพรรคนาซีใหม่ เนื่องจากพรรคนาซีใหม่มีแนวนโยบายตามแบบเผด็จการนาซี เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยชัดแจ้ง เยอรมนีเคยประสบหายนะร้ายแรง ภายใต้การนำของเผด็จการฮิตเลอร์ส่วนกรณีของไทยจะต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรคือ “การกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์” ต่อระบอบประชาธิปไตย และยังมีบทบัญญัติของกฎหมายพรรคการเมือง ห้าม “ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” หรือกระทำการ “เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ” ที่มิใช่ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ มีโทษยุบพรรคเช่นกันการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือการให้ได้มาซึ่งอำนาจนอกวิถีทางรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายกว่าการเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย น่าแปลกใจที่รัฐธรรมนูญไทยบัญญัติให้ผู้ที่เคยถูกพิพากษาทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตในการเลือกตั้ง เป็นผู้ต้องห้ามสมัคร ส.ส.หรือดำรงตำแหน่งการเมืองตลอดชีวิต แต่ไม่ห้ามผู้เคยล้มระบอบประชาธิปไตย.