ในหนังสือชื่อ “มองตะเกียบเห็นป่าไผ่ 3” (สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊คส์ พ.ศ.2561) นิธิพันธ์ วิประวิทย์ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ราชวงศ์จีน เขียนเรื่อง เบื้องหลังมอบนาฬิกา มอบความตาย เนื้อหาสะดุดใจ จนผมต้องรีบอ่านหลังตรุษจีนปี 2015 ไม่นาน นางซูซาน คราเมอร์ รัฐมนตรีคมนาคมอังกฤษ เยือนไต้หวัน เธอมอบนาฬิกาพกเป็นของขวัญให้ ดร.เคอเหวินเจ๋อ ผู้ว่าการเมืองไทเปสำหรับฝรั่งเป็นเรื่องของน้ำใจไมตรีระหว่างมิตรประเทศ เป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับคนจีน...ไม่ใช่ ขณะรับนาฬิกาของขวัญ ดร.เคอ มีสีหน้าแปลกๆ เมื่อนักข่าวสัมภาษณ์ เขาตอบเป็นเรื่องตลก ไปว่า มันไม่มีประโยชน์อะไร เขาคงเอาไปขายเป็นเศษเหล็กผลที่เกิดตามมา นางซูซานเมื่อรู้ว่าการให้นาฬิกาในวัฒนธรรมจีนนั้น สื่อความหมายไม่เป็นมงคลเธอก็รีบออกมากล่าวคำขอโทษส่วน ดร.เคอเหวินเจ๋อนั้น ก็ถูกนักการเมืองไต้หวันด้วยกัน โจมตีว่า ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่ให้เกียรติแขกต่างประเทศ“นี่คือตัวอย่างการทูตที่ผิดพลาด และการพูดตลกผิดเวลา” นิธิพันธ์ วิประวิทย์ ว่าเบื้องลึกของเรื่องนี้ มาจากชาวจีนเชื่อกันนักหนาว่า การมอบนาฬิกาให้กันเท่ากับการมอบความตายให้กันการให้นาฬิกาสื่อความหมายว่า เวลาของคุณหมดแล้ว หรือความสัมพันธ์นั้นหยุดแล้ว เมื่อนาฬิกาเรือนที่ให้ไปนั้นหยุดเดินเช่นเดียวกับที่คนไทยเริ่มเชื่อกันว่า ให้เหล้าเท่ากับแช่ง ให้น้ำหอมเท่ากับต่อว่าคนที่รับตัวเหม็นความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ลึกซึ้ง อย่างที่เชื่อ อย่างที่คิดกันไว้เลยเหตุของการห้ามให้นาฬิกา เพราะในภาษาจีน “มอบนาฬิกา” พ้องเสียงกับคำว่า “ส่งอวสาน” อธิบายพิธีกรรมก่อนส่งผู้ตายเข้าเตาเผาอีกความหมาย การไปดูหน้ากันก่อนลมหายใจสุดท้ายคำแรก “ซ่ง” แปลว่า ส่ง ให้ หรือมอบ คำที่สอง จง พ้องเสียงกัน คำหนึ่งแปลว่า นาฬิกา อีกคำแปลว่า จุดจบ หรืออวสานวัฒนธรรมจีนมีเสียงให้ใช้น้อย จึงมีอักษรที่พ้องเสียงกันมาก เช่นตัวอักษร“ซื่อ” ก็มีเสียงถึง 40 ตัวอักษรคนที่รู้จักปรับใช้ประโยชน์จากการเล่นคำพ้องเสียงอย่างเชี่ยวชาญ นับถือกันว่าเป็นคนฉลาดหลักแหลมตัวอย่างคลาสสิกจากจดหมายเหตุสามก๊ก เมื่อไทสูจู้ถูกซุนเซ็กจับไปเป็นเชลย โจโฉส่งโสม“ตังกุย” ใส่ถุงผ้าธรรมดาไปให้ เจตนาไม่อยากให้เอาไปฟื้นฟูบำรุงร่างกาย เพราะคำ “ตังกุย” ภาษาจีนแปลได้อีกความหมายว่า“ควรเข้ามาเป็นพวกข้าเสียดีกว่า” นี่คือศิลปะในการส่งคำสื่อสารสั้นๆสไตล์โจโฉนิธิพันธ์ วิประวิทย์ อธิบายความเชื่อเรื่องให้นาฬิกา เป็นของต้องห้าม เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้เอง ก่อนหน้านั้นสมัยโบราณ การให้นาฬิกาเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ถือสากันแม้จะห้ามกันแล้ว คนจีนก็มีทางแก้ เช่นเมื่อให้นาฬิกากันแล้ว ก็ขอเงินคนที่ให้ไม่กี่บาท เพื่อเป็นเคล็ดว่า เป็นการซื้อ ไม่เป็นการให้ส่วนการยืมนาฬิกาจากเพื่อนมาคาดโชว์เป็นสิบๆเรือน เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตนั้น...เป็นการแก้เคล็ดไปอีกแบบ...แบบไทยๆ ที่คนจีนหรือคนบ้านเมืองไหน อยากเลียนแบบ ก็คงไม่ได้ เพราะนาฬิกาแต่ละเรือนที่ว่ายืมๆกันมานั้น มันแพงเหลือเกิน.กิเลน ประลองเชิง